เวลา 14.50 น. วันนี้ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา เสด็จไปทรงเป็นประธานการประชุมวิชาการ "การพัฒนาองค์ความรู้เพื่อการพัฒนาผลิตภัณฑ์สู่สากล ประจำปี 2569" ณ สุราลัย ฮอลล์ ชั้น 7 ศูนย์การค้าไอคอนสยาม โอกาสนี้ ทอดพระเนตรนิทรรศการ "Thai Textiles Trend Book Spring/Summer 2027" จัดแสดงเครื่องแต่งกายและผลิตภัณฑ์จากแบรนด์ดีไซเนอร์ชั้นนำของประเทศ ที่ใช้กลุ่มสีและวัสดุจากหนังสือ "Thai Textiles Trend Book Spring/Summer 2027" ผลงานพระนิพนธ์ เล่มที่ 7 นำเสนอแนวคิดหลัก "Reimagine" หรือ จินตนาการใหม่ ที่เกิดจากแนวคิดในการมองโลกใหม่ ผ่านศิลปะ วัฒนธรรม และงานหัตถกรรม โดยนำเสนอแนวคิด "Cultural Diplomats" หรือ การใช้วัฒนธรรมเป็นเครื่องมือในการสื่อสารและเชื่อมโยงผู้คนในโลกยุคใหม่ งานหัตถกรรมจึงถูกนำกลับมาสร้างสรรค์ใหม่ ผ่านการผสมผสานเทคนิคดั้งเดิมเข้ากับแนวคิดร่วมสมัย ทั้งงานผ้าและงานหัตถกรรม ประกอบด้วย
"The Sanctuary Within : เคหะกายา" ได้รับแรงบันดาลใจจากสถาปัตยกรรมและการออกแบบภายใน ซึ่งนำมาตีความเป็นภาษาของงานแฟชั่นและสิ่งทอ ลวดลายเรขาคณิต และพื้นผิวที่ได้รับแรงบันดาลใจจากวัสดุทางสถาปัตยกรรม สร้างความรู้สึกสงบ มั่นคง และมีรสนิยม โทนสีเทา สีเงิน สีฟ้าอ่อน สีเบจ และสีน้ำตาลอ่อน ทำหน้าที่สร้างบรรยากาศของพื้นที่ที่ปลอดภัย โดยเทคนิคการทอและการสร้าง Texture ทำให้เกิดมิติของแสงและเงาบนผืนผ้า
"The Masterpiece Muse : ศิลปะบันดาล" สะท้อนความสัมพันธ์ระหว่างศิลปะและแฟชั่น ผ่านการผสมผสานความคลาสสิกเข้ากับ Pop และ Modern ลวดลายกราฟิก สีสันที่ตัดกัน และการจัดองค์ประกอบบนผืนผ้า เทคนิคดั้งเดิม เช่น มัดหมี่ นำมาผสมกับลายตาราง การไล่เฉดสี และการซ้อนทับของลวดลาย เพื่อสร้าง "ภาพ" ใหม่บนผืนผ้า มีสีสัน เช่น สีคราม, สีเขียว, สีเหลือง และสีชมพู
"The Exquisite Movement : ท่วงท่าสง่างาม" นำเสนอความงามของร่างกาย และการเคลื่อนไหว ผ่านผ้าที่มีจังหวะและทิศทาง โดยนำลวดลายเรขาคณิตมาสร้างจังหวะใหม่ ผสานเส้นสะท้อนแสง เส้นโลหะ และเทคนิคการทอ ที่ทำให้เกิดมิติ เมื่อผืนผ้าขยับ ทำให้รู้สึกถึงความเคลื่อนไหวแม้อยู่นิ่ง โดยมีสีสัน เช่น เฉดแดงส้ม, สีม่วงเข้ม, สีน้ำเงินเย็น และสีน้ำตาล
"The Clarity of Immortality : อมตะศาสตร์" ถ่ายทอดผ่านสีสันที่อ่อนโยนและเป็นธรรมชาติ ทั้งสีเขียว สีฟ้า สีครีม สีน้ำตาลอ่อน และสีเหลือง การย้อมไล่เฉด และพื้นผิวที่นุ่มนวล สร้างความรู้สึกเบา สะอาด และผ่อนคลาย เปรียบเสมือนพื้นที่สำหรับการฟื้นฟูร่างกายและจิตใจ
จากนั้น ทรงพระดำเนินยังไอคอนสยาม ฮอลล์ 2 โอกาสนี้ ทรงยืนแสดงความอาลัยถวายแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และแสดงความอาลัยต่อสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา แล้วพระราชทานหนังสือการพัฒนาองค์ความรู้เพื่อการพัฒนาผลิตภัณฑ์สู่สากล ประจำปี 2569 หรือ Thai Textiles Trend Book Spring/Summer 2027 แก่คณะรัฐมนตรี, ผู้บริหารกระทรวงมหาดไทย, ผู้บริหารกรมการพัฒนาชุมชน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อนำไปเป็นแนวทางในการศึกษาและประกอบอาชีพ สำหรับพัฒนาผลิตภัณฑ์
โดยกรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย จัดทำหนังสือฯ ขึ้นตามแนวพระดำริ "ผ้าไทยใส่ให้สนุก" ของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ซึ่งทรงดำรงตำแหน่งบรรณาธิการบริหารฯ ทรงนำแนวคิดที่เป็นสากลมาพัฒนาวงการผ้าไทย สร้างความตระหนักและกระตุ้นให้เกิดภาพลักษณ์ที่มีความทันสมัยแก่วงการผ้าไทย สร้างรายได้ให้ประชาชน ชุมชน และมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจให้แก่ประเทศอย่างยั่งยืน ด้วยพระวิสัยทัศน์ที่ทรงเล็งเห็นถึงความสำคัญของการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ไทยให้มีคุณภาพทัดเทียมนานาชาติ ในราคาที่เข้าถึงได้ ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนโครงการ "ผ้าไทยใส่ให้สนุก" และการพัฒนาองค์ความรู้เพื่อยกระดับผลิตภัณฑ์ไทยสู่สากลอย่างยั่งยืน
จากนั้น ทรงฟังเสวนาในหัวข้อ "การส่งเสริมและพัฒนาภาพลักษณ์ผ้าไทยสู่สากล ประจำปี 2569" โดยนายวิทย์ สิทธิเวคิน นักสื่อสารมวลชนและผู้ดำเนินรายการ กับนายนครินทร์ วนกิจไพบูลย์ กรรมการผู้จัดการและบรรณาธิการบริหาร The Standard ที่กล่าวถึงอารยธรรมไทยเชิงประวัติศาสตร์ ซึ่งผ้าไทยเป็น 1 ในอารยธรรมที่เป็นที่ยอมรับว่างดงาม เห็นได้จากการสืบสานงานหัตถกรรมผ้าไทยในแต่ละท้องถิ่นของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และยังกล่าวถึงหนังสือ Thai Textiles Trend Book Spring/Summer 2027 ซึ่งปัจจุบัน Trend Book เป็นเครื่องมือเชื่อมโยงโลกอนาคตกับภูมิปัญญาที่ประเทศไทยมีอยู่แต่เดิม ส่งเสริมให้ประเทศไทยเป็นที่รู้จัก และเป็นที่ยอมรับเพิ่มขึ้น จากการสืบสาน รักษา ต่อยอด และพัฒนาภูมิปัญญาให้ก้าวสู่สากล โดยแนวคิดสำคัญ 4 ประการ ได้ผ่านศิลปะที่ปลุกเร้าจิตวิญญาณ ตั้งแต่กีฬา สถาปัตยกรรม ศาสตร์แห่งความงาม หลอมรวมเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญให้อุตสาหกรรมแฟชั่น ที่แสดงให้เห็นถึงแนวโน้มการเติบโตขึ้นในอนาคตอย่างยั่งยืน
โอกาสนี้ ทรงร่วมเสวนาและมีพระดำรัสถึงการทำหนังสือ Trend Book มาตลอด 7 ปี ซึ่งเกิดขึ้นจากที่ทรงต้องการให้เป็นหนังสือที่ดูง่าย เข้าใจง่าย เข้าถึงทุกเพศ ทุกวัย อันจะเป็นประโยชน์ในการนำไปปรับใช้ โดยทรงนำภูมิรัฐศาสตร์ หรือรากฐานของวัฒนธรรมพื้นถิ่นเข้ามาเป็นความรู้หลักในการเสริมสร้างความรู้ พัฒนาผ้าไทยให้เป็นที่ยอมรับในระดับสากล ซึ่งการเข้าถึงจำเป็นต้องลงพื้นที่เพื่อศึกษาให้เข้าใจถึงวัฒนธรรม ข้อจำกัด ในแต่ละพื้นถิ่น อันจะช่วยให้การพัฒนาเป็นไปอย่างถูกต้อง เหมาะสม และงดงาม
เวลา 16.45 น. เสด็จไปยังธารา ฮอลล์ ชั้น M ทอดพระเนตรการจัดแสดงผลงานนิทรรศการและการเสวนาวิชาการ ภายใต้แนวคิดทุนทางวัฒนธรรม Legacy สาขาแฟชั่น ในหัวข้อ "การส่งเสริมภูมิปัญญาและหัตถศิลป์แห่งผ้าไทยผ่านมุมมองร่วมสมัย สู่งานฝีมือในโลกยุคปัจจุบัน" (Promoting The Art of Thai Wisdom Reinterpreting Tradional Craftsmanship for today) ซึ่งสำนักนายกรัฐมนตรี โดยกรมประชาสัมพันธ์ ร่วมกับศูนย์บริการวิชาการ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ และไอคอนคราฟท์ ไอคอนสยาม ร่วมกันจัดขึ้น เพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ผู้ทรงวางรากฐานในการอนุรักษ์ผ้าไทย พร้อมสืบสานพระราชปณิธานตามแนวพระดำริ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ภายใต้แนวคิด "Legacy : Creative Continuity & Creativity" หรือ "ภูมิปัญญาที่ได้รับการต่อยอดโดยความคิดสร้างสรรค์ร่วมสมัย" นำเสนอความหมายของคำว่า Legacy ในฐานะมรดกที่ไม่ได้หยุดนิ่งอยู่เพียงอดีต แต่เป็นคุณค่าที่สามารถส่งต่อพัฒนาและสร้างความหมายใหม่ให้สอดคล้องกับยุคสมัย โดยยังคงรักษารากเหง้าและอัตลักษณ์ดั้งเดิมไว้อย่างครบถ้วน
