เวลา 16.13 น. วันนี้ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา เสด็จไปยังเอ็มมาร์เก็ต ฮอลล์ ชั้น G ศูนย์การค้าเอ็มสเฟียร์ ในงาน "สืบสานใจ หัตถศิลป์ไทย สู่สากล" EM DISTRICT SENSE OF THAI 2026 ซึ่งศูนย์การค้าเอ็มโพเรียม เอ็มควอเทียร์ และเอ็มสเฟียร์ ร่วมกับ มูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพ ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง, กรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม และการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย จัดขึ้นเป็นปีที่ 5 เพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ที่ทรงอุทิศพระวรกายกว่า 5 ทศวรรษ ฟื้นฟูและยกระดับผ้าไทย โดยเฉพาะผ้าไหมมัดหมี่ ให้เป็นรากเหง้าแห่งอัตลักษณ์ชาติ และเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 28 กรกฎาคม 2569 ด้วยทรงสืบสาน รักษา และต่อยอดพระราชปณิธานด้านการอนุรักษ์ศิลปหัตถกรรมของชาติ อันเป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่ทรงมอบไว้ให้คนรุ่นหลังร่วมสืบสานอย่างยั่งยืน โดยมีการจัดแสดง THE LEGACY OF THAI ROYAL ELEGANCE & THAI CRAFT MARCHÉ โดยนิทรรศการ THE LEGACY OF THAI ROYAL ELEGANCE จัดแสดงชุดไทยพระราชนิยม ที่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงริเริ่มและพัฒนารูปแบบชุดไทยพระราชนิยม เช่น ชุดไทยเรือนต้น และชุดไทยจิตรลดา เพื่อให้ความรู้และสอดรับกับวาระสำคัญที่ประเทศไทยเสนอ "ชุดไทย" ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติจากยูเนสโก ในปี 2569
ส่วนผลงานหัตถศิลป์ โซน THAI CRAFT MARCHÉ จัดแสดงและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ผ้าไทยทอมือ อาทิ ผ้าไหมเกล็ดเต่าสลับลายหางกระรอก, ผ้าไหมราชวัตร, ผ้าชนเผ่า งานจักสานย่านลิเภา, ตุ๊กตาจากผ้าไหมไทย, ดอกไม้ประดิษฐ์ และสินค้าหัตถกรรม ที่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา พระราชทานคำแนะนำในการปรับปรุงและพัฒนาผลิตภัณฑ์ เช่น ผ้าชาวไทยภูเขาลวดลายตามสีจากหนังสือแนวโน้มและทิศทางผ้าไทย และการออกแบบเครื่องแต่งกายด้วยผ้าไทย, ย่านลิเภาทรงมังคุด จากสมาชิกย่านลิเภา จังหวัดนราธิวาส, เครื่องปั้นดินเผา เซตสตรอว์เบอร์รี จากโครงการพัฒนาพื้นที่รอยต่อฯ บ้านทุ่งจี้ และศูนย์ศิลปาชีพสีบัวทอง, ถ้วยมัทฉะ ลายใบ Clover และเต่าทอง, ชุดข้าวแช่ แจกันฉลุ จากศูนย์ศิลปาชีพเครื่องปั้นดินเผา พระตำหนักทักษิณราชนิเวศน์ และโครงการส่งเสริมศิลปาชีพฯ บ้านรอตันบาตู จังหวัดนราธิวาส รวมถึงผลิตภัณฑ์จากทัณฑสถานหญิง จากโครงการในพระดำริ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา เช่น งานเย็บปักถักร้อย งานศิลปประดิษฐ์ ผ้าไหมยกดอก จากทัณฑสถานหญิงเชียงใหม่ และเรือนจำกลางนครปฐม รวมทั้งสาธิตการมัดหมี่ด้วยเชือกกล้วย การจักสานไม้ไผ่ลายขิด และการปักผ้าของชาวไทยภูเขาเผ่าเมี่ยน
จากนั้น เสด็จไปยังสเฟียร์ฮอลล์ ชั้น 5 พระราชทานเหรียญที่ระลึกแก่ผู้สนับสนุนการจัดงาน “สืบสานใจ หัตถศิลป์ไทย สู่สากล” EM DISTRICT SENSE OF THAI 2026 แล้วทอดพระเนตรการแสดงแฟชั่นโชว์ “ATELIER DE GRÂCE HAUTE COUTURE” นำเสนอผลงานที่ได้รับแรงบันดาลใจจากพระราชปณิธานของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ถ่ายทอดอัตลักษณ์และความงดงามของ “ผ้าไหมมัดหมี่” โดย 7 แบรนด์ ดีไซเนอร์ของไทย รวม 28 ชุด ได้แก่ THEATRE ได้รับแรงบันดาลใจจากการแต่งฉลองพระองค์ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เมื่อครั้งเสด็จพระราชดำเนินเยือนยุโรป ในช่วงปีศริสตศักราช 1960
