เปิดร่าง พ.ร.บ.ควบคุมกัญชา ใช้รักษาโรคเท่านั้น ฝ่าฝืนมีโทษชัดเจน

เปิดร่าง พ.ร.บ.ควบคุมกัญชา ใช้รักษาโรคเท่านั้น ฝ่าฝืนมีโทษชัดเจน

View icon 149
วันที่ 31 ก.ค. 2569 | 13.44 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
กรมการแพทย์แผนไทยฯ เปิดสาระสำคัญร่าง พ.ร.บ.ควบคุมกัญชา ยกระดับการกำกับดูแล-คุ้มครองสังคม ใช้เพื่อการรักษาโรคเท่านั้น บทลงโทษชัดเจน เพื่อให้ไทยมีระบบกำกับดูแลกัญชาที่ชัดเจนและมีมาตรฐาน

วันนี้ (31 ก.ค.69) นพ.เทวัญ ธานีรัตน์ รองอธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก เปิดเผยว่า ร่างพระราชบัญญัติควบคุมกัญชา พ.ศ. .... ได้จัดทำขึ้นเพื่อให้ประเทศไทยมีกฎหมายเฉพาะสำหรับกำกับดูแลกัญชาอย่างเป็นระบบ ภายหลังจากกัญชาถูกปลดออกจากบัญชียาเสพติด ทำให้การกำกับดูแลที่ผ่านมาอาศัยกฎหมายหลายฉบับที่มีขอบเขต และอำนาจแตกต่างกัน ส่งผลให้การบังคับใช้กฎหมายยังไม่ครอบคลุมและเกิดช่องว่างในการกำกับดูแล

ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้จึงมีเป้าหมายสำคัญในการกำหนดมาตรการควบคุมกัญชาอย่างครบวงจร ตั้งแต่การเพาะปลูก การผลิต การนำเข้า การส่งออก การจำหน่าย ตลอดจนการคุ้มครองประชาชนและการป้องกันผลกระทบ ต่อสังคม โดยยึดหลักการสำคัญว่า กัญชาต้องใช้เพื่อประโยชน์ทางการแพทย์ การแพทย์แผนไทย การศึกษาวิจัย และด้านสุขภาพเท่านั้น ไม่ใช่เพื่อสันทนาการ โดยสาระสำคัญของร่างพระราชบัญญัติ มีดังนี้ 

1. จัดตั้งคณะกรรมการระดับชาติ โดยมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขเป็นประธาน และอธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือกเป็นกรรมการและเลขานุการ ทำหน้าที่กำหนดนโยบาย มาตรการ และทิศทางการกำกับดูแลกัญชาของประเทศ  

2. กำหนดการอนุญาต การเพาะปลูก ผลิต นำเข้า ส่งออก หรือจำหน่ายกัญชา จะต้องได้รับใบอนุญาตจากอธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก โดยใบอนุญาตมีอายุ 3 ปี ทั้งนี้ การจำหน่ายราก กิ่ง ก้าน ใบ ลำต้น และเมล็ด ได้รับการยกเว้นไม่ต้องขออนุญาตรวมถึงการใช้กัญชาเพื่อการรักษาโรคโดยผู้ประกอบวิชาชีพด้านการแพทย์ตามที่กฎหมายกำหนด 
                   
3. คุ้มครองเด็ก เยาวชน และกลุ่มเปราะบาง กำหนดห้ามจำหน่ายกัญชาแก่ผู้มีอายุต่ำกว่า 20 ปี สตรีมีครรภ์ และสตรีให้นมบุตร รวมทั้งห้ามจำหน่ายในพื้นที่ที่อาจส่งผลกระทบต่อสังคม เช่น วัด สถานศึกษา หอพัก สวนสาธารณะ สวนสัตว์ และสวนสนุก   

4. ห้ามโฆษณาและส่งเสริมการบริโภค ห้ามโฆษณา ประชาสัมพันธ์ หรือทำการตลาดเกี่ยวกับช่อดอกกัญชา ยางกัญชา และอุปกรณ์การสูบ เพื่อป้องกันการจูงใจให้เกิดการใช้กัญชาในทางที่ไม่เหมาะสม

5. ให้ใช้ได้เฉพาะทางการแพทย์เท่านั้น ร่างพระราชบัญญัติกำหนดหลักการสำคัญว่า การใช้กัญชา หรือสารสกัด ต้องเป็นไปเพื่อการรักษาโรค ภายใต้การดูแลของผู้ประกอบวิชาชีพด้านการแพทย์ หรือเพื่อการศึกษาวิจัยตามที่กฎหมายกำหนด เพื่อคุ้มครองสุขภาพของประชาชน โดยเฉพาะเด็กและเยาวชน

6.กำหนดบทลงโทษที่ชัดเจน ผู้ที่ผลิต นำเข้า ส่งออก หรือจำหน่ายกัญชาโดยไม่ได้รับอนุญาต หรือจำหน่ายให้แก่เด็ก เยาวชน หรือสตรีมีครรภ์ ต้องรับโทษตามกฎหมาย ทั้งโทษจำคุกและโทษปรับ ขณะที่ผู้ใช้กัญชาผิดวัตถุประสงค์ จะมีโทษปรับตามที่กฎหมายกำหนด

ข่าวที่เกี่ยวข้อง