กต.ติดตามการเสียชีวิต ฮลุน โซโล่

View icon 42
วันที่ 31 ก.ค. 2569 | 07.03 น.
สนามข่าว 7 สี
แชร์
สนามข่าว 7 สี - กรณีที่ ฮลุน โซโล่ ยูทูบเบอร์ดังสายท่องเที่ยว ที่เสียชีวิตในประเทศจอร์เจีย เจ้าหน้าที่สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงอังการา สาธารณรัฐตุรกี ได้เดินทางไปติดตามความคืบหน้าแล้ว ขณะที่ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ก็ได้แสดงความเสียใจต่อครอบครัว ส่วนสาเหตุอยู่ระหว่างสืบสวน

นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ แสดงความเสียใจกับการเสียชีวิตของ ฮลุน โซโล่ ตอนนี้เจ้าหน้าที่สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงอังการา สาธารณรัฐตุรกี เดินทางไปยังกรุงทบิลิซี ประเทศจอร์เจียแล้ว เพื่อตรวจสอบสาเหตุการเสียชีวิต ที่ต้องรอสรุปอย่างเป็นทางการให้เรียบร้อย ถึงดำเนินการนำร่างของ ฮลุน โซโล่ กลับประเทศไทย ก็ขึ้นอยู่กับความประสงค์ของญาติที่เราต้องรับฟังความเห็นด้วย

เมื่อวานนี้ (30 ก.ค.) นายอคิร วงษ์เซ็ง หรือ "ว่านไฉ" ยูทูบเบอร์สายท่องเที่ยว พา นายมอส พี่ชาย และ นางสาวบวรลักษณ์ พี่สาวของ "ฮลุน" ไปที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อประสานขอความช่วยเหลือกับ "อินเตอร์โพล" ให้ช่วยประสานกับทางการประเทศจอร์เจีย แลกเปลี่ยนข้อมูลด้านการข่าว หรือร้องขอข้อมูลคดี ช่วยคลี่คลายข้อสงสัยปมการเสียชีวิตของ "ฮลุน"

"ว่านไฉ" ให้ข้อมูลว่า ตำรวจที่ประเทศจอร์เจีย ยืนยันพบร่าง "ฮลุน" เมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม ในโรงแรมแห่งหนึ่ง เบื้องต้น ไม่พบบาดแผล หรือหลักฐานบ่งชี้ว่ามีการใช้ความรุนแรง หรือถูกทำร้าย ลักษณะคล้ายเหมือนคนที่หลับไป

ขณะที่ พี่ชาย และพี่สาวของ "ฮลุน" ทราบข่าวเรื่องพบร่างน้องชายวันที่ 19 กรกฎาคม จากเวลาที่ไม่ตรงกัน ไม่แน่ใจว่ามีการสื่อสารผิดพลาดหรือไม่ แต่ยืนยันว่า น้องชายไม่มีโรคประจำตัว

ส่วน รศ.นพ.วีระศักดิ์ จรัสชัยศรี หรือ "หมอหมู" แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านนิติเวช ให้ข้อสังเกตว่า หาก "ฮลุน" เสียชีวิตด้วยโรคหอบหืด ควรพบอุปกรณ์รักษาอาการป่วยใกล้ตัว หรือในที่เกิดเหตุ

ประเด็นเรื่องการสูดก๊าซกำมะถันจากน้ำพุร้อน แล้วกลับมาเสียชีวิตที่โรงแรม เป็นไปได้ยาก เพราะการตายเฉียบพลันต้องอยู่ในพื้นที่ปิดมิดชิด ส่วนเรื่องก๊าซฮีตเตอร์รั่วในห้องพัก ได้ข้อสังเกตจาก "ว่านไฉ" ว่า สภาพอากาศที่ "ทบิลีซี" ค่อนข้างร้อน การเปิดใช้ฮีตเตอร์จึงไม่น่าเป็นไปได้

ร่างของ "ฮลุน" ถูกเก็บไว้ที่สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ เลวานซัมคาอูรี่ ซึ่งตามระเบียบและขั้นตอน ผู้ที่จะรับร่างกลับไปได้ต้องเป็นสมาชิกครอบครัว หรือผู้ที่ได้รับมอบอำนาจ

ซึ่ง พลตำรวจตรี จตุรภัทร์ ภิรมย์แก้ว ผู้บังคับการกองการต่างประเทศ ในฐานะรองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า ได้รับรายงานว่า ขณะนี้ทางการจอร์เจียอยู่ระหว่างการตรวจสถานที่เกิดเหตุ การชันสูตรพลิกศพ การตรวจพิสูจน์ทางนิติวิทยาศาสตร์ และการรวบรวมพยานหลักฐาน เพื่อสรุปข้อเท็จจริงและสาเหตุการเสียชีวิตได้อย่างถูกต้อง ยังไม่ได้ตัดประเด็นหรือสมมติฐานใดออกจากการพิจารณา จนกว่าจะมีพยานหลักฐานและผลการตรวจพิสูจน์ที่ครบถ้วน ยืนยันเป็นการดำเนินการตามหลักสากล เพื่อให้ได้ข้อเท็จจริง

เรื่องการนำร่างของ "ฮลุน" กลับมาผ่าชันสูตรครั้งที่ 2 ในไทย พลตำรวจตรี วิรุฬห์ ศุภสิงห์ศิริปรีชา ผู้บังคับการสถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ เปิดเผยว่า กระบวนการต้องเริ่มจากครอบครัวแจ้งความกับตำรวจในท้องที่ จากนั้นให้พนักงานสอบสวนทำเรื่องมายังสถาบันนิติเวชฯ ถึงจะดำเนินการได้ ยอมรับว่า การผ่าชันสูตรครั้งที่ 2 จะมีข้อจำกัด เช่น สารพิษตกค้างในร่างกายที่อาจจางหายไปตามเวลา หากได้รับรายงานผลการชันสูตรครั้งแรกมาประกอบการพิจารณา จะช่วยให้เห็นข้อเท็จจริงมากขึ้น

ส่วนประเด็นที่ตำรวจจอร์เจียเปิดคดีการเสียชีวิตของ "ฮลุน โซโล่" ภายใต้มาตรา 115 อาจารย์ กฤษฎา บุญเรือง นักวิชาการอิสระในสหรัฐอเมริกา ผู้เชี่ยวชาญด้านการต่างประเทศและการเมืองโลก วิเคราะห์ว่าไม่ได้หมายความว่าเป็นการสรุปสาเหตุการเสียชีวิต แต่เป็นขั้นตอนทางกฎหมายเพื่อให้อำนาจเจ้าหน้าที่ดำเนินการสืบสวน

มีเหตุผลสำคัญ 4 ประการ คือ การใช้เป็นมาตรฐานเปิดสำนวนในคดีเสียชีวิตที่ยังไม่ทราบสาเหตุ การให้อำนาจชันสูตรพลิกศพ ตรวจสอบหลักฐานดิจิทัล รวบรวมพยานหลักฐาน การเปิดทางให้สืบสวนถึงความเป็นไปได้ว่ามีบุคคลที่สามเกี่ยวข้อง และสามารถเปลี่ยนข้อกล่าวหาได้ภายหลัง หากผลชันสูตรหรือพยานหลักฐานชี้ว่าเป็นคดีฆาตกรรม อุบัติเหตุ ความประมาท หรือเสียชีวิตตามธรรมชาติ

ย้ำว่า มาตรา 115 เป็นเพียงเครื่องมือทางกฎหมายในช่วงเริ่มต้นของการสอบสวน เพื่อให้ตำรวจสามารถค้นหาข้อเท็จจริง และสาเหตุการเสียชีวิตได้อย่างรอบด้าน

เช่นเดียวกับ พลตำรวจโท ไตรรงค์ ผิวพรรณ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยในรายการ "ศจีตีคดี" ถึงประเด็นเรื่องมาตรา 115 ว่า เป็นการวางกรอบของกฎหมาย ยังไม่ได้ชี้ชัดว่าคดีนี้จะมีผลอย่างไร เป็นกฎหมายที่ใช้ในการเปิดการสอบสวนเพื่อหาพยานบุคคล หรือผู้เกี่ยวข้อง รวบรวมพยานหลักฐานเพื่อหาสาเหตุการเสียชีวิตที่แท้จริง

ข่าวที่เกี่ยวข้อง