เช้านี้ที่หมอชิต - หนึ่งในหลักฐานทางประวัติศาสตร์ของไทย ก็คือ "ปืนใหญ่" ที่เราเคยใช้ป้องกันข้าศึกในยุคสมัยต่าง ๆ เท่าที่เห็นอยู่ก็จะมีที่หน้ากระทรวงกลาโหม แต่ที่หลายคนไม่รู้ คือยังมีที่จมอยู่ใต้น้ำอีกเยอะมา ที่รอการนำกลับขึ้นมาบนผืนดิน
11.58 น. คือเวลาที่ปืนใหญ่กระบอกนี้โผล่พ้นผิวน้ำ หลังจมอยู่บริเวณท่าน้ำ ริมคลองบางข้าหลวง ใกล้กับวัดประดิษฐาราม หรือ วัดมอญ แขวงหิรัญรูจี เขตธนบุรี มานานหลายสิบปี เมื่องมขึ้นมาได้เสร็จก็ถูกนำไปไว้ที่วัดประดิษฐาราม
ช่วงที่มีการงมเอาปืนใหญ่ขึ้นมา เกิดปรากฏการณ์พระอาทิตย์ทรงกลดพอดี พระครูปริยัติวรานุสิฐ เจ้าอาวาสวัดประดิษฐาราม ถึงได้บอกว่า เรียกว่าเป็นนิมิตมงคลก็คงได้ ซึ่งปืนกระบอกนี้ ก็นับเป็นกระบอกที่ 3 แล้วที่มีถูกพบว่าจมอยู่ใต้คลอง โดย 2 กระบอกแรก ถูกเก็บรักษาไว้ที่ สน.บางยี่เรือ
นายชินวัฒน์ เจียมสมบูรณ์ ประธานชุมชนวัดประดิษฐาราม บอกว่า จากการสังเกตลักษณะปืนเป็นแบบก้นโค้ง น่าจะเป็นปืนในสมัยอยุธยา จากการพูดคุยกับคนงมหาของในคลอง ให้ข้อมูลว่าถัดไปจากจุดที่พบยังมี "ปืนใหญ่ก้นหอย" ซึ่งเป็นปืนสมัยรัชกาลที่ 1 จมอยู่ใต้น้ำอีกมากกว่า 10 กระบอก รวมถึงมีการพบหัวกะโหลกม้าด้วย เนื่องจากพื้นที่นี้เคยเป็นสนามรบมาก่อนในสมัยพระเจ้ากรุงธนบุรี ส่วนเหตุที่ละแวกนี้เจอปืนใหญ่จำนวนมาก ก็คาดว่าน่าจะเกิดจากการสับเปลี่ยนอาวุธยุทโธปกรณ์ให้ทันสมัยขึ้นในช่วงสมัยรัชกาลที่ 5 ทำให้ปืนใหญ่โบราณที่ไม่ได้ใช้งานแล้ว ถูกนำมาทิ้งไว้ในบริเวณนี้
นอกจากนี้ นายชินวัฒน์ ยังพาทีมข่าวไปดูหลุมหลบภัยสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 บริเวณใต้สะพานหน้าวัด บอกว่า นี่เป็นหลุมหลบภัยสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 เพียงแห่งเดียวที่ยังหลงเหลืออยู่ในพื้นที่ฝั่งธนบุรี ก่อนหน้านี้เคยมีที่บริเวณหน้าโรงเรียนศึกษานารี แต่ปัจจุบันถูกรื้อถอนไปแล้ว โดยสภาพหลุมหลบภัยปัจจุบันมีสภาพเสื่อมโทรมตามกาลเวลา เพราะขาดการบูรณะดูแลมานาน ป้ายข้อมูลหลุดร่อน และมีปัญหาน้ำขังอยู่ตลอดเมื่อฝนตก จึงอยากให้มีการบูรณะซ่อมแซม เพื่อหวังจะให้กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยว และแหล่งเรียนรู้ทางประวัติศาสตร์ต่อไป