กราดยิงหน้าสรรพสามิตฯ เจ็บ 1 คน จ.ปัตตานี

View icon 8
วันที่ 5 ส.ค. 2569 | 06.11 น.
เช้านี้ที่หมอชิต
แชร์
เช้านี้ที่หมอชิต - กอ.รมน. ภาค 4 ส่วนหน้า ปรับแผน "ซีลชายแดน" พร้อมเดินหน้างานด้านการข่าวต่อเนื่อง หลังกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบ ยังก่อเหตุรายวันกับประชาชนผู้บริสุทธิ์

กราดยิงหน้าสรรพสามิตฯ เจ็บ 1 คน จ.ปัตตานี
กล้องวงจรปิดจับภาพคนร้าย ขี่รถจักรยานยนต์นั่งซ้อนกันมา 2 คน และใช้ปืนกราดยิงใส่เข้ามาหน้า “สำนักงานสรรพสามิต” สาขามายอ อำเภอมายอ จังหวัดปัตตานี เมื่อเวลา 11.40 น. วานนี้ (4 ส.ค.)

เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคง ตรวจสอบพบผู้บาดเจ็บ 2 คน เป็นผู้ต้องหาหญิง ในคดีจำหน่ายบุหรี่เถื่อน ถูกกระสุนปืนยิงเข้าลำตัว 1 นัด และเจ้าหน้าที่สำนักงานฯ ถูกเศษกระจกกระเด็นฝังอยู่ในช่องปาก

ที่เกิดเหตุพบปลอกกระสุนปืนขนาด เอ็ม 16 ตกเกลื่อนถนนกว่า 10 ปลอก มีกระจกและผนังอาคารของสำนักงานฯ ได้รับความเสียหายหลายจุด

เหตุเกิดขณะตำรวจสืบสวนสอบสวนของศูนย์ปฏิบัติการตำรวจจังหวัดชายแดนภาคใต้ 4 นาย นำตัวผู้ต้องหา อายุ 21 ปี คดีจำหน่ายบุหรี่เถื่อน จากพื้นที่อำเภอสายบุรี จังหวัดปัตตานี มาที่เกิดเหตุ เพื่อส่งตัวเปรียบเทียบปรับ

ระหว่างที่ตำรวจและผู้ต้องหา นั่งอยู่บริเวณม้านั่งหินอ่อนด้านหน้าของสำนักงานฯ คนร้ายไม่ทราบกลุ่ม 2 คน แต่งกายแบบผู้หญิงมุสลิม สวมผ้าฮิญาบ ปิดบังใบหน้า ขี่รถจักรยานยนต์ มาก่อเหตุแล้วหลบหนีไป

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นส่งผลกระทบต่อการให้บริการประชาชน และความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ จึงมีคำสั่งให้ปิดทำการชั่วคราว และขอให้ประชาชนไปติดต่อใช้บริการที่สำนักงานสรรพสามิต อำเภอเมืองปัตตานี จนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย

ปิดล้อม วันที่ 3 คนร้ายยิง ตร. จ.นราธิวาส
เหตุคนร้าย ยิงตำรวจชุดสืบสวน สภ.ตากใบ เสียชีวิต 2 นาย และบาดเจ็บ 4 นาย ภายในสวนปาล์มฯ ด้านหลัง อบต.ไพรวัน อำเภอตากใบ จังหวัดนราธิวาส เหตุเกิดเวลา 11.48 น. วันที่ 2 สิงหาคม 2569

จากข้อมูลตอนนี้ ยืนยันแล้วว่า กลุ่มผู้ก่อเหตุมี 6 คน 1 ในนั้นเป็นผู้ต้องหา หลบหนีหมายศาลฯ คดียาเสพติด และคดีความมั่นคงด้วยหลายคดี

เมื่อวานนี้ (4 ส.ค.) เข้าสู่วันที่ 3 ที่มีการปิดล้อมพื้นที่สวนปาล์ม และมีรายงานว่า คนร้ายถูกเจ้าหน้าที่ยิงได้รับบาดเจ็บ แต่หลบหนีไปได้

เก็บหลักฐานคนร้ายยิงถล่ม สภ.ลำใหม่ จ.ยะลา
ส่วนเหตุกลุ่มคนร้ายไม่ทราบจำนวน ใช้อาวุธปืนสงคราม ยิงถล่มพื้นที่ด้านหลัง สภ.ลำใหม่ จังหวัดยะลา เจ้าหน้าที่จากศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 10 ลงพื้นที่เก็บหลักฐานวัตถุพยานทางนิติวิทยาศาสตร์ต่าง ๆ เจอทั้งปลอกกระสุนปืนสงคราม 95 ปลอก, กระสุนปืน อีก 2 นัด และชิ้นส่วนหัวกระสุน 7 ชิ้น กระจายอยู่เกลื่อนหลายจุดทั่วพื้นที่

