ห้องข่าวภาคเที่ยง - เสือโคร่งผืนป่าห้วยขาแข้ง จังหวัดอุทัยธานี บุกขย้ำเจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเสียชีวิต ร่างถูกลากไกลออกจากศาลาที่พัก ประมาณ 200 เมตร ทางครอบครัวหลังทราบข่าว ถึงตกใจ ร่ำไห้ไม่หยุด ไม่คิดว่าเสาหลักของบ้านจะจากไปอย่างกะทันหัน
บรรยากาศงานศพของ นายศักรินทร์ วิชาจารย์ พนักงานราชการ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง ที่เสียชีวิตจากเหตุเสือขย้ำ ภายในวัดโป่งสามสิบ อำเภอลานสัก จังหวัดอุทัยธานี เต็มไปด้วยความโศกเศร้า โดยเฉพาะภรรยาและลูกสาวของผู้เสียชีวิต ร้องไห้เสียใจ ไม่อาจทำใจยอมรับกับสิ่งที่เกิดขึ้นได้
ภรรยาของผู้เสียชีวิต บอกว่า ก่อนเกิดเหตุร้ายกับสามีไม่มี ลางสังหรณ์บอกเหตุร้ายอะไร
เหตุการณ์น่าสลดใจครั้งนี้ เกิดขึ้นช่วงเช้ามืดของวันที่ 5 สิงหาคมที่ผ่านมา เพื่อนร่วมทีมออกไปตามผู้เสียชีวิต ที่นอนพักในศาลาอเนกประสงค์ ซึ่งเป็นจุดกางเต็นท์พักแรมของนักท่องเที่ยว เพราะไม่ได้มาปฏิบัติภารกิจค่ายเยาวชน ตามนัดหมายไว้
พอตรวจสอบบริเวณที่พัก พบเพียงโทรศัพท์ และทรัพย์สินส่วนตัวบางส่วนวางอยู่ แต่ที่น่าตกใจคือมีร่องรอยคล้ายสัตว์ป่าลากเหยื่อ
️เจ้าหน้าที่จึงเดินไปตามรอยเท้าสัตว์และหยดเลือด ก่อนพบร่างของ นายศักรินทร์ อยู่ใกล้ลำธารห้วยขาแข้งห่างจัดที่พักไกล 200 เมตร สภาพร่างถูกสัตว์ป่ากัดกิน ใกล้กันพบรอยเท้าเสือโคร่งใหม่ ๆ อยู่บริเวณใกล้เคียง
ด้าน ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 12 จังหวัดนครสวรรค์ เผยว่า ลักษณะบาดแผล เชื่อว่าเป็นการถูกเสือทำร้าย เนื่องจากลักษณะการลากร่างและบาดแผลสอดคล้องกับพฤติกรรมของเสือ ซึ่งเป็นผู้ล่าตามธรรมชาติ
จากนี้เจ้าหน้าที่จะตรวจสอบภาพจากกล้องดักถ่ายสัตว์ป่าในพื้นที่ใกล้เคียง เพื่อระบุว่าเสือตัวที่ก่อเหตุเป็นตัวใด ส่วนของการช่วยเหลือเยียวยา จะดำเนินการตามระเบียบของราชการ
นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช เผยว่า พฤติกรรมเสือโคร่งออกจากป่ามาทำร้ายคน ไม่ได้เกิดขึ้นนานมากแล้ว ครั้งแรกเท่าที่จำได้ เกิดที่อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ วันที่ 13 มกราคม 2541
ตนเองแปลกใจมาก เพราะโดยธรรมชาติแล้ว เสือจะไม่กล้าเข้าใกล้คน สันนิษฐานว่าอาจเพราะเจ้าหน้าที่ของเราเป็นเป้านิ่ง ไม่เคลื่อนไหว ซึ่งเสือคิดว่าเป็นเป้าที่อ่อนแอกว่า และคาดว่ามันคงซุ่มดูอยู่นานพอสมควร ก่อนออกมาโจมตี
