จับตากองทุนน้ำมันฯ เสี่ยงขาดสภาพคล่อง

View icon 15
วันที่ 6 ส.ค. 2569 | 06.01 น.
เช้านี้ที่หมอชิต
แชร์
เช้านี้ที่หมอชิต - น้ำมันกลุ่มเบนซิน และ แก๊สโซฮอล์ ลดลง 70 สตางค์ต่อลิตร ส่วนดีเซลคงเดิม

มีผลอย่างเป็นทางการเมื่อช่วง 05.00 น. ที่ผ่านมา สำหรับราคาขายปลีกน้ำมัน กลุ่มเบนซิน และ แก๊สโซฮอล์ ที่ปรับลดลง 70 สตางค์ต่อลิตร

โดยแก๊สโซฮอล์ E20 เหลือลิตรละ 30 บาท 99 สตางค์

แก๊สโซฮอล์ 91 เหลือลิตรละ 35 บาท 62 สตางค์

แก๊สโซฮอล์ 95 เหลือลิตรละ 35 บาท 99 สตางค์

และ เบนซิน เหลือลิตรละ 44 บาท 98 สตางค์      

ส่วนน้ำมันดีเซล ยังคงราคาเดิม ไม่มีการเปลี่ยนแปลง

หลายคนคงสงสัยว่าทำไม ราคาน้ำมันขายปลีกหน้าปั๊มในประเทศไทย ถึงเพิ่งจะปรับลดราคา ทั้งที่ก่อนหน้านี้ ราคาน้ำมันในตลาดโลกปรับลดลงติดต่อกันหลายวัน หลังมีสัญญาณบ่งชี้ถึงความคืบหน้าในการเจรจาเพื่อยุติสงครามระหว่างสหรัฐอเมริกากับอิหร่าน

โดยภาครัฐมองว่า สถานการณ์ดังกล่าวยังมีความเปราะบางอยู่มาก ซึ่งสัปดาห์ที่ผ่านมา ราคาน้ำมันผันผวนสูงมาก

ดังนั้นเพื่อลดผลกระทบค่าครองชีพประชาชน และพยุงราคาขายปลีกน้ำมันในประเทศ จึงยังคงใช้กลไกของกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงและการกำกับดูแลราคา ณ โรงกลั่นตามมติ กบง. (คณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน)

ขณะที่ กบน. (คณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง) ใช้จังหวะที่ราคาน้ำมันในตลาดโลกอ่อนตัวลง ปรับอัตราเงินกองทุนน้ำมัน

โดย เบนซิน เพิ่มส่งเงินเข้ากองทุน เป็น 7 บาท 15 สตางค์

แก๊สโซฮอล์ E85 เพิ่มชดเชยเป็น 4 บาท 12 สตางค์

แก๊สโซฮอล์ 95 และ 91 ลดชดเชยเป็น 26 สตางค์

แก๊สโซฮอล์ E20 ลดชดเชยเป็น 4 บาท 21 สตางค์

ดีเซล B7 ลดชดเชย เป็น 4 บาท 10 สตางค์

ดีเซล B20 ลดชดเชยเป็น 9 บาท 5 สตางค์

ส่งผลให้ฐานะกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงล่าสุด ณ วันที่ 2 สิงหาคมที่ผ่านมา ติดลบเพิ่มขึ้นเป็น 69,782 ล้านบาท

ซึ่งหากสถานการณ์ราคาน้ำมันตลาดโลกพุ่งขึ้นอีก สำนักงานกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (สกนช.) จะดำเนินการกู้เงินในกรอบวงเงินที่ขอไว้ 20,000 ล้านบาท ภายในเดือนสิงหาคมนี้ เพื่อเสริมสภาพคล่องให้กองทุนน้ำมันฯ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง