กัมพูชา ถ่ายภาพทหารไทยวางกำลังชายแดน

View icon 246
วันที่ 2 ส.ค. 2569 | 16.21 น.
เจาะประเด็นข่าว 7HD
แชร์
เจาะประเด็นข่าว 7HD - กระทรวงการต่างประเทศ แถลงโต้ UN ชาวกัมพูชา 650,000 คน ไม่ใช่ผู้พลัดถิ่น แต่เป็นคนที่รุกล้ำเข้ามาในดินแดนไทย ขณะที่บริเวณชายแดน ทหารกัมพูชายังคงแอบถ่ายภาพทหารไทยที่วางกำลังอยู่ใกล้กัน

คลิปขณะที่ ทหารกัมพูชา บริเวณวัดแก้วสิกขาคีรีสวาระ เชิงเขาพระวิหาร พื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา ยกโทรศัพท์มือถือขึ้นมาถ่ายภาพทหารไทยที่วางกำลังอยู่ใกล้กัน ทำให้ทหารไทย แซวว่า "ขอให้ใส่ฟิลเตอร์ให้ด้วยนะ"

คลิปนี้ นายกรกต เกตุแก้ว อดีตทหารพราน นำมาโพสต์ในเฟซบุ๊ก พร้อมระบุข้อความว่า "ใกล้วัดแก้ว เขาพระวิหาร จุดนี้เป็นอีกจุดหนึ่งที่อยู่ใกล้กันมาก ถ้ารบกันรอบ 3 พื้นที่ 4.6 ตารางกิโลเมตรเราต้องยึดคืน"

ขณะเดียวในโซเชียลจับตากรณีฝ่ายกัมพูชาอาจผลักดัน หรือ ยื่นเรื่องต่อสหประชาชาติ หรือ UN เกี่ยวกับ MOU 2543 และแผนที่มาตราส่วน 1 ต่อ 200,000 เพื่อใช้เป็นฐานในการเจรจาชายแดน

รองศาสตราจารย์ ปณิธาน วัฒนายากร ผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคงและการต่างประเทศ ระบุว่า ประเด็นการร้องเรียนต่อสหประชาชาติ และองค์การระหว่างประเทศ ไม่ใช่เรื่องใหม่ เป็นเรื่องเดิม บางส่วนอยู่ในระบบอยู่แล้ว เพื่อต้องการให้นานาชาติประณามฝ่ายไทย

ซึ่งกัมพูชาเดินหน้ากดดันไทยด้วยการนำองค์กรระหว่างประเทศนานาชาติ เข้ามาในพื้นที่ เพื่อกดดันไทยให้ไทยถอนกำลัง เพื่อเปิดทางให้ชาวกัมพูชากับไปยังพื้นที่เดิม ยืนยันว่า ในเรื่องการลากเส้นเขตแดนทั้ง 2 ประเทศ จะต้องไปตกลงกันเอง สหประชาชาติไม่มีอำนาจจะไปจัดทำเขตแดน หรือ รับรองแผนที่

ขณะที่ กระทรวงการต่างประเทศของไทย ได้ออกแถลงการณ์โต้แย้ง กรณีที่ นายโทมัส แอนดรูวส์ ผู้เสนอรายงานพิเศษแห่งสหประชาชาติ ว่าด้วยสถานการณ์สิทธิมนุษยชนในกัมพูชา แถลงอ้างว่า มีชาวกัมพูชา 650,000 คน ต้องเป็นผู้พลัดถิ่น หลังเกิดเหตุปะทะชายแดนไทย-กัมพูชาที่ผ่านมา

โดยกระทรวงการต่างประเทศ ชี้แจงว่า ชาวกัมพูชาดังกล่าว อาศัยอยู่ในพื้นที่ของไทย ซึ่งเคยเปิดให้เป็นพื้นที่พักพิงชั่วคราวช่วงปลาย คริสต์ทศวรรษ 1970 เป็นการให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมจากไทย แต่หลังสถานการณ์คลี่คลายกลุ่มบุคคลดังกล่าวไม่ได้ย้ายออกจากพื้นที่ แม้ว่าฝ่ายไทยได้ประท้วงกัมพูชาหลายครั้ง จึงถือเป็นกลุ่มบุคคลที่รุกล้ำเข้ามาในเขตแดนไทย และไม่เข้านิยามของการเป็นผู้พลัดถิ่น

ไทยย้ำว่า ความขัดแย้งระหว่างสองประเทศ ไม่ใช่ความขัดแย้งที่เริ่มโดยฝ่ายไทย แต่มาจากการโจมตีเป้าหมายพลเรือนในไทย โดยฝ่ายกัมพูชาเริ่มก่อน

ด้าน พลอากาศเอก ประภาส สอนใจดี ผู้อำนวยการศูนย์สถานการณ์ข่าวสารไทย-กัมพูชา หรือ JIC ระบุว่า "สงครามยุคนี้ ไม่ได้ตัดสินกันแค่ในสนามรบ แต่ตัดสินกันใน สนามข้อมูลข่าวสาร สิ่งที่อันตรายที่สุด ไม่ใช่กระสุน แต่คือ ข้อมูลที่ถูกบิดเบือน จึงถึงเวลาที่ คนไทยทุกคน จะเป็นนักสื่อสารของประเทศ หากคนไทย 70 ล้านคน ช่วยกันคนละโพสต์ คนละคำอธิบาย จะเป็น "พลังการทูตภาคประชาชน" พลังที่ไม่มีใครซื้อได้ พลังที่เกิดจากคนไทยทุกคน เพื่อประเทศไทย"