คืบหน้า “โกงสอบท้องถิ่น” กมธ.พัฒนาการเมืองฯ เชิญตัวแทน ม.บูรพา ร่วมถกเหตุถูก สถ. ยกเลิกสัญญาจัดสอบ ส่วนอธิบดีกรมส่งเสริมฯ จ่อพบพนักงานสอบสวน 6 ส.ค.นี้
.
วันนี้ (5 ส.ค.69)นางสาวภคมน หนุนอนันต์ สส. พรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน และการมีส่วนร่วมของประชาชน สภาผู้แทนราษฎร เรียกประชุมกรรมาธิการเพื่อพิจารณาติดตามข้อมูลต่อเนื่องกรณีการทุจริตสอบข้าราชการท้องถิ่น โดยในวันนี้ ได้เชิญหลายหน่วยงานเข้าให้ข้อมูลเช่น กรมสอบสวนกลาง รองกรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา มหาวิทยาลัยบูรพา มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ปปง. ปปท. ปปป. เป็นต้น
.
โดยวันนี้เป็นการพิจารณาครั้งที่ 3 หน่วยงานที่ไม่เคยเข้าชี้แจงกับหน่วยงานไหนเลย คือ มหาวิทยาลัยบูรพา ที่ถูกกรมส่งเสริมปกครองท้องถิ่นยกเลิกสัญญาในการจัดสอบท้องถิ่น จากข้อมูลที่ตนเองทราบ คือ กรมส่งเสริมฯ อ้างว่า ม.บูรพา เคยถูกร้องเรียนเรื่องการทุจริต แต่เป็นข้อมูลที่ข้อแย้งกับเจ้าหน้าที่ของกรมส่งเสริมฯ คนหนึ่งที่ให้ข้อมูลว่า ม.บูรพา ไม่ได้มีเรื่องร้องเรียน อะไร แต่ทีโออาร์ของ ม.บูรพา ไม่รัดกุม อาจเปิดช่องให้มีการทุจริตเกิดขึ้น จึงได้ยกเลิกสัญญา กับ ม.บูรพา ตนเองจึงขอตั้งคำถามว่า การร่างทีโออาร์เกิดจากผู้ว่าจ้าง ไม่ใช่ผู้ถูกว่าจ้างใช่หรือไม่ การกล่าวหา ม.บูรพาเช่นนี้เป็นความผิดของหน่วยงานไหนกันแน่
.
นอกจากนี้ ยังได้รับรายงานจากเจ้าหน้าที่ด้วยว่า นางสาวบุรณี แพรโรจน์ ผู้อำนวยการกลุ่มงานสรรหาและเลือกสรรบุคคลส่วนท้องถิ่น ตกเป็นประเด็นข่าวการตรวจสอบทุจริตกรณีมีชื่อปรากฏเป็นผู้สร้างหรือแก้ไขไฟล์ประกาศผลสอบบรรจุข้าราชการส่วนท้องถิ่น ซึ่งเกี่ยวข้องกับการร้องเรียนเรื่องความผิดปกติและกระบวนการคัดเลือก จะเข้าให้ข้อมุลกับกรรมาธิการด้วย ซึ่งน่าจะเป็นครั้งแรกที่ นางสาวบุรณีปรากฏตัว ต่อสาธารณชน
.
และ วันเดียวกันนี้ กรมส่งเสริมฯ จะสรุปแนวทางการเอาผิดกับผู้ทุจริตด้วย นางสาวภคมน จึงย้ำว่า ต้องหาว่าใครเป็นคนสร้างระบบการโกงนี้ขึ้นมา หากหาตัวคนทำผิดไม่ได้ สอบครั้งต่อไปก็จะเกิดปัญหานี้อีก ต้องเริ่มต้นแก้ปัญหาอย่างตรงไปตรงมาตั้งแต่แรก ต้องแก้ปัญหาที่ต้นตอ
.
ส่วนกรณีที่นายกรัฐมนตรี ระบุว่า ใครทำผิดก็ถือว่าเป็นกรรมใครกรรมมันนั้น นางสาวภคมน ตั้งคำถามถึงกรมส่งเสริมฯ และ ป.ป.ช. ว่า กลุ่มคนที่สืบไปแล้ว พบว่ามีความผิด เป็นแค่ระดับอธิบดีใช่หรือไม่ ส่วนตัวเห็นว่า ประชาชนไม่เชื่อว่าจะสอบสวนได้สูงสุดระดับอธิบดี น่าจะต้องไปไกลได้มากกว่านั้น แต่ตั้งข้อสังเกตว่า จริง ๆ แล้ว มีความพยายามจะสืบหาให้ไปไกลได้มากกว่านี้ หรือ จงใจให้หยุดอยู่ที่ระดับอธิบดี คิดว่าวันนี้ต้องมีคำตอบให้สังคม
.
ขณะที่ พลตำรวจตรี มนตรี เทศขัน รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลางชี้ แจงต่อที่ประชุมว่า 24 กรกฎาคม ที่ผ่านมา ทาง กสถ. ได้ร้องทุกข์ กล่าวโทษ ให้ดำเนินคดีกับ มศว และหรือ ผศ.ดร.เรืองเดช ศิริกิจ ผู้อำนวยการสำนักทดสอบทางการศึกษาและจิตวิทยา มศว ฐานความผิดเกี่ยวกับเจ้าพนักงานทำและรับรองเอกสารอันเป็นเท็จ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 161 162 และฝ่ายสืบสวนของตำรวจ ได้ร้องทุกข์กล่าวโทษเพิ่มเติม กับนายธีรุตม์ ศุภวิบูลย์ผล อดีตอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ฐานความผิด ตามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 161 162
.
หลังจากนั้น ในวันที่ 27 กรกฎาคม พนักงานสอบสวนได้ออกหมายเรียก ผู้ต้องหาทั้งหมด 13 คน ทั้ง นายธีรุตม์ ผศ.ดร.เรืองเดช รวมทั้ง กลุ่มผู้ต้องหา ที่ร่วมกันแก้ไขกระดาษคำตอบ รวม 11 คน โดยผู้ต้องหา ทั้ง 13 คน ทราบหมาย และ เข้าพบพนักงานสอบสวนจำนวน 5 คน โดยผศ.ดร.เรืองเดช รับทราบข้อกล่าวหาแล้ว แต่ให้การปฏิเสธ ส่วนกลุ่มผู้ต้องหาของบริษัทที่เกี่ยวข้อง จำนวน 4 คน ที่ร่วมกันแก้ไขข้อสอบ ได้เข้าพบพนักงานสอบสวนแล้วเช่นกัน ให้การปฏิเสธ 3 คน รับสารภาพ 1 คน ถือว่าเป็นประโยชน์ต่อการสืบสวน
.
และ ได้มีการแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่ม ในความผิดฐานสนับสนุนเจ้าพนักงานให้ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 86 ประกอบมาตรา 157 ได้แก่ นายวิน ธนพชรโภคิน หรือ “วิน” ที่ปรึกษาผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมและฝึกอบรม มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์, น.ส.ศตพร ธนพชรโภคิน และ จ่าสิบตรี ดร.พิชิต ทั้งพรม หรือ “จ่าพิชิต” ผู้อำนวยการกองยุทธศาสตร์และงบประมาณ เทศบาลเมืองวิเชียรบุรี จ.เพชรบูรณ์ และได้ดำเนินการแจ้งข้อกล่าวหาเป็นที่เรียบร้อยไปแล้วด้วย
.
ส่วนผู้ต้องหาของบริษัทที่เกี่ยวข้องอีก 7 คน นัดเข้าพบพนักงานสอบสวนในวันที่ 10 ส.ค. โดยในวันที่ 3 ส.ค. ที่ผ่านมา พนักงานสอบสวนได้รายงาน ไปยัง สำนักงาน ปปง. เพิ่มเติม กรณีที่มีการแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่ม
.
อย่างไรก็ตาม กองปราบปราม ได้ตั้งพนักงานสอบสวนขึ้นมารับผิดชอบทำการสอบสวน โดยในขั้นต่อไป จะทำการยื่นขอโอนตัวผู้ต้องหาที่อยู่ในอำนาจศาลอาญา มาอยู่ในอำนาจของศาลอาญาทุจริต เพราะถือว่าเกี่ยวข้องกับเจ้าพนักงานของรัฐ ซึ่งตอนนี้อยู่ระหว่างการฝากขัง และ จะครบกำหนดฝากขังผลัดที่ 2 ในวันที่ 7ส.ค. นี้
.
ในส่วนของนายธีรุตม์ มีนัดเข้าพบพนักงานสอบสวนในวันที่ 6 ส.ค. นี้ และ จะมีการแจ้งข้อหา และ สอบปากคำปากคำต่อไป จากนั้น จะรวบรวมข้อมูลส่ง ให้ ป.ป.ช. ดำเนินการสอบสวนต่อไป
.