รมว.ยุติธรรม ถกด่วน อธิบดี 3 กรม สั่งคุมประพฤติคัดกรองกลุ่มเฝ้าระวังกระทำผิดซ้ำ 5,000 คน หากเสี่ยงสูงต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ บูรณาการมหาดไทย ยกระดับมาตรการความปลอดภัยในพื้นที่
วันนี้ (3 ส.ค.69) ที่กระทรวงยุติธรรม พล.ต.ท. รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เป็นประธานการประชุมหารือการดำเนินการกรณีผู้ต้องหาคดีสังหาร 2 พี่น้องชาวรัสเซีย และพ่อแม่ลูกชาวไทย 3 ราย โดยมี พล.ต.ท. สายเพชร ศรีสังข์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม, พ.ต.อ. อิทธิกร จิรัตนานนท์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม และคณะที่ปรึกษา ร่วมกับผู้บริหารหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในสังกัดกระทรวงยุติธรรม อาทิ พ.ต.ท. ประวุธ วงศ์สีนิล อธิบดีกรมราชทัณฑ์, นายไตรยฤทธิ์ เตมหิวงศ์ อธิบดีกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ, ร.ต.อ. ปิยะ รักสกุล อธิบดีกรมคุมประพฤติ, นายวีรพันธ์ พวงเพ็ชร์ ผอ.สำนักงานคุมประพฤติจังหวัดชลบุรี, นายนำโชค สอนวงษา ผอ.กองอำนวยการเฝ้าระวังความปลอดภัยของสังคม กรมคุมประพฤติ, น.ส.วิยดา จั่นทอง ผอ.กองทัณฑปฏิบัติ กรมราชทัณฑ์ เข้าร่วมประชุม
พล.ต.ท. รุทธพล เปิดเผยว่า กรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้จับกุมดำเนินคดี นายฑณา หรือป๋อง กับพวกรวม 4 คน ซึ่งเป็นผู้ต้องหาในคดีฆาตกรรม 2 พี่น้องชาวรัสเซีย และนำศพไปฝังอำพราง กระทั่งขยายผลจนนำไปสู่การพบศพพ่อแม่ลูกชาวไทย 3 ราย ที่ถูกฝังอำพรางในบริเวณใกล้เคียง โดยที่ประชุมวันนี้ได้หารือถึงแนวทางการดำเนินการที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงยุติธรรม ทั้งในส่วนของผู้ต้องหาเพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำรอย การเยียวยาครอบครัวผู้เสียหาย และการเฝ้าติดตามพฤติกรรมผู้พ้นโทษในคดีต่าง ๆ
โดยข้อมูลจากกรมราชทัณฑ์พบว่า ผู้ต้องหาสองรายคือ นายฑณา และนายธงชัย เป็นอดีตผู้ต้องขังที่ได้รับการควบคุมตัวตามคำพิพากษาของศาลอย่างเคร่งครัด และพ้นโทษตามกำหนดหมายจำคุกเมื่อคดีถึงที่สุดแล้ว โดยผู้ต้องขังดังกล่าวไม่ได้รับสิทธิประโยชน์ใดเป็นกรณีพิเศษ ไม่ว่าจะเป็นการพระราชทานอภัยโทษ การพักการลงโทษ หรือการลดวันต้องโทษ อีกทั้งไม่ได้ปล่อยปละละเลยหรือยุติบทบาทในการป้องกันการกระทำผิดซ้ำ อย่างไรก็ตาม กระทรวงยุติธรรมพร้อมที่จะประสานข้อมูลพฤติกรรมเชิงลึกร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อสนับสนุนการดำเนินคดีขั้นเด็ดขาด ตามนโยบายของนายกรัฐมนตรี และร่วมกันอุดช่องว่างเพื่อรักษาความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนรวมถึงนักท่องเที่ยวต่างชาติอย่างเต็มที่
ทั้งนี้ ตนได้สั่งการให้กรมคุมประพฤติ ดำเนินการทบทวนและคัดกรองผู้ที่อยู่ในกลุ่มเฝ้าระวังตามมาตรการ JSOC (พ.ร.บ.มาตรการป้องกันการกระทำผิดซ้ำฯ) ประมาณ 5 พันคนทั่วประเทศ เพื่อจำแนกผู้ที่มีความเสี่ยงสูง หรือมีพฤติการณ์ที่อาจก่อให้เกิดอันตรายต่อสังคม ให้เป็นบุคคลที่ต้องเฝ้าระวังเป็นกรณีพิเศษ โดยกำหนดมาตรการระดับพื้นที่ร่วมกับกระทรวงมหาดไทยอย่างใกล้ชิด ในรูปแบบคณะทำงาน เพื่อขับเคลื่อนกลไกเฝ้าระวังผู้กระทำความผิดภายหลังพ้นโทษในระดับพื้นที่ เพื่อป้องกันการกระทำความผิดซ้ำและลดความเสี่ยงต่อการเกิดเหตุร้าย
ภายหลังการประชุม “กัน จอมพลัง” ได้นำผู้เสียหายกรณีพ่อแม่ลูกชาวไทย เข้าพบ พล.ต.ท. รุทธพล โดย พล.ต.ท. รุทธพล ได้แสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อครอบครัวผู้สูญเสีย ในส่วนของกระทรวงยุติธรรมจะดำเนินการตามกรอบกฎหมายอย่างเต็มที่ ขณะที่กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพจะเร่งดำเนินการเยียวยาครอบครัวผู้เสียหายทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ตาม พ.ร.บ. ค่าตอบแทนผู้เสียหายและค่าทดแทนและค่าใช้จ่ายแก่จำเลยในคดีอาญา พ.ศ.2544 (และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่2) พ.ศ. 2559) โดยด่วนที่สุด