กองทัพไทย เร่งภารกิจเก็บกู้ทุ่นระเบิด 4 พื้นที่ชายแดนสุรินทร์–ศรีสะเกษ เดินหน้าคืนพื้นที่ปลอดภัยให้ประชาชน พบทั้งทุ่นระเบิดและสรรพาวุธระเบิดที่ยังไม่ระเบิดสะสมหลายรายการ ขณะที่พื้นที่ห้วยตามาเรียตรวจพบ PMN-2 อีก 4 ทุ่น
กองบัญชาการกองทัพไทย โดยศูนย์ปฏิบัติการทุ่นระเบิดแห่งชาติ (ศทช.) หน่วยปฏิบัติการทุ่นระเบิดด้านมนุษยธรรมที่ 3 ดำเนินภารกิจเก็บกู้ทุ่นระเบิดในพื้นที่ชายแดนไทย–กัมพูชา รวม 4 พื้นที่ ได้แก่ พื้นที่บ้านไทยนิยมพัฒนา ต.บักได อ.พนมดงรัก จ.สุรินทร์ ในพื้นที่ Sector 1 และ Sector 2 และพื้นที่บ้านภูมิซรอล ต.เสาธงชัย อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ ในพื้นที่ Sector 2 และ Sector 3
สำหรับการปฏิบัติงานใน Sector 1 บ้านไทยนิยมพัฒนา ซึ่งมีขนาดพื้นที่ 17,523 ตารางเมตร เจ้าหน้าที่สามารถดำเนินการให้เป็นพื้นที่ปลอดภัยเพิ่มเติม 62 ตารางเมตร คิดเป็นร้อยละ 0.35 โดยไม่ตรวจพบทุ่นระเบิดหรือสรรพาวุธระเบิดที่ยังไม่ระเบิด (UXO) สรุปผลการปฏิบัติงานใน Sector 1 ตั้งแต่วันที่ 27 เม.ย. 69 ถึงปัจจุบัน สามารถดำเนินการให้เป็นพื้นที่ปลอดภัยแล้วทั้งสิ้น 6,034 ตารางเมตร คิดเป็นร้อยละ 34.43 ขณะที่ยังคงเหลือพื้นที่ต้องสงสัย หรือพื้นที่ที่ยืนยันว่ามีทุ่นระเบิด จำนวน 11,489 ตารางเมตร คิดเป็นร้อยละ 65.57 โดยตรวจพบทุ่นระเบิดและสรรพาวุธระเบิดที่ยังไม่ระเบิดรวมทั้งสิ้น 77 รายการ
ส่วนการปฏิบัติงานใน Sector 2 บ้านไทยนิยมพัฒนา มีขนาดพื้นที่ 23,334 ตารางเมตร เจ้าหน้าที่สามารถทำพื้นที่ปลอดภัยเพิ่มเติมได้ 72 ตารางเมตร คิดเป็นร้อยละ 0.31 โดยไม่ตรวจพบทุ่นระเบิดหรือ UXO สรุปผลการปฏิบัติงานเก็บกู้ทุ่นระเบิดใน Sector 2 ตั้งแต่วันที่ 27 เม.ย. 69 ถึงปัจจุบัน สามารถทำพื้นที่ปลอดภัยได้แล้วทั้งสิ้น 7,907 ตารางเมตร คิดเป็นร้อยละ 33.88 ขณะที่ยังเหลือพื้นที่ต้องสงสัยหรือยืนยันว่ามีทุ่นระเบิด จำนวน 15,427 ตารางเมตร คิดเป็นร้อยละ 66.12 และตรวจพบทุ่นระเบิดและสรรพาวุธระเบิดที่ยังไม่ระเบิดรวมทั้งสิ้น 243 รายการ
ขณะที่พื้นที่ Sector 2 (ห้วยตามาเรีย) บ้านภูมิซรอล ซึ่งมีขนาดพื้นที่ 190,000 ตารางเมตร เจ้าหน้าที่สามารถทำพื้นที่ปลอดภัยเพิ่มเติมได้ 1,018 ตารางเมตร คิดเป็นร้อยละ 0.53 และตรวจพบทุ่นระเบิดสังหารบุคคลชนิดแรงระเบิด PMN-2 จำนวน 4 ทุ่น รวมทั้งสิ้น 4 รายการ สรุปผลการปฏิบัติงานเก็บกู้ทุ่นระเบิดในพื้นที่ Sector 2 ตั้งแต่วันที่ 7 ก.ค. 69 ถึงปัจจุบัน สามารถทำพื้นที่ปลอดภัยได้แล้วทั้งสิ้น 87,256 ตารางเมตร คิดเป็นร้อยละ 45.92 ขณะที่ยังคงเหลือพื้นที่ต้องสงสัยหรือยืนยันว่ามีทุ่นระเบิด จำนวน 102,744 ตารางเมตร คิดเป็นร้อยละ 54.08 โดยตรวจพบทุ่นระเบิดและสรรพาวุธระเบิดที่ยังไม่ระเบิดรวมทั้งสิ้น 17 รายการ
ขณะเดียวกัน การปฏิบัติงานใน Sector 3 (ห้วยตามาเรีย) บ้านภูมิซรอล ซึ่งมีขนาดพื้นที่ 190,000 ตารางเมตร เจ้าหน้าที่สามารถทำพื้นที่ปลอดภัยเพิ่มเติมได้ 1,823 ตารางเมตร คิดเป็นร้อยละ 0.96 โดยไม่ตรวจพบทุ่นระเบิดหรือ UXO โดยภารกิจเก็บกู้ทุ่นระเบิดดังกล่าวสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของกองบัญชาการกองทัพไทย และศูนย์ปฏิบัติการทุ่นระเบิดแห่งชาติ ในการขจัดภัยคุกคามจากทุ่นระเบิดและวัตถุระเบิดตกค้างในพื้นที่ชายแดน เพื่อคืนพื้นที่ปลอดภัยและเสริมสร้างความมั่นคงให้แก่ประชาชนในพื้นที่ชายแดนไทย–กัมพูชาอย่างต่อเนื่อง