ห้องข่าวภาคเที่ยง - ความคืบหน้าคนร้าย 2 คน ใช้อาวุธกราดยิง กลุ่มตำรวจหน้า "สรรพสามิตพื้นที่ปัตตานี" เหตุการณ์นี้ มีผู้หญิงได้รับบาดเจ็บ 1 คน ขณะนี้ เจ้าหน้าที่เร่งสืบสวนติดตามตัวคนร้าย
ชายแดนจังหวัดภาคใต้ ระอุรายวัน
กล้องวงจรปิดจับภาพคนร้าย ขี่รถจักรยานยนต์นั่งซ้อนกันมา 2 คน แต่งกายคล้ายผู้หญิงมุสลิม สวมคลุมฮิญาบ ปิดบังใบหน้า และใช้อาวุธปืนสงคราม ยิงใส่เข้ามาด้านหน้าอาคารสำนักงานสรรพสามิต สาขามายอ อำเภอมายอ จังหวัดปัตตานี
ความคืบหน้า เจ้าหน้าที่ไล่ตรวจสอบภาพคนร้ายจากกล้องวงจรปิดเพิ่มเติม โดยไล่ตรวจสอบตามเส้นทางต่าง ๆ ที่คนร้ายขี่รถจักรยานยนต์หลบหนี รวมทั้งรอผลพิสูจน์ปลอกกระสุนปืนเอ็ม 16 กว่า 10 ปลอก เพื่อเปรียบเทียบกับคนร้ายที่ก่อเหตุในคดีความมั่นคง ที่ผ่านมา
แหล่งข่าวฝ่ายความมั่นคง ระบุว่า ลักษณะการแต่งกาย วิธีการก่อเหตุ และอาวุธที่ใช้ มีความเป็นไปได้ว่า เชื่อมโยงกับกลุ่มผู้ก่อเหตุ ชุดเดียวกับที่โจมตีจุดตรวจทหารพราน "บูเก๊ะซามี" และคดียิงตำรวจ สภ.ตากใบ จังหวัดนราธิวาส
ซึ่งเจ้าหน้าที่ เชื่อว่า ผู้ก่อเหตุกลุ่มนี้ ยังคงเคลื่อนไหวในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เลือกเป้าหมายเจ้าหน้าที่รัฐ เพื่อสร้างสถานการณ์ และตอบโต้การปฏิบัติการของฝ่ายความมั่นคง ขณะที่เจ้าหน้าที่ เพิ่มมาตรการเฝ้าระวัง และเร่งติดตามตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมาย
ส่วนการติดตามคนร้ายซุกซ่อนขนำ กลางสวนปาล์ม ใช้อาวุธปืนยิงปะทะตำรวจ สภ.ตากใบ จังหวัดนราธิวาส ทำให้ตำรวจเสียชีวิต 2 นาย บาดเจ็บ 4 นาย เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อ 2 สิงหาคมที่ผ่านมา
ทาง ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 บอกว่า ผลตรวจนิติวิทยาศาสตร์ และอาวุธที่ใช้ก่อเหตุ ชี้ชัด เป็นกลุ่มก่อเหตุเดียวกัน ที่เคลื่อนไหวก่อเหตุในพื้นที่อำเภอจะแนะ และถล่มจุดตรวจทหารพราน "บูเก๊ะซามี" เมื่อ 22 กรกฎาคมที่ผ่านมา
ตลอดหลายวันที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่สามารถควบคุมตัวผู้เกี่ยวข้องได้แล้ว 11 คน จากทั้งหมด 14 คน เข้าสู่กระบวนการซักถามขยายผล และยังเดินหน้าติดตามคนร้ายอีก 3 คน ที่หลบหนีออกไปได้
โดยมีข้อมูลว่าคนร้าย 2 คน ถูกยิงบาดเจ็บ โดยทราบว่า พากันหนีเข้าพื้นที่อำเภอเจาะไอร้อง และ อำเภอจะแนะ เพื่อไปรักษาตัว แต่เมื่อเจ้าหน้าที่ตามไปตรวจสอบ พบหลักฐาน ผ้าก๊อซ คราบเลือด และอุปกรณ์ปฐมพยาบาล แต่ไม่พบตัวคนร้าย
ล่าสุด เจ้าหน้าที่ได้รับการแจ้งเบาะแสสำคัญจากชาวบ้าน ว่า กลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงที่ได้รับบาดเจ็บ หลบหนีมุ่งหน้าขึ้น เทือกเขาสุคีริน
ขณะนี้ กองกำลังร่วม 3 ฝ่าย ทั้งทหาร ตำรวจ ฝ่ายปกครอง กำลังเข้าปิดล้อม และปูพรมค้นหาบนเทือกเขาสุคีริน เพื่อกดดันติดตามจับกุมตัวคนร้ายที่ยังหลบหนี อีก 3 คน
กอ.รมน.เดินหน้าการข่าว สกัดไฟใต้
ขณะที่ กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ประชุมปรับแผนกับเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคง ที่ด่านตรวจสะเดา จังหวัดสงขลา ซึ่งประเด็นที่มีการพูดถึง คือ ข้อบกพร่องด้านการข่าวในพื้นที่
เรื่องนี้ พลตรี กรกฎ ภู่โชติ รองแม่ทัพภาคที่ 4 ในฐานะรองผู้อำนวยการ กอ.รมน. ภาค 4 ส่วนหน้า ชี้แจงว่า บริบทของผู้ก่อเหตุ จะแบ่งเป็นกลุ่มและไม่รู้จักกัน คนส่งอาวุธอีกกลุ่ม คนปฏิบัติการก็อีกกลุ่ม และงานข่าวจะได้ข้อมูลมาในระดับหนึ่ง จึงต้องนำมาวิเคราะห์ต่อ
แต่ละเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ก็จะมีปฏิบัติการไล่ล่า ส่งผลให้กลุ่มผู้ก่อเหตุ ต้องแยกตัวกันหลบหนี และเจ้าหน้าที่มีการปรับแผนตามหน้างานทุกระยะ
ยอมรับว่า การส่งคืนพื้นที่ให้ฝ่ายปกครอง และพลเรือน ตามยุทธศาสตร์การแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ปี 2566-2570 อาจไม่สำเร็จตามที่ตั้งไว้ เพราะการปฏิบัติการของเจ้าหน้าที่ต้องมีจุดเริ่มต้น และจุดสิ้นสุด แต่เป้าหมายของกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบ ตรงกันข้าม ไม่มีทั้งจุดสิ้นสุด และระยะเวลา
ด้าน พันเอก เอกวริทธิ์ ชอบชูผล รองโฆษก กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ยืนยันถึงความจำเป็นในการเดินหน้า ด้านการข่าว เพื่อสู้กับข่าวปลอมของกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบ มักสร้างข่าวลวงจนเกิดความสับสน