ห้องข่าวภาคเที่ยง - ตามกันต่อกับเหตุชิงทองที่เชียงราย คนร้ายได้ทองไป 184 บาท ตำรวจคาดหนีข้ามน้ำโขงเข้า สปป.ลาว แล้ว ส่วนรถที่ใช้เป็นรถจักรยานยนต์เช่า
2 คนร้าย ถือปืนพกสั้น ยิงเปิดทางข่มขู่ พนักงานร้านทอง และ รปภ. จากนั้นบุกเข้าไปในร้านทอง ภายในห้างฯ อำเภอเชียงของ จังหวัดเชียงราย วานนี้
1 ในนั้นกระโดดข้ามเคาน์เตอร์ เข้าไปกวาดทองที่แขวนในตู้โชว์ อีกคนใช้ปืนข่มขู่พนักงานร้านทองให้อยู่นิ่ง ๆ พร้อมเปิดกระเป๋าสะพาย ให้เพื่อนกวาดทองลงกระเป๋า จากนั้นทั้ง 2 คน ก็เดินหนีออกจากห้างด้วยความใจเย็น
จากนั้น 2 คนร้ายได้ขี่รถจักรยานยนต์ หลบหนีออกจากห้างฯ มุ่งหน้าไปทาง บ้านโจ้โก้ ตำบลเวียง อำเภอเชียงของ จอดรถจักรยานยนต์ทิ้งไว้ในป่า ริมแม่น้ำโขงใกล้กับลานปลาบึกสีทอง
พนักงานร้านทองเล่านาทีระทึก ยืนอยู่หน้าร้านพร้อมพนักงานรักษาความปลอดภัย คนร้ายเดินเข้ามาในห้างฯ พูดว่า เฮ้ย พร้อมยิงปืนข่มขู่ 1 นัด จากนั้นคนร้ายก็เข้าไปกวาดทอง เน้นกวาดแถวบนส่วนใหญ่น้ำหนัก 2-3 บาท
ตำรวจ สภ.เชียงของ เข้าตรวจสอบร้านทองพบคนร้ายได้ สร้อยคอทองคำน้ำหนักรวม 64 บาท สร้อยข้อมือทองคำน้ำหนัก 120 บาท ทองรูปพรรณที่คนร้ายรวมทั้งหมด 184 บาท คิดเป็นมูลค่าประมาณ 13 ล้านบาท
คนร้ายหลังจอดรถจักรยานยนต์ทิ้งไว้ที่ริมแม่น้ำโขงแล้ว ตำรวจสันนิษฐานว่าน่าจะลงเรือข้ามไปที่ฝั่งเมืองห้วยทราย แขวงบ่อแก้ว สปป.ลาว เพื่อไปกบดานและหลบหนี
ล่าสุดพบว่ารถจักรยานยนต์ที่คนร้ายใช้ก่อเหตุเป็นรถเช่าที่คนร้ายไปเช่ามาจากร้านบริการรถเช่า ตั้งอยู่บริเวณท่าเรือบั๊ก ในพื้นที่ตำบลเวียง อำเภอเชียงของ ซึ่งเป็นท่าเรือที่อำนวยความสะดวกให้คนไทยและคน สปป.ลาว สามารถนั่งเรือข้ามไปมาหาสู่ได้
ประเด็นที่น่าตกใจก็คือ เมื่อเจ้าหน้าที่ไปตรวจสอบกับร้านบริการให้เช่ารถแล้วพบว่าผู้ให้บริการได้ปล่อยเช่ารถคันดังกล่าวให้กับคนร้ายที่มาจากฝั่งลาวจริง โดยการปล่อยเช่าไม่ได้เก็บหลักฐานใดๆ จากผู้เช่าเอาไว้เลย เพราะว่าความเชื่อใจ เพราะลูกค้าส่วนใหญ่ก็หน้าเดิม ๆ แต่ถ้าเป็นคนไทยอาจขอหลักฐานไว้
ด้านการจับกุมตัว เจ้าหน้าที่ 2 ประเทศได้ประสานงานอยู่ระหว่างตามไล่ล่ามาดำเนินคดี