อัยการสั่งไม่ฟ้อง สาวไทยรับหิ้วพัสดุซุกไอซ์เข้าญี่ปุ่น ชี้ พยานหลักฐานไม่พอเชื่อมโยงว่าร่วมกระทำความผิด เตรียมผลักดันกลับไทย ขณะที่ ป.ป.ส. รอรับตัวสอบเพิ่มหาตัวผู้ว่าจ้าง
วันนี้ (31 ก.ค.69) น.ส.อารีภักดิ์ เงินบำรุง รองเลขาธิการ ป.ป.ส. ในฐานะโฆษกสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ( ป.ป.ส.) เผยความคืบหน้ากรณีหญิงไทยรับหิ้วพัสดุเข้าประเทศญี่ปุ่น แต่ตรวจพบมีไอซ์ซุกซ่อนว่า พนักงานอัยการญี่ปุ่นมีคำสั่งไม่ฟ้องในความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด โดยพนักงานอัยการพิจารณาพยานหลักฐานแล้วเห็นว่ายังไม่มีพยานหลักฐานเพียงพอที่จะเชื่อมโยงว่า ผู้ถูกควบคุมตัวมีส่วนร่วมในการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด
ปัจจุบันผู้ถูกควบคุมตัวอยู่ระหว่างกระบวนการของสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองญี่ปุ่น เพื่อดำเนินการผลักดันกลับประเทศไทยตามขั้นตอนของกฎหมาย โดยเมื่อเดินทางถึงประเทศไทย สำนักงาน ป.ป.ส. จะบูรณาการการทำงานร่วมกับกองบังคับการตำรวจปราบปรามยาเสพติด 3 (ปส.3) รับตัวเพื่อสอบถามข้อเท็จจริงเพิ่มเติม และขยายผลสืบสวนติดตามผู้ว่าจ้าง ผู้ร่วมขบวนการ และผู้ที่เกี่ยวข้องในประเทศไทย เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย
โฆษกสำนักงาน ป.ป.ส. กล่าวว่า แม้ผู้ถูกควบคุมตัวจะไม่ถูกฟ้องในความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด แต่กรณีดังกล่าวถือเป็นอุทาหรณ์สำคัญสำหรับผู้ที่รับจ้างหิ้วสินค้า หรือรับฝากสัมภาระเดินทางไปต่างประเทศ เนื่องจากอาจตกเป็นเครื่องมือของขบวนการอาชญากรรมข้ามชาติ และอาจต้องรับผิดตามกฎหมายของประเทศปลายทาง แม้จะไม่มีส่วนเกี่ยวข้องก็ตาม
ทั้งนี้ สำนักงาน ป.ป.ส. จะเร่งหารือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อพิจารณาแนวทางการดำเนินคดีตามกฎหมายไทย กรณีการลักลอบนำสินค้าที่ซุกซ่อนยาเสพติดออกนอกราชอาณาจักรว่าเข้าข่ายความผิดฐานลักลอบหนีศุลกากรตามพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2560 มาตรา 242 หรือความผิดอื่นที่เกี่ยวข้องหรือไม่ ซึ่งจะต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 10 ปี หรือปรับเป็นเงิน 4 เท่าของราคาสินค้ารวมค่าอากร หรือทั้งจำทั้งปรับ และให้ริบของที่ลักลอบนำเข้าหรือส่งออกทั้งหมด