สเปนเร่งส่งกลับผู้อพยพ ทะลักเข้าเมืองกว่า 50,000 คน

View icon 5
วันที่ 1 ส.ค. 2569 | 17.51 น.
รอบรั้วรอบโลก
แชร์
ผู้อพยพกว่า 50,000 คน ทะลักเข้าสู่เมืองเซวตาของสเปน ภายในเวลาราว 2 วัน ล่าสุด รัฐบาลสเปนระบุว่าควบคุมสถานการณ์ได้แล้ว และกำลังเร่งส่งผู้ที่เข้าเมืองผิดกฎหมายกลับโมร็อกโก

กระทรวงมหาดไทยสเปนระบุว่า ตั้งแต่ช่วงเช้าวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา (30 ก.ค.) รวมเวลาราว 2 วัน มีผู้อพยพราว 50,000 คน ข้ามเข้าสู่เมืองเซวตา ดินแดนของสเปน ซึ่งตั้งอยู่ทางตอนเหนือของทวีปแอฟริกา ทั้งทางบกและทางทะเล ขณะที่ผู้นำท้องถิ่นประเมินว่า จำนวนผู้ที่พยายามข้ามแดนอาจสูงถึง 60,000 คน ถือเป็นการหลั่งไหลของผู้อพยพครั้งใหญ่ชนิดที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในพื้นที่แห่งนี้ โดยเมืองเซวตา เป็นหนึ่งในพรมแดนทางบกเพียงไม่กี่แห่งระหว่างสหภาพยุโรปกับทวีปแอฟริกา จึงกลายเป็นเป้าหมายสำคัญของผู้ที่หวังเข้าสู่ยุโรป

ล่าสุด ทางการสเปนระบุว่าสถานการณ์เริ่มกลับมาอยู่ภายใต้การควบคุมแล้ว และจนถึงช่วงเย็นวันศุกร์ มีผู้อพยพราว 48,300 คน เดินทางกลับโมร็อกโก ส่วนใหญ่กลับโดยสมัครใจ หลังไม่สามารถหาอาหาร ที่พัก หรือโอกาสเดินทางต่อได้อย่างที่หวังและบางส่วนเดินทางกลับ ผ่านกระบวนการส่งกลับของทางการ

อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์ครั้งนี้ทำให้มีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 57 คน ในฝั่งสเปน บางคนจมน้ำระหว่างว่ายข้ามทะเล ส่วนบางคนเสียชีวิตจากการถูกเบียดหรือเหยียบ ขณะพยายามปีนแนวกันคลื่นซึ่งเชื่อมกับรั้วพรมแดน และยังอาจมีผู้เสียชีวิตเพิ่มเติมในฝั่งโมร็อกโก
นายกรัฐมนตรีเปโดร ซานเชซ ของสเปน ลงพื้นที่และเรียกเหตุการณ์นี้ว่า เป็นการละเมิดอธิปไตยของสเปน พร้อมยืนยันว่าเจ้าหน้าที่กำลังเร่งส่งตัวผู้ที่เข้าเมืองอย่างผิดกฎหมายกลับประเทศ โดยได้รับความร่วมมือจากโมร็อกโก และแม้จำนวนผู้ข้ามแดนจะลดลงอย่างมากแล้ว แต่ทางการยังคงตรึงกำลัง เพราะกังวลว่า อาจมีผู้อพยพกลุ่มใหม่พยายามหาทางเข้าผ่านชายแดนเข้ามาอีก

เหตุผู้อพยพกว่า 50,000 คน ทะลักเข้าสู่เมืองเซวตา ไม่ได้สร้างแรงกดดันเฉพาะกับรัฐบาลสเปนเท่านั้น แต่กำลังทำให้หลายประเทศในยุโรปเร่งป้องกันไม่ให้ผู้อพยพเดินทางต่อเข้าสู่ประเทศของตัวเอง โดยอิตาลีประกาศกลับมาตรวจหนังสือเดินทางและเอกสารของผู้โดยสารที่เดินทางมาจากสเปนชั่วคราว ทั้งทางเครื่องบินและทางเรือ ซึ่งปกติแล้ว ประเทศในกลุ่มเชงเกน ประชาชนเดินทางถึงกันได้โดยแทบไม่ต้องผ่านด่านตรวจ แต่หลังเกิดวิกฤตเซวตา อิตาลีเลือกกลับมาตรวจเข้มอีกครั้ง เพื่อสกัดผู้ที่อาจลักลอบเข้าเมือง

ส่วนฝรั่งเศส ประกาศเพิ่มกำลังตำรวจตามแนวชายแดนติดกับสเปนถึง 5 เท่า พร้อมเพิ่มการตรวจตราตามถนน สถานีรถไฟ และขบวนรถไฟ รวมถึงการลาดตระเวนทางอากาศ

ขณะเดียวกัน พรรคการเมืองที่ต้องการควบคุมผู้อพยพอย่างเข้มงวดในหลายประเทศ กล่าวโทษรัฐบาลสเปนว่าใช้นโยบายที่ผ่อนปรนเกินไป โดยเฉพาะการเปิดโอกาสให้ผู้ที่อยู่ในประเทศอย่างผิดกฎหมายบางส่วนสามารถขอสถานะถูกกฎหมายได้ แต่อีกฝ่ายมองว่าผู้อพยพเหล่านี้กำลังหนีความยากจนและการขาดโอกาส และยุโรปไม่ควรแก้ปัญหาด้วยการปิดพรมแดนเพียงอย่างเดียว

ข่าวที่เกี่ยวข้อง