วงการตำรวจฉาวอีก กลุ่มหญิงสาวร้องถูก “ดาบตำรวจ” ฝ่ายสืบสวน ในพื้นที่สงขลา ขู่ยัดยาเสพติด บังคับถ่ายคลิปอนาจารขายกลุ่มลับ พบเหยื่อพุ่งเกิน 20 คน อายุน้อยสุดเพียง 4 ขวบ
วันนี้ (5 ส.ค. 69) เมื่อเวลา 10.30 น. ที่ผ่านมา กลุ่มผู้เสียหายที่เป็นหญิงสาวจำนวน 4 คน เดินทางเข้ามอบหลักฐานเพื่อขอความช่วยเหลือจาก ดร.ธนกฤต จิตรอารีย์รัตน์ ประธานกลุ่มทนายธนกฤต จิตอาสา และนายชณทัต รินน์นพคุณ ผู้ประสานงาน กรณีถูกข้าราชการตำรวจ ยศดาบตำรวจ (ด.ต.) สังกัดฝ่ายสืบสวนสถานีตำรวจแห่งหนึ่ง ในพื้นที่ จ.สงขลา มีพฤติกรรมข่มขู่ยัดยาเสพติด และบังคับถ่ายคลิปวิดีโอลามกอนาจารนำไปโพสต์ขายลงในกลุ่มลับ โดยเชื่อว่ามีผู้บังคับบัญชาคอยสนับสนุนอยู่เบื้องหลัง และมีผู้ตกเป็นเหยื่อแล้วมากกว่า 20 คน
น.ส.เอ (นามสมมุติ) หนึ่งในผู้เสียหายคนสำคัญ เปิดเผยว่า ตนถูกบังคับให้คบหากับ ด.ต. นายนี้นานกว่า 2 ปี เนื่องจากถูกแอบถ่ายคลิปลับไว้ ซึ่งตลอดเวลาที่คบหากันตนพยายามตามลบคลิปมาโดยตลอด กระทั่งพบว่าตำรวจนายนี้มีพฤติกรรมชอบแอบถ่ายคลิปผู้หญิง โดยเฉพาะคนที่เดินทางมาแจ้งความที่สถานีตำรวจ จุดเปลี่ยนเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 31 พ.ค. 69 เวลาประมาณ 11.00 น. ตำรวจนายดังกล่าวประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์ ทำให้โทรศัพท์มือถือกว่า 10 เครื่อง รวมถึงยาเสพติด ทั้งยาบ้า และ ไอซ์ ซึ่งอ้างว่าเป็นของกลาง ไหลทะลักออกมาภายในรถ ตนจึงอาศัยช่วงชุลมุนแอบหยิบโทรศัพท์ออกมาได้ 1 เครื่อง
เมื่อเปิดดูโทรศัพท์ถึงกับตกใจ เพราะพบคลิปอนาจารของผู้หญิงจำนวนมาก และที่น่าตกใจที่สุดคือผู้เสียหายที่มีอายุน้อยที่สุดในคลิปมีอายุเพียงแค่ 4 ขวบเท่านั้น หลังจากนั้นตนได้พยายามติดต่อผู้เสียหายคนอื่น ๆ ก่อนตัดสินใจรวบรวมหลักฐานเข้าแจ้งความเมื่อวันที่ 2 มิ.ย. 69 ที่ผ่านมา
ด้าน นายชณทัต ได้ยกตัวอย่างพฤติการณ์สุดอุกอาจของตำรวจนายนี้ว่า เคยนำกำลังเข้าบุกตรวจค้นบ้านของผู้เสียหายคนนึ่ง ซึ่งมีอายุเพียง 14 ปี โดยอ้างว่าพี่ชายมีพฤติกรรมเกี่ยวกับยาเสพติด เมื่อตรวจค้นไม่พบสิ่งผิดกฎหมาย ตำรวจนายดังกล่าวกลับใช้อิทธิพลข่มขู่ ว่าหากไม่อยากให้แม่และพี่ชายถูกดำเนินคดี (ยัดยาเสพติด) ให้ยอมให้กระทำอนาจาร และยินยอมให้ถ่ายคลิปเก็บไว้ ทำให้เด็กสาววัย 14 ปี จำใจต้องยอมทำตามเนื่องจากความกลัว
อย่างไรก็ตาม หลังจากผู้เสียหายเข้าแจ้งความเมื่อวันที่ 2 มิ.ย. 69 ทางต้นสังกัดได้มีคำสั่งตั้งกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงในวันที่ 4 มิ.ย. 69 พร้อมสั่งย้ายดาบตำรวจนายดังกล่าวไปช่วยราชการที่ตำรวจภูธรจังหวัดสงขลา แต่กลับพบว่าไปช่วยราชการได้เพียง 3 วันเท่านั้น ก็ถูกส่งตัวกลับมาปฏิบัติหน้าที่ตามปกติที่สถานีตำรวจแห่งเดิม นอกจากนี้ ดาบตำรวจนายนี้ยังได้ส่งข้อความและพูดจาข่มขู่ผู้เสียหายทุกคน ว่าให้เดินทางไปถอนแจ้งความ ไม่เช่นนั้นจะเดินทางไปผูกคอตายที่บ้านของผู้เสียหาย จึงสร้างความหวาดกลัวให้กับกลุ่มเหยื่อเป็นอย่างมาก เนื่องจากคดีไม่มีความคืบหน้า คู่กรณีเป็นตำรวจในพื้นที่และมีอิทธิพล
ขณะที่ ดร.ธนกฤต ระบุว่า จากการตรวจสอบโทรศัพท์มือถือที่ผู้เสียหายนำมาเป็นหลักฐาน พบว่าในแอปพลิเคชันไลน์ มีกลุ่มแชทลับหลายกลุ่ม ที่มีการส่งต่อคลิปอนาจารจำนวนมาก พร้อมทั้งมีการตั้งราคาขายคลิปในราคาต่าง ๆ กันอย่างชัดเจน หลังจากนี้ ตนจะนำกลุ่มผู้เสียหายเดินทางไปร้องทุกข์ต่อ กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บช.สอท.) เพื่อให้เร่งดำเนินคดีในความผิดเกี่ยวกับระบบคอมพิวเตอร์และค้ามนุษย์ พร้อมฝากถึง ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ให้ลงนามสั่งการให้ดาบตำรวจนายนี้ออกจากราชการไว้ก่อนโดยด่วน เนื่องจากการสั่งย้ายไปช่วยราชการเพียงสั้น ๆ ไม่ได้ช่วยแก้ปัญหา และยังปล่อยให้ผู้ต้องสงสัยกลับมาข่มขู่คุกคามผู้เสียหายได้อีก