เริ่มแล้ว มาตรการใบสั่งค้างชำระ มีผลต่อภาษีรถ

View icon 214
วันที่ 1 ส.ค. 2569 | 05.18 น.
สนามข่าวเสาร์-อาทิตย์
แชร์
สนามข่าวเสาร์-อาทิตย์ - เริ่มแล้ว วันนี้ (1 ส.ค.) "ใบสั่งค้างชำระ" มีผลต่อการ "ต่อภาษีรถ" แต่ก็ยังมีข้อโต้แย้งถึงอำนาจหน้าที่ของ "กรมการขนส่ง" ว่าสามารถทำได้หรือไม่

สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้ลงนามความร่วมมือกับ "กรมการขนส่งทางบก" เชื่อมข้อมูลใบสั่งจราจรรูปแบบใหม่ ตามแนวคำพิพากษา เน้นมาตรฐานสากล เพื่อบังคับใช้กฎหมายมีประสิทธิภาพ เริ่มมีผลบังคับใช้วันนี้ (1 ส.ค.)

ผลก็คือ คนที่มีใบสั่งค้างชำระ สามารถตรวจสอบและชำระค่าปรับกับนายทะเบียนขนส่งได้ทันที หากไม่ชำระค่าปรับที่ค้างอยู่ แม้จะนำรถไปต่อภาษีเรียบร้อยแล้ว จะทำให้ไม่ได้รับเครื่องหมายแสดงการเสียภาษีฉบับจริง

ทนายความตั้งข้อสังเกตว่า การดำเนินการดังกล่าวอาจเป็นการขัดกฎหมายหรือไม่ เพราะเรื่องนี้เคยมีการฟ้องร้องกันมาแล้ว และผลคือ ฝั่งผู้ขับขี่เป็นผู้ชนะคดี

เมื่อมีข้อถกเถียง นายรัชพล ศิริสาคร ทนายความ ก็เลยไปยื่นเรื่องกับผู้ตรวจการแผ่นดิน เพื่อขอให้พิจารณาเสนอศาลรัฐธรรมนูญ วินิจฉัยว่าข้อกฎหมายดังกล่าวขัดแย้งต่อรัฐธรรมนูญหรือไม่

สอบถามเรื่องนี้กับ พลตำรวจตรี ธวัช วงศ์สง่า รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ที่ดูแลงานด้านจราจร ชี้แจงว่า จริง ๆ แล้ว "กรมการขนส่งทางบก" มีอำนาจตามกฎหมายอย่างถูกต้องในการดำเนินการ อ้างอิงตามมาตรา 141/1 ของ พ.ร.บ.จราจรทางบก และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เพราะฉะนั้น การลงนาม MOU ล่าสุดที่เพิ่งเกิดขึ้น จึงเป็นการยืนยันการใช้อำนาจเดิมที่มีอยู่แล้วตามกฎหมาย

ส่วนกรณีที่มีข้อสงสัยเรื่องการแพ้ชนะคดี ยอมรับว่า เรื่องดังกล่าวเคยเป็นปัญหาทำให้ กรมการขนส่งทางบก ต้องยกเลิกเรื่อง MOU ในอดีตจริง แต่ภายหลังนำผลคำพิพากษามาพิเคราะห์อย่างละเอียดแล้ว พบว่าเหตุประเด็นที่ศาลฯ พิพากษายกฟ้อง ไม่ใช่เพราะไม่มีอำนาจในการบังคับใช้กฎหมาย แต่เกิดจากการขาดพยานหลักฐาน "การส่งใบสั่ง" ที่ถูกต้องตามขั้นตอน ทำให้ไม่ใช่กรมการขนส่งฯ ไม่สามารถดำเนินการได้มีอำนาจในการบังคับใช้กฎหมาย 

พอพบที่มาของปัญหา ก็ได้ต่อมา จึงมีการแก้ไขระเบียบข้อปฏิบัติต่าง ๆ เพื่อรองรับการทำงานให้สมบูรณ์ เช่น การกำหนดให้ "กรมการขนส่งทางบก" ทำหน้าที่เป็นเจ้าพนักงานตาม พ.ร.บ.การขนส่งทางบก และตำรวจทำหน้าที่เป็นเจ้าพนักงานจราจรตาม พ.ร.บ.จราจรทางบก

ส่วน ตำรวจก็มีอำนาจหน้าที่ในการออกใบสั่งให้ไปเสียค่าปรับตามพินัย หากประชาชนไม่ไปเสียค่าปรับในห้วงเวลาที่กำหนด ก็จะถูกทำสำนวนส่งฟ้องศาลฯ ให้พิจารณาเสียค่าปรับตามขั้นตอน ซึ่งผู้ถูกปรับจะสามารถแก้ต่างข้อกฎหมาย หรือรายละเอียดความจำเป็นต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นได้ และเป็นดุลยพินิจของศาลฯ ว่าจะพิจารณาให้เสียค่าปรับเท่าไร  

ดังนั้น ต่อให้เกิดกรณีผู้กระทำผิดขยำใบสั่งทิ้ง ก็ต้องไปเสียค่าปรับที่ศาลฯ หรือหากไปต่อทะเบียนก็จะไม่ได้ใบแสดงการเสียภาษีติดหน้ารถอยู่ดี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง