หลอกคนไทยสูญ 12 ล้านบาท ทลายแก๊งเวียดนามฟอกเงินผ่านทองคำ

หลอกคนไทยสูญ 12 ล้านบาท ทลายแก๊งเวียดนามฟอกเงินผ่านทองคำ

View icon 100
วันที่ 31 ก.ค. 2569 | 16.34 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
ตร.ไซเบอร์ทลายแก๊งชาวเวียดนามฟอกเงินผ่านทองคำ ยึดทองแท่งเพียบ เอี่ยวหลอกคนไทยสูญเงินแล้วกว่า 12 ล้านบาท

วันที่ 31 ก.ค.69 ที่ บก.สอท.2 พล.ต.ท.สุรพล เปรมบุตร ผบช.สอท. พร้อมเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องร่วมแถลงข่าว ตร.ไซเบอร์ทลายแก๊งเวียดนามฟอกเงินผ่านทองคำ ยึดทองแท่งเพียบ เอี่ยวหลอกคนไทยสูญแล้วกว่า 12 ล้านบาท

สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 9 ก.ค.69 ได้มีผู้เสียหายเป็นชายวัย 61 ปีรายหนึ่ง ได้รับโทรศัพท์จากมิจฉาชีพแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่การไฟฟ้า แจ้งว่าหม้อแปลงไฟฟ้ามีปัญหาต้องทำการเปลี่ยนและทำเรื่องขอรับเงินค่าประกันหม้อแปลงไฟฟ้าคืน จากนั้นได้ให้แอดไลน์แล้วพิมพ์คุยรายละเอียดกัน แล้วเปลี่ยนไปโทรคุยกันผ่าน Video Call พร้อมกับส่ง QR Code ให้ผู้เสียหายสแกน ต่อมามิจฉาชีพแจ้งให้เปิดแอปพลิเคชันธนาคารแล้วกดเปลี่ยนเมนูเป็นภาษาอังกฤษและสั่งให้ทำตามคำแนะนำ เมื่อมีรหัส OTP เข้ามายังโทรศัพท์มือถือผู้เสียหาย คนร้ายได้สั่งให้แจ้งเลขดังกล่าว อ้างว่าเป็นเลขลำดับคิว สุดท้ายปรากฎว่า เงินถูกโอนออกจากบัญชีผู้เสียหายไป 3 ครั้ง รวมทั้งสิ้น จำนวน 1,799,400 บาท จากกรณีดังกล่าว  เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องได้ร่วมกันสืบสวนสอบเพื่อนำตัวผู้ร่วมขบวนการทั้งหมดมาดำเนินคดีตามกฎหมาย

ต่อมา เจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวนทราบว่า เมื่อวันที่เกิดเหตุ (9 ก.ค.69) เวลา 14.48 น. เป็นต้นไป ผู้เสียหาย ได้โอนเงินไปยังบัญชีม้านิติบุคคล ชื่อ หจก.แห่งหนึ่ง และบัญชีธนาคารชื่อ น.ส.นริศรา โดยในวันเดียวกัน น.ส.นริศรา ได้ไปเบิกถอนเงินสดหน้าเคาเตอร์ธนาคารแห่งหนึ่ง ในห้างสรรพสินค้าชื่อดังย่านรังสิต ก่อนนำเงินสดดังกล่าวส่งต่อให้แก่ชายอีกราย เพื่อนำไปส่งต่อให้แก่ผู้ร่วมขบวนการอีกทอดหนึ่ง

ในขณะเดียวกัน วันที่ 9 ก.ค.69 ได้มีคนใช้บัญชีธนาคารของ หจก.ดังกล่าว โอนเงินเพื่อซื้อทองคำแท่งที่ร้านทองแห่งหนึ่ง ในพื้นที่ อ.สามพราน จ.นครปฐม รวม 22 ครั้ง รวมจำนวนกว่า 5 ล้านบาท จากการสืบสวนพบว่า บุคคลที่มาซื้อและรับทองคำคือ น.ส.วสุภาส์ เมื่อได้รับทองคำแล้วจึงนำไปให้ นายสิทธิชาติ และชาวเวียดนามที่ร่วมขบวนการอีก จำนวน 3 คน จากนั้นกลุ่มขบวนการดังกล่าวได้ให้คนนำทองคำแท่งไปขายที่ ร้านทองในห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง ย่านติวานนท์ ต.ตลาดขวัญ อ.เมืองนนทบุรี จ.นนทบุรี ได้เงินสดกลับไปกว่า 4 ล้านบาท

จากการตรวจสอบยังพบอีกว่า แก๊งเวียดนามกลุ่มนี้เชื่อมโยงกับการหลอกลวงผู้เสียหายชาวไทยแล้ว จำนวน 18 ราย มูลค่าความเสียหายประมาณ 12,628,359 บาท และเชื่อว่ายังมีผู้เสียหายที่ยังไม่ได้เข้าแจ้งความอีกเป็นจำนวนมาก จากการสืบสวนเห็นได้ว่ากลุ่มคนร้ายมีการวางแผนและแบ่งหน้าที่กันทำอย่างเป็นระบบ มีการเปลี่ยนแปลงทรัพย์สินจากเงินสดไปเป็นทองคำก่อนนำทองคำไปขายกลับเป็นเงินสดอีกที เพื่อให้เส้นทางการเงิน เกิดความสลับซับซ้อนยากต่อการติดตามของเจ้าหน้าที่ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงรวบรวมพยานหลักฐานทั้งหมดจนนำไปสู่การขออนุมัติศาลอาญาออกหมายจับบุคคลที่เกี่ยวข้องได้แล้ว รวมจำนวน 7 ราย

ต่อมา ชุดสืบสวนพบเบาะแสทราบว่า ช่วงค่ำของวันที่ 25 ก.ค.69 กลุ่มคนร้ายชาวเวียดนามดังกล่าวที่ได้ขอศาลอาญาออกหมายจับไว้ วางแผนนำทองคำแท่งมาขายที่ร้านทองร้านเดิม ในห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง ย่านติวานนท์ ต.ตลาดขวัญ อ.เมืองนนทบุรี จ.นนทบุรี อีกครั้ง จึงได้วางกำลังโดยรอบพื้นที่บริเวณดังกล่าว กระทั่งเวลาประมาณ 19.30 น. จึงเข้าจับกุมชาวเวียดนาม จำนวน 2 ราย ขณะกำลังจะขายทองคำให้ร้าน  พร้อมตรวจยึดทองคำแท่ง จำนวน 14 แท่ง น้ำหนักรวม 27.50 บาท มูลค่ากว่า 1.7 ล้านบาท, เงินสด จำนวน 66,500 บาท, โทรศัพท์มือถือ จำนวน 3 เครื่อง และ รถยนต์เก๋ง จำนวน 2 คัน

ต่อมา วันที่ 30 ก.ค.69 เข้าจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับได้อีก จำนวน 3 ราย ได้แก่ น.ส.นริศรา อายุ 32 ปี ผู้ทำหน้าที่เบิกถอนเงินสด จับตัวได้ที่แขวงคลองสองต้นนุ่น เขตลาดกระบัง กทม. ,  นายสิทธิชาติ อายุ 29 ปี และ น.ส.วสุภาส์ อายุ 34 ปี ซึ่งทำหน้าที่รับขายทองคำและนำเงินสดไปส่งต่อให้ผู้ร่วมขบวนการ ขณะกำลังกบดานอยู่ที่โรงแรมแห่งหนึ่งย่าน ถ.สุขุมวิท ต.เนินพระ อ.เมืองระยอง จ.ระยอง

จากปฏิบัติการครั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้แล้ว รวมจำนวน 5 ราย  โดยขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ระหว่างสืบสวนขยายผลไปยังผู้ที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติม เพื่อนำตัวพร้อมตรวจยึดอายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องมาดำเนินคดีตามกฎหมาย

พล.ต.ท.สุรพล เปรมบุตร ผบช.สอท. ขอฝากเตือนไปยังร้านทองทุกแห่ง ให้ระมัดระวังการซื้อขายทองคำ ควรตรวจสอบบัญชีธนาคารให้ตรงกับผู้ที่มาติดต่อซื้อหรือขาย ไม่รับการโอนเงินผ่านบัญชีของผู้อื่นทุกกรณี ควรเป็นการโอนเงินต่อหน้าพนักงานของร้านเท่านั้น เพราะอาจมีผู้ควบคุมหรือสั่งการเบื้องหลัง และที่สำคัญควรหลีกเลี่ยงการรับซื้อทองคำจากชาวต่างชาติที่มีมูลค่าสูงหรือมีความถี่ผิดปกติ เพราะท่านอาจตกเป็นเครื่องมือของกลุ่มขบวนการมิจฉาชีพหรือการพนันออนไลน์ได้

ข่าวที่เกี่ยวข้อง