ตา-ยาย ร้อง อบต.ยึดที่ดิน ส.ค.1

View icon 10
วันที่ 4 ส.ค. 2569 | 11.25 น.
ห้องข่าวภาคเที่ยง
แชร์
ห้องข่าวภาคเที่ยง - ตายาย 3 พี่น้อง ชาวอำเภอกระสัง จังหวัดบุรีรัมย์ ร้องตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีถูก อบต. ฮุบที่ดินไปสร้างสถานีขนส่ง และปล่อยให้นายทุนเปิดตลาดหารายได้ ทั้ง ๆ ที่ครอบครัว มีหลักฐาน ส.ค.1 แต่เข้าไปทำกินในที่ดินไม่ได้ 

ตายาย 3 พี่น้องอายุประมาณ 65-70 ปีแล้ว เป็นชาวบ้านระกาใหญ่ ตำบลบ้านปรือ อำเภอกระสัง จังหวัดบุรีรัมย์ พร้อมลูกหลาน ร้องขอความเป็นธรรมผ่านสื่อถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยอ้างว่า ได้รับความเดือดร้อนจากกรณีที่ทาง อบต.บ้านปรือ ยึดที่ดินทำกินของครอบครัว เนื้อที่ 5 ไร่ 1 งาน อยู่ติดถนนใหญ่สายอำเภอกระสัง-ประโคนชัย ใกล้กับสี่แยกระกา มีการให้เจ้าพนักงานที่ดินออกสำรวจรังวัดที่ดินแปลงดังกล่าว เพื่อออกเป็นหนังสือสำคัญสำหรับที่หลวง เพื่อก่อสร้างเป็นสถานีขนส่งผู้โดยสาร และยังให้นายทุน เข้าไปเปิดตลาดนัดเพื่อหารายได้

สร้างความเดือดร้อนให้กับ ตายาย และลูกหลาน ไม่สามารถเข้าไปทำกินในที่ดินแปลงดังกล่าวเกือบ 50 ปีแล้ว ทั้งที่มีหลักฐานใบแจ้งการครอบครองทำกินในที่ดินแปลงดังกล่าวอย่างถูกต้อง ตั้งแต่ปี 2468 หรือ 101 ปีมาแล้ว มีใบ ส.ค.1 เป็นชื่อของพ่อ และที่ผ่านมา ครอบครัวก็ทำไร่ ทำนา ปลูกปอ และมันสำปะหลังมาตลอด

ต่อมา ทาง รพช.ได้มาขอใช้พื้นที่บางส่วนตั้งแคมป์คนงาน จอดรถและเครื่องจักร เป็นที่พักเพื่อก่อสร้างถนนสายกระสัง-ประโคนชัย ครอบครัวเห็นว่าเป็นหน่วยงานรัฐมาขอใช้พื้นที่ชั่วคราว เพื่อทำถนนให้ผู้คนได้สัญจร จึงอนุญาตให้ใช้พื้นที่ 

ผ่านไปเกือบ 50 ปี ครอบครัวก็จะเข้าไปทำกินในพื้นที่ดังกล่าว แต่ อบต.บ้านปรือ กลับแจ้งว่าพื้นที่ดังกล่าวเป็นที่สาธารณะประโยชน์ เป็นที่หลวงไปแล้ว 

ถ้าเข้าไปจะถือว่าบุกรุกที่ ทำให้ครอบครัวเดือดร้อน จากมีที่ดิน กลายเป็นไร้ที่ทำกิน ลูกหลานต้องพากันไปทำงานรับจ้างต่างจังหวัด แล้วพอไปยื่นขอออกโฉนด แต่ทางที่ดินจังหวัด แจ้งว่าเอกสารไม่ครบ

แต่ต่อมา ก็มีการสร้างศาลาคล้ายสถานีขนส่ง และมีนายทุนมาประมูลทำตลาดนัด เก็บเงินจากร้านขายของ แต่ไม่รู้ว่าเก็บเข้ากระเป๋าใคร 

ทีมข่าวได้เดินทางไปที่ อบต.บ้านปรือ แต่ผู้บริหารแจ้งว่า ยังไม่สะดวกจะให้ข้อมูล อยู่ระหว่างการตรวจสอบ แต่ในระบบขึ้นทะเบียนว่าที่ดินแปลงนี้ เป็นที่สาธารณะประโยชน์ 2474

ตายาย เรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้า ตรวจสอบข้อเท็จจริง และให้ความเป็นธรรมกับทางครอบครัวด้วย จากนี้ได้เตรียมรวบรวมหลักฐานยื่นต่อศาลเพื่อพิสูจน์สิทธิ์ตามกระบวนการยุติธรรม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง