แฉขบวนการสวมสิทธิ์แอปฯหมอพร้อม สร้างประวัติรักษาเท็จ หวั่นกระทบสิทธิประกันสุขภาพ ถูกนำข้อมูลไปใช้ในทางมิชอบ เคยร้องไปยัง สธ. และหลายหน่วยงาน แต่ไม่มีความคืบหน้า เตรียมดำเนินคดีเอาผิดหลายข้อหา
วันนี้ (30 ก.ค.69) ผู้เสียหายเข้ามาร้องเรียนกับทางมูลนิธิรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคม จากกรณีที่ผู้เสียหายมากกว่า 80 คน ถูกสวมสิทธินำข้อมูลไปใช้ในการรักษากับโรงพยาบาลและสถาบันการแพทย์ต่าง ๆ ในสังกัดของกระทรวงสาธารณสุขโดยที่ตัวเองไม่เคยเข้าไปใช้บริการดังกล่าวมาก่อน
จากการตรวจสอบพบว่า มีต้นเรื่องมาจากคุณฮารุ หญิงสาวคนหนึ่งที่ต้องการตรวจสอบประวัติของตนเองว่ามีการฉีดวัคซีนตัวใดไปแล้วบ้าง หรือเคยมีประวัติการรักษาอะไรบ้างแต่กลับกลายเป็นว่าชื่อ ถูกนำไปสวมสิทธิใช้ในการรักษาพยาบาลที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่งในจังหวัดปทุมธานี ทั้งที่ไม่เคยไปรักษา และไม่เคยมีอาการเหล่านั้นมาก่อน จึงตัดสินใจโพสต์เรื่องลงในโซเชียลและรวบรวมกลุ่มผู้ที่เคยโดนสวมสิทธิ์ในลักษณะเดียวกัน ซึ่งน่าตกใจเมื่อพบว่ามีผู้ที่โดนสวมสิทธิ์ในลักษณะเดียวกัน มากกว่า 80 คน บางคนเคยร้องเรียนกับศูนย์ดำรงธรรมและหน่วยงานต่าง ๆ แต่ไม่มีความคืบหน้าใด ๆ นาน 2-3 ปี วันนี้จึงอยากออกมาเรียกร้องให้ทางมูลนิธิฯ ช่วยสะท้อนปัญหาไปยังกระทรวงสาธารณสุข
คุณฮารุ บอกว่า หนึ่งในผู้เสียหายตรวจสอบดูในแอปพลิเคชัน พบว่าเคยไปรักษาพยาบาลและได้รับยาไซโฟริก บำรุงเลือดครั้งละ 100 เม็ด ทั้งที่ไม่เคยเดินทางไปเข้ารับการรักษา ณ หน่วยงานสุขภาพดังกล่าวมาก่อน เมื่อตรวจสอบเบอร์โทรศัพท์ที่ได้รับจากทางอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) พบว่าเป็นเบอร์โทรศัพท์ที่ไม่ถูกต้อง มีเพียงชื่อ นามสกุล และเลขประจำตัวประชาชน 13 หลักเท่านั้น ที่ตรงกับความเป็นจริง ต่อมาสำนักงานประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ติดต่อมาเพื่อสอบถามข้อมูล ชื่อและนามสกุล แล้ว เรื่องกลับเงียบหายไป ไม่มีความคืบหน้า
กรณีที่สอง เพื่อนของผู้เสียหายซึ่งทำประกันสุขภาพวงเงินปีละ 10 ล้านบาท ตรวจพบว่าตนเองมีประวัติการเข้ารับการรักษาโรคเนื้องอกที่จังหวัดกาญจนบุรีถึง 3 ครั้ง ทั้งที่ไม่เคยเดินทางไปในพื้นที่ดังกล่าวเลยแม้แต่ครั้งเดียว
อีกกรณีหนึ่งเป็นเพื่อนของคุณฮารุ ซึ่งมีชื่อที่พักอยู่ย่านทองหล่อ แต่ขณะเกิดเหตุพักอาศัยอยู่ที่ประเทศเนเธอร์แลนด์ กลับมีประวัติว่าได้รับยาจำนวน 10 เม็ด เนื่องจากมีอาการป่วยเป็นไข้
ข้อสังเกตสำคัญในพื้นที่เกิดเหตุ เหตุการณ์ดังกล่าวมีการตรวจพบว่าเกิดขึ้นที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล ในพื้นที่จังหวัดบึงกาฬ โดยผู้เสียหายยืนยันหนักแน่นว่า ไม่เคยส่งมอบประวัติการรักษาพยาบาล หรือเลขบัตรประจำตัวประชาชนให้แก่หน่วยงานดังกล่าวมาก่อนแต่อย่างใด
จากการรวบรวมข้อมูลของคุณฮารุและกลุ่มผู้เสียหาย พบว่าประวัติการรักษาที่ถูกสร้างขึ้นมานั้น ยังไม่ทราบแน่ชัดว่ามีการลงลายมือชื่อ หรือมีชื่อของแพทย์ผู้ทำการรักษาปรากฏอยู่หรือไม่ นอกจากนี้ยังพบความผิดปกติเชิงระบบที่ร้ายแรง คุณฮารุและผู้เสียหายแสดงความกังวลอย่างมากต่อผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต ดังนี้ความกังวลด้านประกันสุขภาพ ประวัติการรักษาพยาบาลที่ไม่ถูกต้องและเป็นเท็จเหล่านี้ จะส่งผลกระทบโดยตรงต่อการทำประกันสุขภาพใหม่ รวมถึงอาจเป็นเหตุให้บริษัทประกันปฏิเสธการเคลมประกันในอนาคตความกังวลด้านความปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคล ผู้เสียหายสังเกตว่า ข้อมูลส่วนตัวอาจถูกนำไปเชื่อมโยงกับระบบ "ไทยไอดี" (ThaID) รวมถึงมีความกังวลอย่างยิ่งว่า ข้อมูลส่วนตัวที่ปรากฏในโซเชียลมีเดีย ระบบอินเทอร์เน็ต และแอปพลิเคชันต่างๆ ของทางราชการ กำลังถูกนำไปใช้ประโยชน์โดยมิชอบและไม่ได้รับอนุญาต
กลุ่มของคุณฮารุจะยังคงเดินหน้าติดตามปัญหาการสวมสิทธิ์ในแอปพลิเคชันหมอพร้อมอย่างต่อเนื่อง เพื่อจี้ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องออกมารับผิดชอบ ตรวจสอบเส้นทางการนำข้อมูลไปใช้ และดำเนินการทางกฎหมายกับผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการสร้างประวัติการรักษาเท็จทั้งหมด
รองประธานมูลนิธิฯ ระบุว่า ได้รับข้อมูลจากบุคลากรในกระทรวงสาธารณสุข ว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจากการเร่งทำ KPI ของกระทรวงสาธารณสุขและเจ้าหน้าที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในการกรอกข้อมูลเข้าไปในระบบการรักษาหรือระบบของหมอพร้อมเบื้องต้นเตรียมนำผู้เสียหายเข้าไปร้องเรียนกับกระทรวงสาธารณสุขในวันที่ 3 ส.ค.นี้ หากพบมูลความผิดก็จะแจ้งความดำเนินคดีในหลายข้อหา ทั้งความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ และความผิดตามกฎหมายอาญา ม. 157 ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่หรือปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ
สำหรับผู้เสียหายที่ถูกสวมสิทธิ์หรือใส่ข้อมูลลงไปในแอปฯ โดยไม่ถูกต้องสามารถไปแจ้งความดำเนินคดีในพื้นที่ที่เปิดดูแอปฯ ได้ทันที หากตำรวจไม่รับแจ้งความให้ดำเนินคดี ม.157 ตามไปด้วย และให้ไปแจ้งความลงบันทึกประจำวันที่โรงพยาบาล หรือสถานบริการสาธารณสุขที่ถูกระบุในแอปฯ ด้วย