ขณะนี้ได้สั่งการให้จับเสือที่อยู่อาศัยบริเวณรอบ ๆ สำนักงานห้วยขาแข้งทั้งหมด น่าจะมีไม่เกิน 5 ตัว มาพิสูจน์ ดีเอ็นเอ กับขนที่ทิ้งไว้ในร่องรอยที่เกิดเหตุ
นอกจากนี้ยังมีอีก 2 ปัจจัยหลัก ที่เสือโคร่งทำร้ายเจ้าหน้าที่ คือ เป็นเสือบาดเจ็บ ป่วย หรืออายุมาก จนไม่สามารถออกล่าเหยื่อตามธรรมชาติ อย่าง วัวแดง หรือกวางได้ จึงเลือกเหยื่อที่ไม่ทันตั้งตัว
ทีมข่าวสอบถามเรื่อง "เสือขย้ำคน" ไปยัง ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดอกเตอร์ สัตวแพทย์ มาโนชญ์ ยินดี สัตวแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านสัตว์ป่าและสวนสัตว์ อธิบายว่า เสือเป็นนักล่าที่มีความคิดซับซ้อน และมีนิสัยเฉพาะตัวไม่ต่างจากมนุษย์ จึงไม่สามารถใช้มาตรฐานเดียวกัน ตัดสินพฤติกรรมของเสือทุกตัวได้
โดยธรรมชาติแล้ว เสือเป็นสัตว์ที่หากินเพียงลำพัง ต่างจากสิงโตที่ล่าเป็นฝูง ทุกครั้งก่อนลงมือ เสือจะประเมินโอกาสความสำเร็จ และความเสี่ยงอย่างรอบคอบ และจะคุ้นเคยกับเหยื่อ 4 ขา เช่น กวาง กระทิง วัว มากกว่ามนุษย์ 2 ขา ที่เสือมองว่าน่ากลัว ยิ่งมนุษย์อยู่รวมตัวกัน เสือจะเป็นฝ่ายหนีมากกว่าเผชิญหน้า
แต่ปัจจัยที่อาจทำให้เสือตัดสินใจล่ามนุษย์ มีอยู่หลายประการ ทั้งกรณีที่เหยื่ออยู่เพียงลำพัง โดยเฉพาะขณะพักผ่อนหรือหลับ ทำให้เสือมองว่าเป็นเป้าหมายที่ปลอดภัยกว่า รวมถึงเสือที่มีอายุมาก บาดเจ็บ หรือพิการ จนไม่สามารถล่าสัตว์ป่าที่แข็งแรงและว่องไว จึงหันมาเลือกเหยื่อที่ไม่ทันตั้งตัว
นอกจากนี้ หากมนุษย์เข้าไปในระยะประชิดเพียง 3-5 เมตร เสืออาจรู้สึกว่าถูกคุกคาม และบางตัวอาจจะเลือกตอบโต้ทันที ตามสัญชาตญาณป้องกันตัว รวมถึงพฤติกรรมการล่าแบบซุ่มโจมตีของเสือ จะเลือกเข้าจู่โจมในจังหวะที่เหยื่อเผลอ
สัตวแพทย์ ย้ำว่า แม้เสือจะได้รับฉายาเป็น เจ้าป่า แต่บทบาทที่แท้จริงคือผู้ล่าลำดับสูง ที่ช่วยควบคุมสมดุลของระบบนิเวศ ด้วยการคัดเลือกสัตว์ที่อ่อนแอหรือป่วยออกจากธรรมชาติ
พร้อมเตือนนักท่องเที่ยวและผู้ที่ชื่นชอบสัตว์ป่าว่า อย่ามองสัตว์ป่าเป็นสัตว์เลี้ยง และไม่ควรเข้าใกล้ เพราะไม่มีสัตว์ป่าชนิดใดที่ปลอดภัยอย่างแท้จริง การรักษาระยะห่างและเคารพพื้นที่ของสัตว์ป่า คือวิธีป้องกันเหตุสูญเสียที่ดีที่สุด