โอกาสนี้ ทอดพระเนตรการแสดงแฟชั่นโชว์ ภายใต้แนวคิด "The Walk of Woven Identities" จัดแสดงแบบชุดผ้าไทย ที่เริ่มจากการลงพื้นที่ศึกษาองค์ความรู้ กระบวนการผลิต อัตลักษณ์ และศักยภาพของชุมชนต้นแบบ 10 แห่งจากทั่วประเทศ ได้แก่ กลุ่มทอผ้าศรีวิชัย จังหวัดสุราษฎร์ธานี, กลุ่ม ธ.มฌโฑ จังหวัดอุดรธานี, กลุ่มขวัญตา จังหวัดหนองบัวลำภู, กลุ่ม ME-D NATHAP จังหวัดสงขลา, กลุ่ม T.Chattuwan จังหวัดร้อยเอ็ด, กลุ่มมนตราธิกาญจน์ จังหวัดกาฬสินธุ์, บริษัท ไทยซิลค์วิลเลจ จำกัด จังหวัดเชียงใหม่, อู๋ไหมไทย กลุ่มทอผ้าบ้านแม่สารบ้านตอง จังหวัดลำพูน, กลุ่มอิมปานิ จังหวัดราชบุรี และกลุ่มไหมทองสุรนารี จังหวัดนครราชสีมา ที่ถ่ายทอดเรื่องราวของผ้าไทยตั้งแต่รากฐานภูมิปัญญา กระบวนการสร้างสรรค์ ไปจนถึงการพัฒนาเป็นผลงานร่วมสมัย โดยทุกชิ้นยังคงสะท้อนลวดลาย เทคนิค และอัตลักษณ์เฉพาะถิ่นของชุมชนไว้อย่างโดดเด่น
นอกจากนี้ ยังจัดแสดงผลิตภัณฑ์ Pop-up Showcase ของ Iconcraft X S’ Craft Craftmanship 2026 ในคอลเลกชัน "THREADS OF LEGACY: S'CRAFT 2026" ซึ่งแบรนด์ SIRIVANNAVARI โดยสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา องค์ผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรค์ ร่วมกับ ICONCRAFT จัดทำคอลเลกชันกระเป๋าผ้าไทยประจำปี นำเสนอผลงานการสร้างสรรค์กระเป๋าผ้าไทยสุดพิเศษ จากผ้าทอของมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ, ผลงาน S’Craft 2026 l Four Masters, One Legacy 4 ครูศิลป์ของแผ่นดิน ถ่ายทอดมรดกแห่งผ้าทอและเครื่องทองของไทย, Eight Award-Winning Weavers ผลงานผ้าทอจากผู้ชนะการประกวดผ้าลายพระราชทาน ทั้ง 8 คน ที่สะท้อนการสืบสานภูมิปัญญาไทยผ่านมุมมองร่วมสมัย และผลงานที่ได้รับแรงบันดาลใจจากความงดงามของพระที่นั่งสำคัญทั้ง 8 แห่ง ซึ่งเชื่อมโยงกับชื่อของชุดไทยพระราชนิยมทั้ง 8 แบบ นำมาต่อยอดสู่กระเป๋าดีไซน์ร่วมสมัย ที่ผสานงานฝีมือของ SIRIVANNAVARI Atelier & Academy Embroidery งานปักชั้นสูงที่ถ่ายทอดความประณีต ความงดงามในทุกรายละเอียด
โอกาสนี้ พระราชทานพระวโรกาสให้ สื่อมวลชน เฝ้าสัมภาษณ์ ถึงการทรงงานในประเทศและต่างประเทศในรอบปีที่ผ่านมา ทั้งการทรงงานด้านแฟชั่น และกีฬา โดยมีพระดำรัสถึงการทรงงาน หนังสือ Thai Textiles Trend Book ทั้ง 7 เล่ม ที่สามารถนำไปใช้ในการศึกษา พัฒนาในวงการอุตสาหกรรมแฟชั่น และรับรู้ถึงประวัติศาสตร์และรากเหง้าของวัฒนธรรมท้องถิ่นต่าง ๆ ทั่วประเทศ นอกจากนี้ ทรงกล่าวถึงการประกวดศิลปวัฒนธรรมภูมิปัญญาท้องถิ่น "วงดนตรีพื้นบ้านโปงลาง" ชิงถ้วยพระราชทาน สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ครั้งที่ 1 ประจำปี 2569 และมีพระดำรัสถึงเรื่องชุดไทยพระราชนิยม