ฝ่ากระแสน้ำช่วย “ลูกช้างป่า” ถูกกระแสน้ำพัดช่วงฝนตกหนักทำให้พลัดหลงแม่ กลางป่าไทรโยค

ฝ่ากระแสน้ำช่วย “ลูกช้างป่า” ถูกกระแสน้ำพัดช่วงฝนตกหนักทำให้พลัดหลงแม่ กลางป่าไทรโยค

View icon 71
วันที่ 2 ส.ค. 2569 | 14.37 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
เจ้าหน้าที่-ทีมสัตวแพทย์ นั่งเรือฝ่ากระแสน้ำเข้าช่วยเหลือ ลูกช้างป่า พลัดหลงกับแม่ กลางป่าไทรโยค คาดถูกกระแสน้ำพัดมาช่วงฝนตกหนัก เคลื่อนย้ายมาพักรักษาตัวที่คอกชั่วคราว พบเป็น “เพศเมีย” สะดืออักเสบจนมีแมลงวันไปไข่ทิ้งไว้

วันนี้ (2 ส.ค. 69) เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติไทรโยค จ.กาญจนบุรี ได้รับแจ้งจากชาวบ้านเมื่อเช้าตรู่ของวันอังคาร (30 ก.ค. 69) ที่ผ่านมา ว่าพบลูกช้างป่าพลัดหลง บริเวณชายน้ำห้วยแม่น้ำน้อย ซึ่งพื้นที่นี้เข้าถึงยากมาก ต้องนั่งเรือฝ่ากระแสน้ำไปกว่า 1-2 ชั่วโมง

เมื่อไปถึงจุดดังกล่าวก็พบลูกช้างป่ายืนในสภาพอิดโรยอยู่บนพื้นที่ลาดชันแคบ ๆ เพียง 1.5 เมตร ห่างจากตลิ่งแค่คืบเดียว ทางเจ้าหน้าที่คาดว่าลูกช้างป่าน่าจะถูกกระแสน้ำพัดมาช่วงฝนตกหนักจนพลัดหลงกับโขลงมาแล้วประมาณ 2 วัน ซึ่งลูกช้างป่ามีสภาพหิวโซจนต้องดูดรากไม้และก้อนหินประทังชีวิต ตลอดทั้งคืนลูกช้างป่าส่งเสียงร้องเรียกหาแม่ แต่ไม่มีเสียงตอบรับจากโขลง ทางเจ้าหน้าที่จึงต้องกางเต็นท์นอนเฝ้าดูแลอย่างใกล้ชิดและป้อนนมเพื่อรักษาชีวิตลูกช้างป่าไว้

หลังจากนั้น พายุฝนที่ตกลงมาอย่างต่อเนื่องทำให้ระดับน้ำสูงขึ้น เสี่ยงต่อน้ำป่าไหลหลาก ทางทีมสัตวแพทย์สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 (บ้านโป่ง) จึงตัดสินใจว่า "ต้องรีบย้ายลูกช้างป่าด่วนที่สุด" ก่อนที่สถานการณ์จะเลวร้ายไปกว่านี้

ทางเจ้าหน้าที่ได้เคลื่อนย้ายลูกช้างมาพักรักษาตัวที่คอกกักกันโรคชั่วคราว ที่ทำการอุทยานแห่งชาติไทรโยค ทีมสัตวแพทย์และควาญช้างได้ทำการตรวจเช็กอย่างละเอียดอีกครั้งเมื่อวานนี้ จึงพบว่าลูกช้างป่าเป็น เพศเมีย อายุเพียง 1 สัปดาห์เท่านั้น น้ำหนัก 62.8 กิโลกรัม ส่วนสูง 64 ซม. และลำตัวยาว 64 ซม. ซึ่งทางสัตวแพทย์บอกว่าตัวเล็กกว่าเกณฑ์ปกติที่ควรจะหนัก 70-80 กิโลกรัมขึ้นไป โดยมีอาการที่ต้องเฝ้าระวัง คือ ยังมีอาการถ่ายเหลว ปัสสาวะสีเข้ม พบแผลในช่องปาก ใต้งวง และสะดืออักเสบจนมีแมลงวันไปไข่ทิ้งไว้

ขณะนี้ทีมสัตวแพทย์สัตว์ป่าได้ทำการล้างแผล ให้ยารักษา และดูแลตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมกับเก็บตัวอย่างเลือดและน้ำลายเพื่อส่งตรวจหาเชื้อไวรัสเฮอร์ปีส์ในช้าง (EEHV) ต่อไป