ปลัด ทส. ตั้งคณะทำงานร่วมไทย-เมียนมา ร่วมแก้ปัญหาสารพิษในแม่น้ำ เล็งถกนัดแรก ส.ค.นี้

ปลัด ทส. ตั้งคณะทำงานร่วมไทย-เมียนมา ร่วมแก้ปัญหาสารพิษในแม่น้ำ เล็งถกนัดแรก ส.ค.นี้

View icon 20
วันที่ 7 ส.ค. 2569 | 13.29 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
ปลัด ทส. ลุยตั้งคณะทำงานร่วมไทย-เมียนมา แก้ปัญหาสารพิษในแม่น้ำ เล็งถกนัดแรก ส.ค.นี้ เตรียมทำแผนควบคุมคุณภาพน้ำกก ระยะ 1-3 ปี

วันนี้ (7 ส.ค.69) นางรวีวรรณ ภูริเดช ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) เปิดเผยถึงการแก้ไขปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมร่วมกับเมียนมา หลังลงนาม TOR ว่าด้วยการจัดตั้งคณะทำงานร่วมด้านการจัดการคุณภาพน้ำในแม่น้ำที่เป็นพรมแดนและแม่น้ำที่ไหลผ่านระหว่างสองประเทศ ว่า ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี เพราะประเทศไทยเป็นประเทศปลายน้ำ และมีการผลักดันอย่างเต็มที่ เพื่อให้เกิดกรอบความร่วมมือร่วมกันและมีภารกิจร่วมกันในการปฏิบัติ โดยเฉพาะผลกระทบจากเหมืองแร่ที่ไหลมายังแม่น้ำกก จังหวัดเชียงราย โดยจะเป็นการทำแผนแม่บทระยะ 3 ปี และแผนปฏิบัติการเป็นรายปี รวมถึงกำหนดมาตรฐานวิธีการเก็บคุณภาพน้ำ

ในส่วนของทีโออาร์ จะมีการตั้ง Joint Working Group (JWG) เป็นคณะทำงานร่วมที่ประกอบด้วย 2 ฝ่าย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อแก้ปัญหาเรื่องสุขภาพจากผู้ที่ได้รับผลกระทบ โดยจุดที่เก็บและวิธีการที่เก็บข้อมูลเราพยายามพูดคุยเพื่อให้ได้ความร่วมมือจากทั้งสองฝ่าย ย้ำว่า การตั้งคณะกรรมการร่วม การทำงานอยากให้เกิดความรวดเร็ว และเริ่มดำเนินการได้ภายในเดือน ส.ค.นี้ โดยมีตนเป็นประธานฝ่ายไทย

นางรวีวรรณ กล่าวอีกว่า ในฐานะผู้ปฏิบัติก็พยายามดำเนินการทันที เพราะเป็นเรื่องที่ผู้นำทั้งสองประเทศให้ความสำคัญ และในทีโออาร์ มีการกำหนดให้ประชุมปีละไม่น้อยกว่า 2 ครั้ง แต่ขณะเดียวกันการเข้าพื้นที่ก็จะต้องมีการวางแผนและทำงานร่วมกันระหว่างสองประเทศให้เร็วที่สุด ยืนยันว่าไม่ได้ปิดกั้นนักวิชาการจากประเทศอื่นที่จะเข้ามาช่วย เพราะกรอบความร่วมมือดังกล่าวเป็นกรอบความร่วมมือทางวิชาการ

ผู้สื่อข่าวถามว่า ข้อตกลงดังกล่าวเป็นความร่วมมือกับรัฐบาลกลางเมียนมา แต่ในพื้นที่เมียนมา ก็มีหลายกลุ่มจะทำให้สามารถแก้ไขปัญหาได้จริงหรือไม่ นางรวีวรรณ ยอมรับว่า เป็นความยาก แต่ความก้าวหน้านี้ถือเป็นก้าวที่เป็นบวก เพราะทีโออาร์ดังกล่าวมีการหารือมานานกว่าจะได้ข้อยุติ และเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีที่ทั้งสองฝ่ายจะได้เริ่มปฏิบัติอย่างเป็นทางการ

ขณะเดียวกันวานนี้ (6 ส.ค.69) มีการเซ็นทีโออาร์ว่าด้วยความร่วมมือด้านการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสำรวจโลกเพื่อใช้ประโยชน์ในทางสันติ ระหว่างเมียนมาและสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) หรือ GISTDA ซึ่งสามารถนำข้อมูลและเทคโนโลยีทางอวกาศซึ่งเป็นข้อมูลเชิงประจักษ์มาใช้ได้

ข่าวที่เกี่ยวข้อง