เพิ่มทางเลือกตรวจข้อมูลนิติบุคคล ซื้อข้อมูลในหนังสือรับรองเฉพาะรายการได้

เพิ่มทางเลือกตรวจข้อมูลนิติบุคคล ซื้อข้อมูลในหนังสือรับรองเฉพาะรายการได้

View icon 43
วันที่ 7 ส.ค. 2569 | 09.02 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
รัฐบาลเพิ่มทางเลือกตรวจข้อมูลนิติบุคคล เลือกซื้อข้อมูลในหนังสือรับรองเฉพาะรายการได้ รายการละ 5 บาท ลดต้นทุนประชาชน–ภาคธุรกิจ

วันนี้ (7 ส.ค.69) นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรีอนุมัติหลักการร่างกฎกระทรวงกำหนดอัตราค่าธรรมเนียมและยกเว้นค่าธรรมเนียมเกี่ยวกับห้างหุ้นส่วนและบริษัทจำกัด ตามที่กระทรวงพาณิชย์เสนอ เพื่อเพิ่มทางเลือกและลดภาระค่าใช้จ่ายในการเชื่อมโยงข้อมูลนิติบุคคลของประชาชนและภาคธุรกิจ

รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ปัจจุบันผู้ขอเชื่อมโยงข้อมูลจากระบบของกรมพัฒนาธุรกิจการค้าต้องชำระค่าบริการเป็นชุดข้อมูล ชุดละ 30 บาท แม้ต้องการใช้ข้อมูลเพียงบางรายการ ร่างกฎกระทรวงฉบับนี้จึงเพิ่มอัตราค่าบริการข้อมูลในหนังสือรับรองแบบแยกรายการ รายการละ 5 บาท โดยผู้ใช้บริการยังสามารถเลือกขอข้อมูลแบบครบชุดในอัตราเดิม ชุดละ 30 บาทได้

ข้อมูลในหนังสือรับรองที่สามารถเลือกใช้เป็นรายรายการ ประกอบด้วย ชื่อนิติบุคคล รายชื่อกรรมการ อำนาจกรรมการ ทุนจดทะเบียน ที่ตั้งสำนักงานใหญ่และสำนักงานสาขา รวมถึงวัตถุประสงค์ของห้างหุ้นส่วนหรือบริษัทจำกัด โดยมาตรการดังกล่าวจะช่วยให้ผู้ประกอบการและหน่วยงานที่ต้องการตรวจสอบข้อมูลเฉพาะด้านไม่ต้องชำระค่าบริการเต็มชุดโดยไม่จำเป็น

“จากเดิม หากต้องการตรวจสอบเพียงอำนาจกรรมการรายการเดียวก็ต้องชำระค่าบริการทั้งชุด 30 บาท ต่อไปสามารถเลือกเฉพาะข้อมูลที่ต้องการในอัตรารายการละ 5 บาท ช่วยลดต้นทุนการตรวจสอบข้อมูลนิติบุคคล และสนับสนุนการเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างภาครัฐกับภาคธุรกิจให้สะดวกและตรงกับการใช้งานมากขึ้น” นางสาวลลิดากล่าว

รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวเพิ่มเติมว่า ค่าธรรมเนียมประเภทอื่น เช่น ค่าจดทะเบียนห้างหุ้นส่วนหรือบริษัทจำกัด ค่าขอหนังสือรับรอง ค่าตรวจเอกสาร และค่าขอสำเนาเอกสารพร้อมคำรับรอง ยังคงเป็นอัตราเดิม ขณะเดียวกัน ร่างกฎกระทรวงได้ตัดบทบัญญัติเรื่องการลดค่าธรรมเนียมจดทะเบียนนิติบุคคลทางอิเล็กทรอนิกส์ร้อยละ 50 ซึ่งสิ้นสุดระยะเวลาบังคับใช้ไปแล้วเมื่อวันที่ 31 ธันวาคม 2566 เพื่อปรับปรุงกฎหมายให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน โดยไม่ได้เป็นการยกเลิกส่วนลดที่ประชาชนยังได้รับอยู่ในขณะนี้

กระทรวงพาณิชย์ประเมินว่า การกำหนดค่าบริการแบบรายรายการจะทำให้รัฐมีรายได้ค่าธรรมเนียมลดลงประมาณ 724,200 บาท เมื่อเทียบกับข้อมูลการใช้บริการในช่วงปี 2567–2568 แต่จะช่วยลดต้นทุนแก่ประชาชนและภาคธุรกิจ สร้างแรงจูงใจให้ใช้ข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ที่เชื่อถือได้ และสนับสนุนการพัฒนาบริการภาครัฐสู่ระบบดิจิทัลมากขึ้น

คณะรัฐมนตรียังมอบหมายให้กระทรวงพาณิชย์นำข้อเสนอของสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติไปพิจารณา โดยเฉพาะการเชื่อมโยงระบบจดทะเบียนนิติบุคคลทางอิเล็กทรอนิกส์กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กรมสรรพากรและสำนักงานประกันสังคม เพื่อพัฒนาเป็นบริการแบบไร้รอยต่อ ลดการยื่นข้อมูลซ้ำ ลดขั้นตอน และช่วยให้การเริ่มต้นธุรกิจรวดเร็วและประหยัดต้นทุนยิ่งขึ้น