ตร. - ขนส่งฯ จับมือบังคับใช้กฎหมายเข้ม ! เบี้ยวใบสั่ง ไม่ได้ป้ายภาษี

ตร. - ขนส่งฯ จับมือบังคับใช้กฎหมายเข้ม ! เบี้ยวใบสั่ง ไม่ได้ป้ายภาษี

View icon 47
วันที่ 30 ก.ค. 2569 | 10.12 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
ตร. - ขนส่งฯ จับมือบังคับใช้กฎหมายเข้ม ! เบี้ยวใบสั่ง ไม่ได้ป้ายภาษี ยืนยัน ยุคนี้จ่ายค่าปรับผ่านขนส่งฯ ได้ทันที ไม่ต้องรอตำรวจตั้งโต๊ะ มีการแก้กฎหมายรองรับไว้แล้ว 

จากกรณีที่มีเพจของทนายให้ข้อมูลเกี่ยวข้องกับการให้กรมการขนส่งทางบกสามารถเปรียบเทียบปรับหรือชำระเงินใบสั่งค้างชำระแทนตำรวจได้ รวมถึงการไม่ต่อทะเบียนหรือไม่ให้ใบแสดงการเสียภาษีที่ต้องติดหน้ารถ ว่าอาจเป็นการขัดกฎหมายและเคยมีการฟ้องร้องกันมาแล้วจนฝั่งของผู้ขับขี่ชนะคดีนั้น

ล่าสุดวันนี้ ( 30 ก.ค. 69 ) พล.ต.ต.ธวัช วงศ์สง่า รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (รอง ผบช.น.) ในฐานะผู้กำกับดูแลงานด้านจราจร เปิดเผยถึงความคืบหน้าการประสานความร่วมมือและพิธีลงนามบันทึกข้อตกลง (MOU) ระหว่างสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และกรมการขนส่งทางบก เกี่ยวกับมาตรการชะลอการออกเครื่องหมายแสดงการเสียภาษีประจำปี สำหรับผู้ขับขี่ที่ไม่ชำระค่าปรับตามใบสั่งจราจร

พล.ต.ต.ธวัช ชี้แจงเพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องต่อสังคมว่า กรมการขนส่งทางบกมีอำนาจตามกฎหมายอย่างถูกต้องในการดำเนินการดังกล่าว โดยอ้างอิงตามมาตรา 141/1 แห่ง พ.ร.บ.จราจรทางบก และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ซึ่งการลงนาม MOU ล่าสุดนี้ เป็นการยืนยันการใช้รองรับอำนาจเดิมที่มีอยู่แล้วตามกฎหมาย เพื่อให้ทั้งสองหน่วยงานประสานข้อมูลและทำงานร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

พลตำรวจตรี ธวัช ยืน ยันว่า ผู้ไม่จ่ายค่าปรับ ยังต่อภาษีได้ แต่ไม่ได้ "ป้ายภาษี และกรมขนส่งฯ รับชำระค่าปรับได้ทันที สำหรับเงื่อนไขและมาตรการบังคับใช้ รอง ผบช.น. ระบุว่า ผู้ที่ยังไม่ชำระค่าปรับจราจรจะ “ยังคงสามารถต่อทะเบียนหรือเสียภาษีประจำปีได้ตามปกติ แต่จะไม่ได้รับป้ายวงกลมหรือเครื่องหมายแสดงการเสียภาษี” โดยจะได้เพียงหลักฐานการเสียภาษีชั่วคราว มีอายุ 30 วัน ไปก่อนเท่านั้น

ทั้งนี้ ผลจากการเซ็น MOU ล่าสุด ได้มีการแก้ไขกฎกระทรวงและกฎหมายที่เกี่ยวข้องรองรับไว้เรียบร้อยแล้ว ทำให้เจ้าหน้าที่กรมการขนส่งทางบกสามารถรับชำระค่าปรับตามใบสั่งที่ค้างอยู่ ณ สำนักงานขนส่งแห่งนั้น ๆ ได้ทันที แตกต่างจากในอดีตที่เจ้าหน้าที่ตำรวจต้องเดินทางไปตั้งโต๊ะรับชำระค่าปรับเอง จึงช่วยอำนวยความสะดวกให้ประชาชนสามารถชำระค่าปรับค้างเก่าและรับป้ายภาษีประจำปีได้จบในจุดเดียว

ส่วนกรณีศึกษาในอดีต หรือ "เคส 8 ริ้ว" ที่ศาลเคยมีคำสั่งยกฟ้องนั้น เกิดจากการขาดพยานหลักฐานการส่งใบสั่งที่ถูกต้องตามขั้นตอน ซึ่งทำให้ขนส่งฯ ไม่สามารถดำเนินการได้ในขณะนั้น แต่ปัจจุบันได้มีการออกระเบียบปฏิบัติต่าง ๆ มารองรับการทำงานร่วมกันอย่างสมบูรณ์แล้ว โดยกรมการขนส่งทางบกทำหน้าที่เป็นเจ้าพนักงานตาม พ.ร.บ.การขนส่งทางบก ขณะที่ตำรวจทำหน้าที่เจ้าพนักงานจราจรตาม พ.ร.บ.จราจรทางบก

ทั้งนี้หลังจากนี้จะมีการพัฒนาระบบและออกมาตรการเพิ่มเติมอย่างต่อเนื่อง เพื่อปรับปรุงการบังคับใช้กฎหมายให้มีประสิทธิภาพสูงสุด โดยทางฝ่ายกฎหมายและผู้ประสานงานจะมีการหารือร่วมกับกรมการขนส่งทางบกอย่างใกล้ชิด เพื่อชี้แจงและรองรับข้อปฏิบัติต่าง ๆ ให้เกิดความชัดเจนและเป็นธรรมต่อประชาชนมากที่สุด

พลตำรวจตรีธวัช ยังกล่าวเพิ่มเติมด้วยว่า ขณะที่ตำรวจเอง ก็มีอำนาจหน้าที่ในการออกใบสั่งให้ไปเสียค่าปรับตามพินัย ซึ่งหากประชาชนไม่ไปเสียค่าปรับในห้วงเวลาที่กำหนด ก็จะถูกทำสำนวนส่งฟ้องศาลให้พิจารณาเสียค่าปรับ ซึ่งในขั้นตอนของการส่งฟ้องศาลนั้น ผู้ถูกปรับจะสามารถแก้ต่างข้อกฎหมายหรือรายละเอียดความจำเป็นต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นได้ และเป็นดุลพินิจของศาลว่าจะพิจารณาให้บุคคลดังกล่าวหรือผู้ที่กระทำความผิดเสียค่าปรับเท่าไร ซึ่งต่อให้ประชาชนขยำใบสั่งทิ้งก็ต้องไปเสียค่าปรับที่ศาล หรือหากไปต่อทะเบียนก็จะไม่ได้ใบแสดงการเสียภาษีติดหน้ารถอยู่ดี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง