ข่าวเย็นประเด็นร้อน - ยังไม่นิ่งกับชายแดนไทย-กัมพูชา จังหวัดศรีสะเกษ ตามเพจแจ้งพิกัดพบทหารกัมพูชาขนกำลังเข้าพื้นที่ที่ต้องจับตาคือ เนิน 450
มาดูเพจแรกกันก่อนของคุณกรกฏ เกตุแก้ว เปิดภาพกลางคืนเป็นทหารกัมพูชาท่ามกลางฝนตกหนัก ที่มีการนำทหารเข้าพื้นที่เนิน 450 ที่อยู่ในบรรยากาศที่ตึงเครียด
เพจ จ่าไอซ์ ทัพฟ้า เปิดภาพนิ่งจากฝั่งกัมพูชาที่เริ่ม เครื่องกำลังเข้าพื้นที่ทั้งกลางวันและกลางคืน บริเวณจุดเสี่ยงที่จะมีการปะทะ เนิน 450 ช่องสะงำ จังหวัดศรีสะเกษ
ขณะที่เพจของ คุณกรกฏ เกตุแก้ว ได้ลงภาพหลักเขตที่ 14 แบ่งไทยและกัมพูชาชัดเจน ที่อำเภอกาบเชิง จังหวัดสุรินทร์ พร้อมโพสต์ข้อความ วันนี้กัมพูชา ยกขโยงมาที่หลักเขตที่14 โดยไทยยิงเตือน10นัดไม่ยอมถอยจึงยิงไปอีกเป็นแม็กจึงวิ่งแตกกระเจิงไป
มาดูกันที่หลักเขต 6 จังหวัดสุรินทร์ ที่พบว่ากัมพูชาทำลายหลักเขตของไทยแต่ไม่ยอมรับ หลังทหารไทยเข้าไปตรวจสอบและเจอหลักเขตดังกล่าว
และด้วยความตึงเครียดจากเนิน 450 ช่องสะงำและช่องกระโดน จังหวัดศรีสะเกษ ที่มีการขุดคูและวางลวดหนาม ที่กองทัพภาคที่ 2 โดยหน่วยในพื้นที่ได้ประสานไปยังพลตรี เจีย โซะเพียะ รองผู้บัญชาการภูมิภาคทหารที่ 4 กองทัพบกกัมพูชา
ให้กลบคูดักรถถังและเอาลวดหนามออก ช่วงเย็นที่ผ่านมามีการกลบคูดังรถถังเรียบร้อยแล้ว
เพจ จ่าไอซ์ ทัพฟ้า โพสต์ให้เห็นถึงความเคลื่อนไหวของกัมพูชาเหมือนกัน ใน Facebook ส่วนตัวของทหารกัมพูชา ได้พูดถึงการสู้รบครั้งที่สาม รวมไปถึงโพสต์ให้ประชาชนฝั่งกัมพูชาอพยพ ที่ไม่รู้ว่าคิดไปเอง หรือ สถานการณ์เป็นไปทางทิศไหน ให้ติดตามข่าวความเคลื่อนไหวจากเพจทางการ หากตนเองได้ยินข้อมูลค่อนข้างชัวร์ และโพสต์คำว่า "หนี" จะระบุพิกัด แต่อย่าพึ่งตื่นตกใจ แค่ให้ตื่นตัวไว้ก่อน บางทีอาจจะเป็นเกมก็ได้
แต่ฝั่งไทยชาวบ้าน ยอมรับกังวล กลัวสถานการณ์บานปลายถึงขั้นปะทะรอบ3 บางรายถึงกับทำความสะอาดบังเกอร์ บอกไปถึงนายกฯอนุทิน ชาญวีรกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย จัดการปัญหาอย่างชัดเจน ไม่อยากให้สถานการณ์ยืดเยื้อ เพราะประชาชนตามแนวชายแดนต้องใช้ชีวิตอยู่ท่ามกลางความหวาดระแวง ขณะที่ร้านขายของชำในตลาดชายแดนยอมรับว่า การค้าขายค่อนข้างซบเซา ให้ให้ทุกฝ่ายเร่งหาทางยุติให้ชัดเจน
ขณะที่คุณสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรี และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ที่กำลังประชุมคณะกรรมาธิการประนอมภาคบังคับตามอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทางทะเล ค.ศ.1982 หรือ UNCLOS
ได้ตอบคำถามสื่อถึงสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา เนิน 450 ช่องกระโดนและช่องสะงำ อำเภอภูสิงห์ ที่มีการขุดคูและวางลวดหนาม จะเป็นอุปสรรคกรอบ UNCLOS และชาวบ้านกลัวปะทะรอบใหม่ ว่า คงไม่เกี่ยวโดยตรงกับ UNCLOS ต้องคุยกันในระดับพื้นที่ เพราะมีคณะกรรมการชายแดนระดับภูมิภาคที่จะไปพูดคุยกัน
ไปต่อกับการกล่าวหาของกัมพูชาที่ว่ากองทัพไทยทำลายมรดกโลก ปราสาทพระวิหาร กองทัพภาคที่ 2 เปิดให้ดูกับคลิปภารกิจชุดปฏิบัติการโดรนโจมตี ทีมฟอลคอน กับความจริงที่กัมพูชาไม่กล้า
ยอมรับ เหตุที่ไทยต้องปฏิบัติการโจมตีเพราะทหารกัมพูชาใช้พื้นที่บริเวณปราสาทพระวิหาร ทำเป็นที่ตั้งทางทหาร เพื่อใช้ในการโจมตีเข้ามายังพื้นที่ฝั่งไทยบริเวณห้วยตามาเรียและผามออีแดง ทั้งทำบังเกอร์ สะสมอาวุธปืน ทหารกัมพูชาวิ่งในปราสาทพระวิหาร มีระบบต่อต้าน UAV GPS มีเสาสัญญานติดต่อสื่อสาร มีการใช้ปืนใหญ่ต่อสู้อากาศยาน กระบอกที่ 1 กระบอกที่ 2 กระบอกที่ 3 พร้อมตั้งฐานปืนใหญ่ต่อสู้อากาศยาน ฐานยิงปืนค.82 ฐานยิงปืนไร้แรงสะท้อนถอยหลัง
มีคลังอาวุธ มีการตั้งฐานปฏิบัติการ "เป้ยตาดี" หลังปราสาทพระวิหาร และยังพบเพิ่มกำลังเข้าฐานปฏิบัติการนี้อีก รวมทั้งวิ่งเข้าไปหลบยังตัวปราสาท จากสถานการณ์แบบนี้ทำให้ไทยต้องดำเนินการต่อเป้าหมายทางทหารที่เกี่ยวข้อง เพื่อยับยั้งและลดขีดความสามารถในการโจมตี ภาพไป