เช้านี้ที่หมอชิต - ประชาชนปกป้องแม่น้ำกก รวมตัวหน้ากงสุลเมียนมา จังหวัดเชียงใหม่ เรียกร้องทางเมียนมาหยุดเหมืองแร่ แก้สารพิษปนเปื้อนแม่น้ำข้ามพรมแดนทันที
เครือข่ายประชาชนปกป้องแม่น้ำกก สาย รวก โขง พร้อมด้วย นักวิชาการ และประชาชนชาวจังหวัดเชียงราย ที่ได้รับผลกระทบจากการทำเหมืองแร่จีนในเมียนมา ก่อให้เกิดสารพิษปนเปื้อนลงแม่น้ำกก นัดรวมตัวกันที่หน้าสถานกงสุลใหญ่สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา ประจำจังหวัดเชียงใหม่ เพื่อยื่นหนังสือถึง ผู้นำรัฐบาลทหารเมียนมา ซึ่งมีกำหนดเยือนไทยช่วงสัปดาห์นี้ โดยมีตำรวจตรึงกำลังแน่นหนาเฝ้าหน้ากงสุลเกือบ 50 นาย
จากนั้นผู้ชุมนุมได้มีการอ่านข้อความในหนังสือที่จะยื่นถึงผู้นำเมียนมา ให้สื่อมวลชนรับทราบ ผ่านทางผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรช้างเผือก เพื่อส่งต่อให้สถานกงสุลใหญ่เมียนมาต่อไป
รองประธานมูลนิธิร่มโพธิ์ บอกว่า พวกเราประชาชนชาวไทยหลายล้านคน ที่อาศัยอยู่ริมฝั่งแม่น้ำกก แม่น้ำสาย แม่น้ำรวก และแม่น้ำโขง ต้องได้รับผลกระทบจากปัญหาด้านสิ่งแวดล้อม ห่วงโซ่อาหารของเราปนเปื้อนด้วยสารพิษที่ไหลจากการทำเหมืองแร่ในเมียนมา
นอกจากนี้ ประชาชนอย่างน้อย 40,000 ครัวเรือน ในตัวเมืองเชียงราย ต้องดื่มน้ำประปาที่ปนเปื้อนโลหะหนัก เราจึงขอเรียกร้องให้รัฐบาลเมียนมา ต้องยุติการทำเหมืองแร่ทุกประเภทที่อยู่ตามริมฝั่งแม่น้ำฝั่งแม่น้ำกก แม่น้ำสาย แม่น้ำรวก และสาขาของแม่น้ำโขงอื่น ๆ ทันที จนกว่าจะมีการแก้ปัญหาการปนเปื้อนในน้ำได้ และอยากให้รัฐบาลไทยช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากปัญหานี้ด้วย
ด้าน ดร.สืบสกุล กิจนุกร นักวิชาการ กล่าวว่า การยื่นหนังสือครั้งนี้ ต้องการส่งสารไปยังรัฐบาลเมียนมา ให้ยอมรับว่าปัญหาการทำเหมืองแร่ในเมียนมา ส่งผลกระทบต่อประชาชนทั้งสองฝั่งชายแดน รวมถึงประชาชนในลุ่มน้ำโขง พร้อมเรียกร้องให้รัฐบาลไทยเพิ่มมาตรการต่อรอง รวมถึงพิจารณาระงับการนำเข้าแร่จากพื้นที่ที่มีปัญหา จนกว่าจะมีแนวทางแก้ไขอย่างชัดเจน
ด้าน นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาชน โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ชง 5 มาตรการแก้ปัญหาสารพิษในแม่น้ำข้ามพรมแดน เสนอนายกรัฐมนตรี
1. การรับทราบข้อมูลมลพิษในแหล่งน้ำระหว่างประเทศทุกสายร่วมกัน โดยทางการเมียนมาต้องแสดงความรับผิดชอบต่อสถานการณ์ปัญหาและสาเหตุของปัญหามลพิษดังกล่าวอย่างชัดเจน
2. การยกระดับกลไกการทำงานร่วมกันที่มีประสิทธิภาพ ในการตรวจสอบและติดตามสถานการณ์มลพิษร่วมกันอย่างโปร่งใส รวมถึงกำหนดแนวทางในการแก้ไขปัญหาร่วมกันอย่างเป็นรูปธรรม
3. การกำหนดขอบเขตพิกัดของพื้นที่การทำเหมืองแร่ ที่มีความเสี่ยงในการทำให้เกิดมลพิษทางน้ำของแม่น้ำทุกแหล่ง
4. ฝ่ายไทยควรแจ้งมาตรการตามกฎหมายแร่ และมาตรการทางศุลกากร ที่จะนำมาใช้ในการควบคุมและจำกัดการนำเข้าแร่จากทางเมียนมา
5. การตกลงร่วมกันในการยกระดับการแก้ไขปัญหาเรื่องมลพิษทางน้ำข้ามแดน ในเวทีระหว่างประเทศ ทั้งในระดับอาเซียน และในคณะกรรมาธิการแม่น้ำโขง และกลไกคณะกรรมการล้านช้างแม่โขง