ห้องข่าวภาคเที่ยง - กระทรวงการต่างประเทศ แถลงโต้ผู้เสนอรายงานพิเศษของยูเอ็น ที่อ้างว่า มีชาวกัมพูชา 650,000 คน ต้องพลัดถิ่น ย้ำเป็นผู้รุกล้ำดินแดนไทย ขณะที่ นายกฯ ชี้ ไทยไม่ยอมรับรายงานพิเศษ ของ "ทอม แอนดรูวส์" เพราะยังไม่ฟังข้อมูลฝ่ายไทย
นายกฯ ยันไทยไม่ยอมรับรายงานพิเศษ UN
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ยืนยันว่า ไทยไม่ยอมรับรายงานของ นายทอม แอนดรูวส์ ผู้เสนอรายงานพิเศษแห่งสหประชาชาติว่าด้วยสถานการณ์สิทธิมนุษยชนในกัมพูชาที่อ้างว่า มีชาวกัมพูชา 650,000 คน ต้องเป็นผู้พลัดถิ่น หลังเกิดเหตุปะทะชายแดนไทย-กัมพูชา เพราะถือว่า แถลงโดยยังไม่ได้ฟังข้อมูลฝั่งไทย
นายกฯ ลั่นไม่มีใครบังคับไทยได้
ส่วนกรณีวันที่ 7 สิงหาคมนี้ กัมพูชาเตรียมยื่นหนังสือถึง UN เพื่อขอรับรอง MOU 43 และแผนที่ 1:200,000 เพื่อใช้เจรจาต่อรองกับไทยนั้น นายอนุทิน ย้อนถามกลับว่า ประเทศไทยไม่มีข้อต่อรอง เพราะเรามีจุดยืนของเราชัดเจนว่า จะต้องปฏิบัติอย่างไร ก่อนเจรจา
เมื่อยกเลิก MOU44 แต่กัมพูชาบอกว่า ต้องใช้การประนอมภาคบังคับภายใต้ UNCLOS เท่านั้น ทำให้การเจรจาเกิดขึ้นไม่ได้ กัมพูชาจึงต้องไปทบทวนว่า หากอยากเจรจากับไทยต้องมาในเงื่อนไขใด ไม่มีใครมาบังคับไทยได้ และไทยมีความมั่นใจ จึงไม่ต้องไปอธิบายอะไรให้ใครฟัง
"สีหศักดิ์" แจงไม่ใช่รายงานของ UN
ด้านนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ แถลงระบุว่า รายงานของทอม แอนดรูวส์ ไม่ได้เป็นรายงานของสหประชาชาติ เป็นรายงานของ นายทอม เกี่ยวกับสถานการณ์สิทธิมนุษยชน ในกัมพูชา โดยยังไม่ได้เสนอรายงานต่อคณะมนตรีสิทธิมนุยชน
"สีหศักดิ์" ชี้รายงานไม่เป็นธรรม ไม่ถามฝั่งไทย
ซึ่งผู้เสนอรายงาน ต้องมีความเป็นกลาง เที่ยงธรรม และไม่ลำเอียง สิ่งที่กังวล คือ ในรายงานของ นายทอม พาดพิงถึงไทย แต่กลับไม่ได้ตรวจสอบกับไทย และไม่พูดถึงการสูญเสียของไทยเลย ทั้งที่ฝ่ายกัมพูชาเป็นผู้เริ่มต้น
พร้อมขอโต้แย้งข้อมูลของนายทอม ที่อ้างว่า ชาวกัมพูชาไร้ที่อยู่อาศัย 650,000 คน เพราะความจริงเป็นชาวกัมพูชาที่รุกล้ำไทยเมื่อ 50 กว่าปีที่ผ่านมา ไม่ได้อยู่ในข่ายผู้พลัดถิ่นในประเทศ
และยืนยันไม่เคยบังคับผลักดันแรงงานกัมพูชาในไทย แต่ฝ่ายกัมพูชา เรียกร้องให้แรงงานกัมพูชากลับประเทศ แต่พอกลับไปแล้วไม่มีงานทำ ซึ่งเป็นความรับผิดชอบของรัฐบาลกัมพูชา
โดยฝ่ายกัมพูชาประโคมข่าวเรื่องนี้ และคัดเลือกบางประเด็นนำไปขยายผลต่อ เพื่อวัตถุประสงค์ทางการเมือง
นายสีหศักดิ์ บอกว่า ไทยได้ทำหนังสือ ประท้วง และข้อกังวลไปยังข้าหลวงใหญ่แห่งสหประชาชาาติ และ คณะมนตรีด้านสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ ที่นครเจนีวาแล้ว ส่วนแผนที่ 1 ต่อ 200,000 ยืนยันในท่าทีของไทยว่า ยังคงยึดแผนที่ 1 ต่อ 50,000 ที่ยึดสันปันน้ำ เป็นที่ตั้ง