เช้านี้ที่หมอชิต - คลายปมไปแล้ว กรณีเสือขย้ำเจ้าหน้าที่อุทยานห้วยขาแข้ง ขณะนอนหลับในศาลา บริเวณจุดกางเต็นท์ โดยทางครอบครัวทำพิธีฌาปนกิจ และเก็บกระดูกด้วยความอาลัย
ที่วัดโป่งสามสิบ ตำบลระบำ อำเภอลานสัก จังหวัดอุทัยธานี ญาติและคนในชุมชน ร่วมกันเก็บกระดูกของนาย ศักดิ์กรินทร์ วิชาจารย์ อายุ 50 ปี หรือ “ครูพี่หนึ่ง” พนักงานราชการเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง ซึ่งเสียชีวิตจากเหตุถูกเสือโคร่งทำร้าย เมื่อวันที่ 5 สิงหาคมที่ผ่านมา
เมื่อวานนี้ ญาติได้ร่วมกันเก็บกระดูกเพื่อนำมาประกอบพิธีทำบุญ อุทิศส่วนกุศลให้ผู้วายชนม์ตามประเพณี ซึ่งบรรยากาศเป็นไปด้วยความโศกเศร้า ภรรยาและญาติ ๆ ยังทำใจไม่ได้
หลังการเสียชีวิตของนาย ศักดิ์กรินทร์ มีคำถามจากชาวเน็ตว่า เหตุใดจึงไม่พบร่องรอยการต่อสู้ระหว่างคนกับเสือ จึงคาดเดากันว่า นายศักดิ์กรินทร์ อาจไม่ได้ถูกสัตว์ป่าทำร้าย
กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ชี้แจงว่า จากข้อมูลทางนิติวิทยาศาสตร์ และการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่อย่างละเอียด ยืนยันว่า นายศักดิ์กรินทร์ ถูกเสือทำร้ายแน่นอน โดยชี้แจงออกเป็น 3 ประเด็น
ประเด็นที่ 1 “ร่องรอยการลากร่างของผู้เสียชีวิต สอดคล้องกับพฤติกรรมเสือโคร่ง” ทางกรมอุทยานฯ ระบุว่า ทีมนักวิจัยเสือโคร่งได้ตรวจสอบและประเมินร่องรอยดังกล่าวแล้ว พบว่าลักษณะรอยสอดคล้องกับพฤติกรรมการลากเหยื่อของเสือโคร่งไปตามพื้นดิน
ดังนั้น รอยที่พบจึงสามารถอธิบายได้ตามพฤติกรรมของเสือโคร่ง และไม่ใช่ข้อบ่งชี้ว่าเหตุการณ์ดังกล่าวไม่เกี่ยวข้องกับสัตว์ป่า
ประเด็นที่ 2 “ไม่พบร่องรอยการต่อสู้ และหยดเลือด” กรมอุทยานฯ อธิบายว่า โดยทั่วไปเสือโคร่งอาจซุ่มและกระโจนเข้าหาเหยื่อ ทำให้เกิดร่องรอยการต่อสู้ แต่ใช่ว่าทุกตัวจะมีพฤติกรรมเหมือนกัน เพราะบางตัวมีพฤติกรรมขโมยซากหรือขโมยเหยื่อขนาดกลางและขนาดเล็ก ด้วยการงับหรือคาบ แล้วลากหรือเคลื่อนย้ายออกจากพื้นที่อย่างรวดเร็ว
สำหรับกรณีของนายศักดิ์กรินทร์ หากผู้เสียชีวิตอยู่ในภาวะหลับลึกและไม่รู้สึกตัว ขณะที่เสือโคร่งเข้าถึงตัวก็อาจไม่เกิดการต่อสู้ และไม่จำเป็นต้องพบหยอดเลือดบริเวณที่นอน
ประเด็นที่ 3 “หลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ ยืนยันถูกสัตว์ป่าทำร้าย” สามารถพิจารณาได้จากหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์และเอกสารที่เกี่ยวข้อง
โดยผลการชันสูตรจากแพทย์ โรงพยาบาลสวรรค์ประชารักษ์ ระบุสาเหตุการเสียชีวิตว่า กระดูกสันหลังส่วนคอหัก และมีบาดแผลจากสัตว์กัด
ขณะที่ ผลการชันสูตรพลิกศพโดยตำรวจ สภ.ลานสัก ระบุสาเหตุการเสียชีวิตว่า สัตว์ป่าทำร้าย และใบมรณบัตร ระบุว่า กระดูกสันหลังส่วนคอหักจากสัตว์ทำร้าย
กรมอุทยานฯ จึงขอให้ประชาชนพิจารณาข้อมูลจากหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ ผลการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ และข้อมูลทางวิชาการเกี่ยวกับพฤติกรรมของเสือโคร่งประกอบกัน เพื่อป้องกันความคลาดเคลื่อนในการเผยแพร่ข้อมูล และสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องต่อเหตุการณ์ดังกล่าว