ชายขับเก๋งชนศูนยเด็กเล็ก ฯ ตรวจปัสสาวะเป็นสีม่วง

ชายขับเก๋งชนศูนยเด็กเล็ก ฯ ตรวจปัสสาวะเป็นสีม่วง

View icon 52
วันที่ 7 ส.ค. 2569 | 18.08 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
ชายขับเก๋งชนศูนยเด็กเล็ก ฯ จ.กาญจนบุรี ตรวจปัสสาวะเป็นสีม่วง ตร.จ่อดำเนินคดีในข้อหา ขับรถในขณะมีสารเสพติดในร่างกาย ,ขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับบาดเจ็บและทรัพย์สินเสียหาย

ความคืบหน้า กรณีเกิดอุบัติเหตุ รถยนต์เก๋งพุ่งชนศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก องค์การบริหารส่วนตำบลแก่งเสี้ยน ในพื้นที่บ้านหนองสองตอน ตำบลแก่งเสี้ยน อำเภอเมือง จังหวัดกาญจนบุรี ส่งผลให้เด็กที่กำลังนอนกลางวันอยู่ภายในศูนย์ฯ ได้รับบาดเจ็บ มากกว่า 14 รายนั้น

วันนี้ (7 ส.ค.69) กล้องวงจรปิดเผยคลิปรถยนต์บริเวณด้านนอกและภายในห้องศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก องค์การบริหารส่วนตำบลแก่งเสี้ยน  โดยรถยนต์คันดังกล่าวขับมาด้วยความเร็ว ก่อนจะพุ่งเข้าไปชนกำแพงด้านหลังศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก ซึ่งตรงกับห้องที่เด็กๆนอนอยู่เข้าอย่างจัง จนกำแพงพังถล่มลงมา

ส่วนกล้องวงจรปิดด้านในห้องที่เด็กกำลังนอนกลางวันอยู่ จะเห็นได้อย่างชัดเจนว่ามีเด็กที่นอนกลางวันและกำลังเล่นอยู่ภายในห้อง ถูกเศษปูนที่พังถล่มลงมาจากกำแพง พุ่งใส่ร่างจนได้รับบาดเจ็บไปหลายราย โดยหลังเกิดเหตุ คณะครูได้รีบช่วยกันพาเด็กๆออกไปจากห้องทันที พร้อมประสานอาสาสมัครมูลนิธิพิทักษ์กาญจน์ เข้ามาช่วยเหลือเด็กที่ได้รับบาดเจ็บนำตัวส่งโรงพยาบาล

ผู้สื่อข่าวได้มีโอกาสพูดคุยกับคุณส้ม อายุ 25 ปี ซึ่งเป็นแม่ของน้องแก้มวัย 2 ขวบ ที่ถูกเศษ ปูนของกำแพงหล่นทับศีรษะจนเป็นแผลแตก และต้องนอนพักรักษาตัวเพื่อดูอาการอยู่ที่โรงพยาบาล ให้ข้อมูลกับผู้สื่อข่าวว่า ทันทีที่ทราบข่าวรู้สึกตกใจเป็นอย่างมาก และรีบเดินทางไปหาลูกที่ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กทันที เห็นลูกได้รับบาดเจ็บ ฝีปากแตก รู้สึกใจสลาย ตนเองอยากให้ทางองค์การบริหารส่วนตำบลแก่งเสี้ยนที่รับผิดชอบดูแลศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก สร้างกำแพง ล้อมรอบศูนย์พัฒนาเด็กเล็กให้มิดชิดมากกว่านี้เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุไม่คาดฝันเหมือนเช่นในกรณีนี้ขึ้นอีก

ขณะที่ตนเองทราบข่าวจากเจ้าหน้าที่ตำรวจว่าชายคนขับ และชายที่นั่งมาด้วย ในรถคันก่อเหตุ มีผลตรวจปัสสาวะเป็นสีม่วง ก็ยิ่งรู้สึกโมโห และอยากให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินคดี กับทั้งสองคนให้ถึงที่สุด ที่มาทำให้เด็กๆที่กำลังนอนกลางวันกันอยู่ต้องได้รับบาดเจ็บเช่นนี้

ด้านพลตำรวจตรีพศวีร์ เรืองภู่ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดกาญจนบุรี เปิดเผยว่า ผลตรวจปัสสาวะของชายอายุ 54 ปี ที่เป็นคนขับรถเก๋ง และชายที่นั่งมาด้วย พบว่าในปัสสาวะเป็นสีม่วง มีสารเสพติดอยู่ในร่างกายทั้งสองคน อีกทั้งยังพบอาวุธปืน automatic อีก 1 กระบอก โดยชายคนขับได้รับบาดเจ็บยังคงต้องพักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาล จึงยังไม่สามารถให้การใดๆได้

อย่างไรก็ตาม ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้ดำเนินคดีกับชายคนขับ ในข้อหา ขับรถในขณะมีสารเสพติดในร่างกาย ข้อหาขับรถโดยประมาณเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับบาดเจ็บและทรัพย์สินเสียหาย รวมถึงความผิดตาม พรบ. อาวุธปืน แม้ทางญาติของชายที่ขับขี่รถยนต์เก๋งจะให้ข้อมูลว่า อุบัติเหตุที่เกิดขึ้นเกิดจากอาการกำเริบของโรคประจำตัว แต่ก็ต้องรอให้แพทย์ทำการตรวจสอบให้แน่ชัดอีกครั้งว่าเกิดจากโรคประจำตัวจริงหรือไม่ แต่ในเมื่อตรวจพบว่าชายคนดังกล่าวมีสารเสพติดในร่างกายขณะขับรถจนเกิดอุบัติเหตุก็จะต้องดำเนินคดีตามกฎหมาย อย่างไม่มียกเว้น

ข่าวที่เกี่ยวข้อง