อุทยานแห่งชาติรามคำแหง ปล่อย "ลูกเก้ง" คืนสู่ธรรมชาติในพื้นที่ป่าอนุรักษ์ หลังจากอนุบาลมานานเกือบ 4 เดือน จากการที่ได้รับการช่วยเหลือวิ่งหนีตายจากไฟป่ามาซบตักเจ้าหน้าที่ เมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา
วันนี้ (2 ส.ค. 69) จากเหตุการณ์ไฟป่ารุนแรงบริเวณยอดเขาหลวงเมื่อวันที่ 13 เมษายน 2569 ที่ผ่านมา ทางเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการดับไฟป่าและสถานีควบคุมไฟป่า ได้พบลูกเก้ง เพศเมีย วัยแรกเกิดเพียง 3–4 วัน เดินมาในสภาพโซซัดโซเซ ฝ่าควันไฟหนาทึบและเนื้อตัวสั่นเทาจากการสูญเสียแม่ในกองไฟ ทางเจ้าหน้าที่ได้ทำการปฐมพยาบาล เฝ้าระวังภาวะช็อก และส่งมอบให้ทีมสัตวแพทย์ดูแลอย่างใกล้ชิดทันที
ตลอดระยะเวลา 111 วันที่ผ่านมา ทางเจ้าหน้าที่ได้ดูแลและอนุบาลลูกเก้งน้อยอย่างใกล้ชิด เพื่อเตรียมความพร้อมส่งคืนสู่ธรรมชาติ โดยสร้างคอกอนุบาล ป้อนนมและพืชอาหารป่าตามวัย ตลอดจนจำกัดการปฏิสัมพันธ์กับมนุษย์เพื่อไม่ให้สัตว์ป่าคุ้นชิน จากลูกเก้งแรกเกิดตัวน้อยที่มีลายจุดตามตัว ปัจจุบันได้เติบโตเป็นเก้งสาววัยรุ่น สุขภาพแข็งแรง มีสัญชาตญาณการระวังภัย และแสดงพฤติกรรมตามธรรมชาติได้อย่างสมบูรณ์
จนกระทั้งเมื่อวานนี้ (1 ส.ค. 69) ทางอุทยานแห่งชาติรามคำแหง ร่วมกับทีมสัตวแพทย์และเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่า ดำเนินการปล่อย "ลูกเก้ง" คืนสู่ธรรมชาติในพื้นที่ป่าอนุรักษ์ชั้นในของอุทยานแห่งชาติรามคำแหง จังหวัดสุโขทัย
ทาง นายวิชัย ท้าวใจวงศ์ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติรามคำแหง เปิดเผยว่า"ตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่และสัตวแพทย์ทุกคนมีความผูกพันกับเก้งน้อยตัวนี้เป็นอย่างมาก จากวันแรกที่วิ่งมาซบตักเพื่อหาที่พึ่งสุดท้าย แต่วันนี้คือความภาคภูมิใจสูงสุดที่ได้เห็นเขากลับไปวิ่งเล่นในบ้านที่แท้จริง การปล่อยลูกเก้งคืนสู่ป่าในวันที่ 1 สิงหาคมนี้ จึงไม่เพียงแต่เป็นความสำเร็จในการคืนชีวิตให้สัตว์ป่า แต่ยังเป็นสัญลักษณ์เตือนใจถึงผลกระทบอันใหญ่หลวงจากไฟป่าที่เราไม่อยากให้เกิดขึ้นอีกไม่ว่ากับชีวิตใด
ทั้งนี้ ทางอุทยานแห่งชาติรามคำแหง ย้ำว่า ไฟป่าในเขตป่าอนุรักษ์ส่วนใหญ่เกิดจากการเผาป่าเพื่อล่าสัตว์และเก็บของป่า ซึ่งสร้างความสูญเสียต่อระบบนิเวศ ห่วงโซ่อาหาร และชีวิตสัตว์ป่าที่ไม่สามารถประเมินค่าได้ จึงขอความร่วมมือจากประชาชนและชุมชนรอบแนวเขตป่า ร่วมกันเฝ้าระวัง หยุดการเผาป่า เพื่อปกป้องผืนป่าและสัตว์ป่าให้คงอยู่คู่ประเทศไทยอย่างยั่งยืน