ข่าวเย็นประเด็นร้อน - ตำรวจภาค 2 นำเครื่องสำรวจใต้ดินด้วยสัญญาณเรดาร์ (Ground Penetrating Radar หรือ GPR) สแกนป่าห้วยใหญ่ บริเวณจุดฝังศพเหยื่อ "นายป๋อง" และ "นายธง"
แม่ชาวรัสเซีย อาลัยลูกครั้งสุดท้าย
ขณะที่ครอบครัวเหยื่อ พี่น้องชาวรัสเซีย เดินทางร่วมไว้อาลัยวางดอกไม้ ยังหลุมฝังอำพรางศพ แม่เหยื่อ และหลายคนที่ไปร่วมพิธี ไม่อาจกลั้นน้ำตา
เป็นภาพบรรยากาศท่ามกลางความโศกเศร้า โดยเฉพาะผู้เป็นแม่ ยากทำใจรับไหว ถึงกับร่ำไห้ปริ่มขาดใจ เมื่อต้องหวนกลับมาเห็นสภาพหลุมที่ นายป๋อง และ นายธง ฆาตกร ร่วมกันฆ่าฝังร่าง ลูกสาว และลูกชาย 2 คน ต้องลาลับจากอ้อมกอดไปอย่างไม่มีวันกลับ ผู้ที่มาร่วมพิธีหลายคนเห็นภาพนี้แล้ว สะเทือนใจถึงกับหลั่งน้ำตาออกมา
เป็นภาพบรรยากาศท่ามกลางความโศกเศร้า ที่เกิดขึ้นเมื่อช่วงสายของวันนี้ แม่ ครอบครัว เพื่อนชาวต่างชาติ รวมทั้งประชาชนไทยจำนวนหนึ่ง ซึ่งมีทั้งที่รู้จัก และไม่เคยรู้จักกับครอบครัว พี่น้องชาวรัสเซีย มาก่อน
พร้อมใจกันเดินทางมาร่วมไว้อาลัย บริเวณจุดพบศพสองพี่น้องชาวรัสเซีย ที่ถูกฆ่าฝังดินไว้บริเวณพื้นที่ตำบลห้วยใหญ่ อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี โดยแต่ละคนที่มาร่วมพิธี นำดอกไม้ สีขาว และช่อดอกไม้ มาวางตรงหลุมศพ จากนั้นทุกคนได้ยืนสงบนิ่ง เพื่อระลึกถึงผู้เสียชีวิตทั้ง 2 คน เป็นครั้งสุดท้าย
ขณะเดียวกัน พระครูเกษมกิตติโสภณ เจ้าคณะตำบลพลูตาหลวง และเจ้าอาวาสวัดสามัคคีบรรพต ยังนำคณะพระสงฆ์ มาร่วมประกอบพิธีสวดแผ่เมตตา และอุทิศส่วนกุศลให้กับ พี่น้องชาวรัสเซีย และครอบครัวชาวไทย 3 ศพ พ่อแม่ลูก ที่ตกเป็นเหยื่อฆาตกร นายป๋อง กับ นายธง อีกด้วย โดยขอให้ไปสู่สุคติ
สแกนป่าหาศพเพิ่มคดี "ป๋อง-ธง" ฆ่าฝังดิน 5 ศพ จ.ชลบุรี
หลังเสร็จพิธีไว้อาลัยผู้เสียชีวิต พลตำรวจโท ฉัตรชัย สุรเชษฐพงษ์ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 2 นำกำลัง และผู้เชี่ยวชาญด้านโบราณคดีจากมหาวิทยาลัยศิลปากร และทีมวิศวกรผู้เชี่ยวชาญ ลงพื้นที่ตรวจสอบจุดเกิดเหตุคดีฆาตกรรมอำพราง 5 ศพ
โดยใช้เครื่องสำรวจใต้ดิน ด้วยสัญญาณเรดาร์ หรือ GPR จำนวน 2 เครื่อง เพื่อตรวจค้นหาจุดต้องสงสัยเพิ่มเติม โดยเข้าสแกนพื้นที่แรก บริเวณสวนมะพร้าว หมู่ที่ 11 ตำบลห้วยใหญ่ อำเภอบางละมุง ซึ่งเป็นจุดพบร่างสมาชิกครอบครัวชาวไทย 3 ศพ โดยจุดดังกล่าวอยู่ห่างจากหลุมฝังศพ สองพี่น้องชาวรัสเซีย ประมาณ 300-400 เมตร
การตรวจสอบครั้งนี้ สืบเนื่องจากระหว่างการนำตัว ผู้ต้องหา "นายป๋อง" และ "นายธง" มาชี้จุดเกิดเหตุ เมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม โดยทั้งสองให้ข้อมู คลาดเคลื่อน และชี้ตำแหน่งต้องสงสัยหลายจุด ทำให้ตำรวจต้องอาศัยหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ เข้ามาช่วยยืนยันข้อเท็จจริง
จากการสแกน เจ้าหน้าที่กำหนดจุดต้องสงสัย ทั้งหมด 4 จุด ก่อนใช้รถขุด เปิดหน้าดิน ตรวจสอบทีละจุด จุดที่ 1 เครื่องสแกนตรวจพบสัญญาณผิดปกติ ขุดลึกประมาณ 1.5 เมตร ปากหลุมกว้าง 3.5 เมตร แต่พบเพียงก้อนหินธรรมชาติ
ส่วนจุดที่ 2 เครื่องสแกน แสดงลักษณะคล้ายโพรงใต้ดิน ขุดลึกประมาณ 2 เมตร ปากหลุมกว้าง 2.5 เมตร สุดท้ายพบเพียงชั้นหิน
ต่อไปจุดที่ 3 ขุดลึกประมาณ 2 เมตร ไม่พบสิ่งผิดปกติ และจุดที่ 4 ขุดลึกประมาณ 2 เมตร เช่นกัน ไม่พบศพหรือวัตถุต้องสงสัยแต่อย่างใด
พลตำรวจโท ฉัตรชัย ย้ำว่า การตรวจสอบครั้งนี้ มีเป้าหมาย เพื่อตัดข้อสงสัยจากกระแสข่าวที่อ้างว่า อาจมีผู้เสียชีวิตเพิ่มเติมในพื้นที่ โดยตำรวจจะดำเนินการตรวจสอบทุกมิติ ทั้งการสอบสวน การตรวจภาคพื้นดิน และการใช้เทคโนโลยีร่วมกับผู้เชี่ยวชาญ ยืนยันว่า การนำเครื่อง GPR เข้าตรวจสอบ ไม่ได้หมายความว่า ตำรวจมีข้อมูลพบศพเพิ่มเติม และจนถึงขณะนี้ ยังไม่พบศพเพิ่มอะไรทั้งสิ้น