KLOSET นำความงามของผ้าไหมมัดหมี่มาตีความผสมผสานกับความงามของดอกไม้นานาชนิด โดยนำเอาดีเทลเล็ก ๆ ในการรังสรรค์เสื้อผ้า คือ เม็ดกระดุมที่ห่อหุ้มด้วยผ้าไหมทอมือ มาเรียงร้อยสลับกันเกิดเป็นลวดลายบนผืนผ้าไหมมัดหมี่ สร้างมิติให้กับผืนผ้า ให้น่าสนใจ ออกแบบลายปักที่อ้างอิงจากผ้าขิดทอมือ
ISSUE ผสานความคลาสสิกของสูทสากลเข้ากับเอกลักษณ์ของผ้าทอมัดหมี่ไทย ในโทนสีขาว ดำเรียบเท่ ถ่ายทอดความประณีต ความร่วมสมัย และตอบโจทย์สไตล์ของคนรุ่นใหม่
ASAVA ถ่ายทอดมุมมองใหม่ของผ้าไหมมัดหมี่ข้อและผ้าไหมมัดหมี่ขั้น โดยใช้พื้นผิวเป็นหัวใจสำคัญของการออกแบบ พร้อมสะท้อนความประณีตของงานฝีมือไทย นำคุณค่าของงานหัตถศิลป์ไทยมาตีความใหม่ในบริบทร่วมสมัย ผ่าน 4 เทคนิค ได้แก่ การสานลายฮาวนด์สทูธ, การสร้างดอกไม้ผ้า, การตีเกล็ด และการตกแต่งพู่
CHAI GOLD LABEL นำเสนอผ่านเทคนิคการถอดรหัสและสร้างสรรค์โครงสร้างผืนผ้าขึ้นใหม่ โดยดึงชายผ้าไหมให้พลิ้วรุ่ยเป็นครุยยาว ก่อนนำริ้วผ้ามาเรียงร้อยให้เกิดมิติภายใต้กรอบเรขาคณิตรูปสี่เหลี่ยมข้าวหลามตัด ซึ่งเป็นแม่ลายพื้นฐานดั้งเดิมของไทย
VATIT ITTHI เลือกผ้าไหมมัดหมี่ในโทนสีแดง ทอง และน้ำตาล ใช้เทคนิคการวางลายผ้า การผสมผสานผ้ามัดหมี่กับผ้าไหมชนิดอื่น ๆ การใส่งานปักมือ เพื่อเน้นให้ลวดลายมัดหมี่มีความโดดเด่นยิ่งขึ้น
และ TIRAPAN ใช้ผ้าไหมสุรินทร์ ปักปีกแมลงทับ, ผ้าไหมมัดหมี่ลายโบราณ ลวดลายค่อนข้างใหญ่ พร้อมออกแบบให้มีเสื้อคลุมโค้ต ความยาวครึ่งน่อง, ผ้าไหมบ้าน เปลือกไหมบาง สีขาวนวล ตกแต่ง ด้วยดอกไม้ปักลูกปัด และผ้าไหมมัดหมี่ (หมี่ข้อ) มีลวดลายเหมือนริ้ว มีเสื้อคลุมตัวยาว ใส่ทับเดรสตัวใน และตกแต่งด้วยลูกไม้ลายขด ซึ่งทุกชุดมีผลงานเครื่องประดับชั้นสูงจากแบรนด์ SIRIVANNAVARI ทั้ง SIRIVANNAVARI Haute Joaillerie ผลงานสร้างสรรค์จิวเวลรีอันล้ำค่าจากพระปรีชาสามารถและวิสัยทัศน์ด้านการออกแบบของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ที่ทรงคำนึงถึงปรัชญาการออกแบบงานจิวเวลรี ที่เป็นหนึ่งเดียวกับร่างกายของผู้สวมใส่ในอิริยาบถอันสง่างาม ตลอดจนการเลือกสรรอัญมณีหายากหลากชนิด ส่วน SIRIVANNAVARI Fine Jewelry ถ่ายทอดความเป็นกูตูริเยร์แห่งแบรนด์ SIRIVANAVARI ผ่านงานออกแบบที่เต็มไปด้วยไอเดียสดใหม มีเอกลักษณ์ด้วยการนำเครื่องมือเครื่องใช้ในอเตอลิเยร์ ของดีไซเนอร์ เช่น สายวัดและเข็มถักมาเป็นแรงบันดาลใจในการออกแบบชิ้นงานที่สวมใส่ได้ทุกวัน มีการแมตช์ลุคและล้ำค่าด้วยโลหะทองคำ สี Rose Gold, White Gold และ Yellow Gold ร่วมกับความประณีตในงานฝังเพชร
สำหรับงานฯ นี้ ยังมีการแสดงโขนมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ ในวันเสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ รอบเวลา 15.30 น. และเวลา 16.30 น. ผู้สนใจสามารถเข้าชมการแสดงโขน การสาธิต งานหัตถศิลป์ และการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ได้จนถึงวันที่ 13 สิงหาคม 2569