คนชายแดนโต้ UN จ.สระแก้ว

View icon 21
วันที่ 5 ส.ค. 2569 | 11.32 น.
ห้องข่าวภาคเที่ยง
แชร์
ห้องข่าวภาคเที่ยง - ตามต่อกรณีที่ "นายทอม แอนดรูวส์" ผู้เสนอรายงานพิเศษแห่งสหประชาชาติ ว่า ด้วยสถานการณ์สิทธิมนุษยชนในกัมพูชา อ้างว่า มีชาวกัมพูชา 650,000 คน ต้องเป็นผู้พลัดถิ่น หลังเหตุปะทะชายแดน เมื่อปี 2513 ทั้งที่ความจริง "ไทย" ให้ที่พักพิงชาวกัมพูชา หนีสงคราม 

เรื่องนี้ ชาวบ้านที่เกิดและอาศัยอยู่ชายแดนจังหวัดสระแก้ว ประสานเสียงโต้กลับ ยูเอ็นฯ ไม่ศึกษาประวัติศาสตร์

คนชายแดนโต้ UN จ.สระแก้ว
ทีมข่าวเดินทางลงพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา ด้านอำเภอโคกสูง เท่าที่ได้พูดคุยกับชาวบ้าน บอกว่าติดตามข้อมูลข่าวสารความเคลื่อนไหวเกี่ยวกับชายแดนอย่างใกล้ชิด มาตลอดโดยข่าวล่าสุดที่ "นายทอม แอนดรูวส์" ผู้เสนอรายงานพิเศษแห่งสหประชาชาติ ว่า ด้วยสถานการณ์สิทธิมนุษยชนในกัมพูชา อ้างว่า มีชาวกัมพูชา 650,000 คน ต้องเป็นผู้พลัดถิ่น หลังเหตุปะทะชายแดน เมื่อปี 2513 นั้น  

นายเศรษฐวุฒิ กันหนองฮะ บอกว่า ตนเองเกิดและเติบโตในพื้นที่ อำเภอโคกสูง จนวันนี้ อายุ 57 ปีแล้ว ยืนยัน พื้นที่ชายแดนบริเวณนี้ เป็นแผ่นดินไทย มาตั้งแต่ต้น

เช่นเดียวกับหญิงอายุ 50 ปี อาศัยอยู่บ้านอ่างศิลา ตำบลโนนหมากมุ่น อำเภอโคกสูง ยืนยันพื้นที่บริเวณนี้เป็นอธิปไตยของประเทศไทย ถ้ายูเอ็นฯ จะออกมาพูดเข้าข้างกัมพูชาขนาดนี้ ควรต้องย้อนกลับไปศึกษาประวัติศาสตร์ให้ดีกว่านี้

เพราะข้อมูลที่จริง ตามที่ปรากฏในอดีต ยูเอ็นฯ ต่างหาก ที่เป็นฝ่ายขอร้องให้ประเทศไทย เปิดพื้นที่ สร้างเป็นศูนย์อพยพช่วยเหลือให้ข้าว-ให้น้ำ และให้ชีวิตใหม่กับชาวกัมพูชา ที่หนีตายจากภัยสงคราม มาพึ่งบุญประเทศไทย 

สมเด็จพระนโรดม สีหนุ เยี่ยมคนกัมพูชาอพยพในแผ่นดินไทย
คลิปวิดีโอชุดนี้ ถูกบันทึกไว้เมื่อปี 2525 กับเหตุการณ์ที่ สมเด็จเจ้านโรดม สีหนุ กษัตริย์กัมพูชา เสด็จเยือนไทย เพื่อเยี่ยมชาวกัมพูชา ที่อพยพเข้ามาอยู่ในศูนย์ผู้อพยพ "เขาอีด่าง" อำเภออรัญประเทศ จังหวัดปราจีนบุรี ในขณะนั้น

ซึ่งปัจจุบัน เป็นจังหวัดสระแก้ว จังหวัดชายแดนไทย ที่ติดกับกัมพูชา จากในคลิปวิดีโอ จะเห็นผู้อพยพจำนวนมาก ต่างมารอเข้าเฝ้า ต่างโห่ร้อง ด้วยความยินดี

"ไทย" ให้ที่พักพิงชาวกัมพูชา หนีสงคราม ปี 2513
ข้อมูลสอดคล้องกับคลิปนี้ เพจฯ กองทัพบกทันกระแส นำมาแชร์ เป็นสารคดี ศูนย์พักพิงชั่วคราวชาวกัมพูชา บนดินแดนไทย ในปี พ.ศ. 2513 จัดทำโดยคณะกรรมการกาชาดระหว่างประเทศ หรือ ICRC

เนื้อหาบรรยายบอกชัดเจน ตั้งอยู่ในดินแดนไทย หลายปีผ่านไปจากค่ายอพยพ กลายเป็นที่อยู่ถาวร ไทยให้ที่พักพิง ดูแลความปลอดภัย ช่วยรักษาพยาบาล ให้การศึกษา ให้มีชีวิตใหม่ได้

"สีหศักดิ์" ไม่กังวลกัมพูชายืน ยูเอ็น รับรอง MOU 43
กระทรวงการต่างประเทศ เดินหน้ากระบวนการตามกติกา UNCLOS หลัง "กัมพูชา" ไม่เจรจาแบบทวิภาคี ส่งผลกระทบไม่พูดคุยเรื่องชายแดนทางบกด้วย และไม่กังวล "กัมพูชา" ยื่นยูเอ็นรับรอง MOU 2543-แผนที่ 1 ต่อ 200,000​

นายสีหศักดิ์​ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ บอกถึงกรณีกัมพูชาเตรียมยื่นให้ยูเอ็นรับรอง MOU 43 และแผนที่ 1 ต่อ 200,000 ว่า ไม่ได้มีอะไรใหม่ และไม่กังวล เพราะ MOU 43 ไม่ใช่ต้องมีเฉพาะแผนที่ 1 ต่อ 200,000 แต่ยังมีเรื่องที่เขียนไว้ในสนธิสัญญา เช่น สันปั่นน้ำ รวมถึงแผนที่ที่ไทยมีอยู่ คือ 1 ต่อ 50,000 ซึ่งทางไทยก็ยืนยันไปด้วย และเป็นหลักฐานที่มีอยู่ที่ยูเอ็น 

ส่วนความคืบหน้าที่กัมพูชา ดึงไทยเข้าสู่การประนอมภาคบังคับ คุณสีหศักดิ์ ตอนนี้อยู่ระหว่างให้ทั้ง 2 ฝ่าย มีส่วนร่วมในการเสนอชื่อ พร้อมอธิบายถึงการประนอมภาคบังคับว่า เป็นกระบวนการภายใต้ อนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล หรือ UNCLOS ซึ่งต้องเดินตามกติกา หากใครไม่เดินตามกระบวนการ กระบวนการก็จะเดินหน้าด้วยตัวเอง โดยยูเอ็นจะมีการแต่งตั้งผู้ประนอมให้กับฝ่ายไทย ดังนั้น ไทยจึงต้องเดินตามกระบวนการนี้ แต่มั่นใจว่า จะสามารถดูแลผลประโยชน์ของประเทศได้อย่างเต็มที่ อย่างไรก็ตาม ไทยยืนยันมาตลอดว่า ขั้นตอนยังไม่ถึงเรื่องของการประนอมภาคบังคับ ต้องเกิดการเจรจาทวิภาคีก่อน ภายใต้ UNCLOS แต่กัมพูชา ก็อ้างว่า ไทยยกเลิก MOU 44 จึงต้องเข้าการประนองภาคบังคับ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง