ที่ได้ไปคือทองปลอม โจรขโมยกำไลข้อเท้าหนูน้อยวัย 7 เดือน

ที่ได้ไปคือทองปลอม โจรขโมยกำไลข้อเท้าหนูน้อยวัย 7 เดือน

View icon 49
วันที่ 1 ส.ค. 2569 | 14.34 น.
ข่าวภูมิภาค
แชร์
อุทาหรณ์เตือนภัย ! แม่ซื้อกำไลข้อเท้า ซึ่งเป็นเหรียญ 50 สตางค์ชุบทอง ให้ลูกน้อยวัย 7 เดือนใส่ โจรนึกว่าเป็นทองจริง ใช้ผ้าคลุมศีรษะปกปิดใบหน้าย่องเข้ามาขโมยกำไลดังกล่าวแล้วรีบวิ่งหลบหนีไป

วันที่ 1 ส.ค 69 ผู้สื่อข่าวได้รับการร้องเรียนจากเจ้าของร้านค้าในพื้นที่บ้านหนองค่าย หมู่ที่ 10 ตำบลบ้านบัว อำเภอเมืองบุรีรัมย์ จังหวัดบุรีรัมย์ หลังถูกคนร้ายแอบเข้ามาก่อเหตุลักทรัพย์ภายในร้าน จึงต้องการแจ้งเตือนผู้ประกอบการและประชาชนให้เพิ่มความระมัดระวัง เนื่องจากคนร้ายยังคงก่อเหตุในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง

นางสาวอัจฉรา อายุ 39 ปี  ผู้เสียหาย นำคลิปวีดีโอจากกล้องวงจรปิดมาเปิดเผยให้ผู้สื่อข่าวดู พร้อมเล่าว่า เมื่อเวลาประมาณ 12.44 น. วันที่ 29 กรกฎาคม 2569 ขณะที่ตนพาลูกสาว อายุ 7 เดือน เข้าไปนอนในเปลภายในบ้าน ใช้เวลาเพียงประมาณ 3 นาที ได้มีชายอายุราว 25-30 ปี ใช้ผ้าคลุมศีรษะและปกปิดใบหน้า เดินเข้ามาภายในร้าน ก่อนตรงไปหยิบกำไลข้อเท้าเด็ก 1 คู่ ซึ่งเป็นเหรียญ 50 สตางค์ชุบทอง สีคล้ายทองคำ วางอยู่บนเคาน์เตอร์ แล้วรีบวิ่งหลบหนีออกจากร้านไป

ช่วงแรกยังไม่รู้ตัวว่าถูกขโมย กระทั่งกลับมาที่ร้านพบตะกร้าบนเคาน์เตอร์ตกอยู่และมีรอยเท้าภายในร้าน จึงตรวจสอบทรัพย์สิน ก่อนพบว่ากำไลข้อเท้าของลูกหายไป เมื่อตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิด จึงทราบว่าถูกคนร้ายลักไปจริง

ถึงแม้กำไลดังกล่าวจะมีมูลค่าไม่มาก เพราะไม่ใช่ทองคำแท้ แต่เป็นของแทนใจที่ตนและสามีตั้งใจซื้อให้ลูกตั้งแต่แรกเกิด เพื่อเก็บไว้เป็นความทรงจำ โดยเลือกซื้อแบบชุบทองแทนทองจริง เพราะเกรงว่าจะตกเป็นเป้าหมายของมิจฉาชีพ แต่สุดท้ายก็ยังถูกขโมยไปจริง คาดว่าคนร้ายเข้าใจผิดว่าเป็นทองคำแท้

นางสาวอัจฉรา กล่าวว่า อยากฝากถึงผู้ก่อเหตุให้เลิกพฤติกรรมลักเล็กขโมยน้อย เพราะอาชีพสุจริตยังมีอีกมาก พร้อมฝากเตือนร้านค้าและประชาชนให้เพิ่มความระมัดระวัง ไม่ควรปล่อยทรัพย์สินมีค่าไว้โดยไม่มีคนดูแล แม้จะเป็นช่วงเวลาสั้น ๆ ก็ตาม

ภายหลังเกิดเหตุ เจ้าของร้านได้นำหลักฐานจากกล้องวงจรปิดเข้าแจ้งความที่ สภ.เมืองบุรีรัมย์ แล้วเพื่อให้ดำเนินคดีตามกฎหมาย เบื้องต้นทราบตัวผู้ก่อเหตุแล้ว เป็นวัยรุ่นในพื้นที่ซึ่งมีพฤติกรรมก่อเหตุลักเล็กขโมยน้อยเป็นประจำ สร้างความเดือดร้อนให้ชาวบ้านและร้านค้าหลายแห่ง แม้แต่พระพุทธรูปภายในวัดก็ยังเคยตกเป็นเป้าหมาย โดยครั้งนี้เจ้าของร้านยืนยันว่าจะดำเนินคดีจนถึงที่สุด เพื่อหวังให้ผู้ก่อเหตุหยุดพฤติกรรมและไม่ไปสร้างความเดือดร้อนให้ผู้อื่นอีก

เหตุการณ์นี้กลายเป็นอุทาหรณ์เตือนใจพ่อแม่ผู้ปกครองหลาย ๆ คนว่า โจรในปัจจุบันอาจไม่ได้คัดกรองว่าเป็นของจริงหรือของปลอม ดังนั้นทางที่ดีที่สุดคือการหลีกเลี่ยงให้เด็กเล็กสวมใส่เครื่องประดับที่ล่อตาลาดใจทุกชนิด เพื่อความปลอดภัยของลูกน้อย

ข่าวที่เกี่ยวข้อง