หลักฐานที่เป็นวัตถุพยานทั้งหมด จะถูกส่งตรวจทางนิติวิทยาศาสตร์ เปรียบเทียบร่องรอยกับอาวุธปืนที่เคยใช้ในคดีความมั่นคง และคดีอื่น ๆ เพื่อหาความเชื่อมโยงของกลุ่มที่ก่อเหตุ

ผอ.กอ.รมน. ภาค 4 สน. ชี้แจงด้านการข่าว
ขณะที่ กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ประชุมปรับแผนกับเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคง ที่ด่านตรวจสะเดา จังหวัดสงขลา ซึ่งประเด็นที่มีการพูดถึง คือ ข้อบกพร่องด้านการข่าวในพื้นที่

เรื่องนี้ พลตรี กรกฎ ภู่โชติ รองแม่ทัพภาคที่ 4 ในฐานะรองผู้อำนวยการ กอ.รมน. ภาค 4 ส่วนหน้า ชี้แจงว่า บริบทของผู้ก่อเหตุ จะแบ่งเป็นกลุ่มและไม่รู้จักกัน คนส่งอาวุธอีกกลุ่ม คนปฏิบัติการก็อีกกลุ่ม และงานข่าวจะได้ข้อมูลมาในระดับหนึ่ง จึงต้องนำมาวิเคราะห์ต่อ

ในแต่ละเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ก็จะมีปฏิบัติการไล่ล่า ส่งผลให้กลุ่มผู้ก่อเหตุต้องแยกตัวกันหลบหนี และเจ้าหน้าที่ก็มีการปรับแผนตามหน้างานทุกระยะ ทั้งเรื่องการตั้งจุดตรวจ การซีลแนวชายแดน หรือแม้กระทั่งการติดตั้งสัญญาณเตือนภัยตามชุมชนต่าง ๆ

ยอมรับว่า การส่งคืนพื้นที่ให้ฝ่ายปกครองและพลเรือน ตามยุทธศาสตร์การแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ปี 2566-2570 อาจไม่สำเร็จตามที่ตั้งไว้ เพราะการปฏิบัติการของเจ้าหน้าที่ต้องมีจุดเริ่มต้น และจุดสิ้นสุด แต่เป้าหมายของกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบ ตรงกันข้าม ไม่มีทั้งจุดสิ้นสุด และระยะเวลา

กอ.รมน. เดินหน้าการข่าว สกัดไฟใต้
พันเอก เอกวริทธิ์ ชอบชูผล รองโฆษก กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ยืนยันถึงความจำเป็นในการเดินหน้าด้านการข่าว เพื่อสู้กับข่าวปลอมของกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบ ที่มักสร้างข่าวลวงจนเกิดความสับสน

แม้กระทั่งสำนักข่าวบางสำนัก นำเสนอการจับกุมคนร้ายยิงตำรวจ สภ.ตากใบ และมีความเชื่อมโยงกับยิงทหารพรานที่จุดตรวจ "บูเก๊ะซามี" แต่จากการตรวจปืนที่ยึดได้ ไม่พบความเกี่ยวข้อง

แม้กระทั่ง เหตุกราดยิงที่หน้าสำนักงานสรรพสามิตล่าสุด ที่มองว่า เป็นเรื่องการสร้างสถานการณ์ ซึ่งการข่าวระบุว่า ไม่เกี่ยวข้องกับทหาร แต่มาจากความขัดแย้งทางธุรกิจของตัวผู้ต้องหาเอง

รองโฆษก กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ยังพูดถึงงบประมาณ 2570 ที่จะมีการปรับลดกำลังพล และอยู่ในขั้นตอนการแปรญัตตินั้น เปรียบเทียบกับกีฬาฟุตบอล ซึ่งแต่ละทีมจะมีผู้เล่น 11 คน และมีทีมหนึ่งชนะไป 5-0 ขึ้นนำตั้งแต่ครึ่งแรก พอครึ่งหลังโดนใบแดง เหลือ 10 คน และอยู่ ๆ ให้อีกทีม เอาผู้เล่นออกหนึ่งคน เพื่อที่จะให้เท่ากัน เป็นความคิดที่ไม่ถูกต้อง เพราะถ้าเรามีกำลังมากกว่า แล้วเขาอ่อนด้อยกว่า เราสามารถกดเขาต่อ ไม่ใช่เรามาลดกำลัง เพื่อให้คนมันเท่ากันแล้วไปสู้กันอีก

ข่าวที่เกี่ยวข้อง