พบแนวกำแพงเมืองเก่า ร่องรอยคนอาศัยเมื่อ 2,500 ปีก่อน

พบแนวกำแพงเมืองเก่า ร่องรอยคนอาศัยเมื่อ 2,500 ปีก่อน

View icon 36
วันที่ 3 ส.ค. 2569 | 11.22 น.
ข่าวภูมิภาค
แชร์
ที่ จ.นครราชสีมา ขุดพบแนวกำแพงเมืองโบราณ และหลักฐานการอยู่อาศัยของมนุษย์ เมื่อประมาณ 1,500–2,500 ปีก่อน

วันนี้ (3 สิงหาคม 2569) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า โครงการขุดตรวจทางโบราณคดี บริเวณกำแพงเมืองนครราชสีมา ด้านทิศตะวันออก หรือ “พลล้านต้านปัญจา” ริมถนนพลล้าน เขตเทศบาลนครนครราชสีมา ซึ่งดำเนินการโดย สำนักศิลปากรที่ 10 นครราชสีมา และเทศบาลนครนครราชสีมา เพื่อศึกษาชั้นดินและประวัติศาสตร์เมืองโบราณ สร้างความตื่นเต้นให้กับวงการโบราณคดีอย่างมาก หลังจากดำเนินการขุดค้นในช่วงระหว่างวันที่ 20 กรกฎาคม – 8 สิงหาคม 2569 รวมระยะเวลา 20 วัน  พบแนวกำแพงเมืองโบราณที่ค้นหาไม่พบในการสำรวจเมื่อปี 2567 นับเป็นการศึกษากำแพงเมืองครั้งสำคัญในรอบกว่า 20 ปี

โดยนายวรรณพงษ์ ปาละกะวงษ์ ณ อยุธยา นักโบราณคดีชำนาญการ สำนักศิลปากรที่ 10 นครราชสีมา เปิดเผยว่า การขุดค้นครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินงาน ก่อนที่เทศบาลนครนครราชสีมาจะปรับปรุงภูมิทัศน์บริเวณคูเมืองพลล้านต้านปัญจา ซึ่งตามหลักวิชาการต้องมีการตรวจสอบทางโบราณคดีก่อนดำเนินโครงการทุกครั้ง เนื่องจากพื้นที่ดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของเมืองเก่านครราชสีมา

และจากการขุดค้นล่าสุด สามารถพบแนวกำแพงเมืองด้านทิศตะวันออกซึ่งไม่พบในการสำรวจเมื่อปี 2567 จึงถือเป็นความสำเร็จครั้งสำคัญ หลังจากการศึกษากำแพงเมืองนครราชสีมาเริ่มต้นอย่างเป็นทางการเมื่อปี 2542 ที่มีการบูรณะกำแพงเมืองบริเวณโคกสารละลายในปี 2543 และขุดศึกษาบริเวณกำแพงด้านตะวันตก เมื่อปี 2549 ก่อนจะเว้นช่วงยาวนานกว่า 20 ปี จึงมีการศึกษากำแพงเมืองอีกครั้งในปีนี้

ซึ่งนอกจากแนวกำแพงเมืองแล้ว นักโบราณคดียังพบหลักฐานการอยู่อาศัยของมนุษย์ในพื้นที่เมืองเก่า ตั้งแต่ยุคก่อนประวัติศาสตร์สมัยสำริด ต่อเนื่องถึงสมัยเหล็ก และยุคประวัติศาสตร์ โดยพบชิ้นส่วนกระดูกสัตว์ ภาชนะดินเผา  เศษถ่าน  เขม่า  ขี้เถ้า และเปลือกหอย ซึ่งสะท้อนวิถีชีวิตและการบริโภคของผู้คน เมื่อประมาณ 1,500–2,500 ปีก่อน

อย่างไรก็ตาม พื้นที่บางส่วนได้รับผลกระทบจากการถมขยะและการใช้ประโยชน์ที่ดินในอดีต ทำให้ชั้นดินทางโบราณคดีบางส่วนถูกทำลาย แต่การค้นพบแนวกำแพงเมืองยังถือเป็นหลักฐานสำคัญของประวัติศาสตร์นครราชสีมา โดยหลังจากนี้ จะนำตัวอย่างอินทรียวัตถุใต้ฐานอิฐ รวมถึง อิฐที่พบร่องรอยแกลบข้าว ไปตรวจวิเคราะห์อายุด้วยวิธีทางวิทยาศาสตร์ เพื่อระบุช่วงเวลาการก่อสร้างกำแพงเมือง ประตูเมือง และป้อมปราการให้ชัดเจนเป็นครั้งแรก

ขณะนี้การขุดค้น เหลือระยะเวลาดำเนินงานอีกประมาณ 7 วัน โดยมีการเปิดหลุมขุดขนาด 2.5 x 11.5 เมตร และขยายพื้นที่เพิ่มเติมเป็น 7 x 21 เมตร ทำให้เห็นแนวกำแพงเมืองทอดตัวจากทิศเหนือสู่ทิศใต้ ซึ่งเป็นลักษณะที่สอดคล้องกับข้อมูลทางประวัติศาสตร์ และจะนำไปเปรียบเทียบกับเมืองโบราณร่วมสมัยแห่งอื่นของประเทศไทยต่อไป

สำหรับข้อมูลการศึกษาทางโบราณคดีที่ผ่านมา ระบุว่า กำแพงเมืองนครราชสีมาถูกก่อสร้างด้วยอิฐขนาดประมาณ 30 x 15 x 7 เซนติเมตร และ 25 x 13 x 5 เซนติเมตร ใช้ดินเป็นวัสดุประสาน วางฐานรากด้วยการอัดดินแน่นก่อนก่อกำแพง มีความหนาประมาณ 2.6 เมตร สูงราว 4 เมตร ล้อมรอบเมืองเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า ความยาวรวมประมาณ 5.2 กิโลเมตร มีคูเมืองล้อมรอบและป้อมปราการรวม 15 ป้อม พร้อมประตูเมืองสำคัญทั้ง 4 ทิศ ซึ่งนับเป็นระบบป้องกันเมืองที่มีความแข็งแกร่ง และมีคุณค่าทางประวัติศาสตร์ของจังหวัดนครราชสีมาจนถึงปัจจุบัน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง