ศาลอาญายกฟ้องชั้นตรวจฟ้อง คดีอดีตปลัดจังหวัดภูเก็ต ฟ้องกลับเจ้าสัวที่ดิน แจ้งความเท็จปมเรียกรับสินบน 1 ล้าน แลกเเก้ไขเอกสิทธิที่ดิน ชี้ ใช้สิทธิไม่สุจริต เผยเป็น Anti-SLAPP คดีเเรก หลัง ปธ.ศาลฎีกาออกข้อเเนะนำสกัดฟ้องปิดปาก
วันนี้ (31 ก.ค.69) ที่ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 24 ก.ค.ที่ผ่านมา ศาลอาญามีคำพิพากษาชั้นตรวจคำฟ้องยกฟ้อง ในคดีที่นายรุ่งเรือง ธิมาบุตร อดีตปลัดจังหวัดภูเก็ต เดินทางมายื่นฟ้อง เจ้าของที่ดินใน จ.ภูเก็ต ในความผิดฐานแจ้งความเท็จ หมิ่นประมาท กรณีกล่าวหาว่า นายรุ่งเรือง เรียกรับผลประโยชน์แลกแก้ไขเอกสารครอบครองที่ดิน จำนวน 1 ล้านบาท
โดยศาลพิเคราะห์คำฟ้องประกอบพยานหลักฐานในในสำนวนแล้ว เห็นว่า ข้อความที่โจทก์บรรยายในคำฟ้อง จำเลยร้องทุกข์ให้ดำเนินคดีกับโจทก์ในความผิดเกี่ยวกับการทุจริตและประพฤติมิชอบขณะโจทก์ดำรงตำแหน่งปลัดจังหวัดภูเก็ต โดยอ้างว่าโจทก์เรียกร้องเงินจำนวน 1 ล้านบาทจากจำเลย ซึ่งโจทก์ยอมรับว่าจำเลยโอนเงินเข้าบัญชีเงินฝากบุคคลที่โจทก์แจ้งให้จำเลยทราบ โดยโจทก์ไม่มีหลักฐานการกู้ยืมเงินตามกฎหมายที่ชัดเจนมาแสดงให้เห็นว่า ข้อเท็จจริงเป็นดังที่โจทก์อ้าง
ในชั้นนี้การฟ้องคดีมีข้อบ่งชี้ว่า เป็นเพราะเหตุที่จำเลยเปิดเผยข้อมูลการทุจริตหรือประพฤติมิชอบตามกฎหมายต่อเจ้าพนักงานตำรวจ จึงมีลักษณะเป็นคดีราษฎรเป็นโจทก์ ที่มีพยานหลักฐานในเบื้องต้นว่าโจทก์ฟ้องคดีไม่สุจริตโดยมุ่งหวังผลอย่างอื่นยิ่งกว่าประโยชน์ที่พึงได้โดยชอบ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 161/1 พิพากษายกฟ้อง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับคดีนี้ถือเป็นคดีแรกของศาลอาญาที่ปรากฏเป็นข่าวว่า ศาลมีคำพิพากษายกฟ้องในชั้นตรวจคำฟ้องเลย โดยที่ยังไม่มีการไต่สวนมูลฟ้องเเละศาลให้เหตุผลเรื่องฟ้องไม่สุจริต ภายหลังจากที่มีการประกาศในราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่วันที่ 30 พ.ค. 2569 ที่นายอดิศักดิ์ ตันติวงศ์ ประธานศาลฎีกา ได้ลงนามในคำแนะนำของประธานศาลฎีกาเกี่ยวกับการดำเนินคดีโดยไม่สุจริตในคดีอาญา พ.ศ. 2569 โดยมีเป้าหมายชัดเจนเพื่อสกัดกั้นไม่ให้บุคคลใดนำสถาบันศาลไปใช้เป็นเครื่องมือในการบิดเบือน กลั่นแกล้ง หรือจำกัดเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นโดยสุจริตของประชาชน