โฆษกรัฐบาล ย้ำความสัมพันธ์ ไทย-เมียนมา ต้องมองรอบด้าน ยึดผลประโยชน์ชาติ

โฆษกรัฐบาล ย้ำความสัมพันธ์ ไทย-เมียนมา ต้องมองรอบด้าน ยึดผลประโยชน์ชาติ

View icon 13
วันที่ 10 ส.ค. 2569 | 09.32 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
ติงพรรคประชาชน! ไม่ควรมองแค่มิติการเมือง โฆษกรัฐบาล ย้ำความสัมพันธ์ ไทย-เมียนมา ต้องมองรอบด้าน ยึดผลประโยชน์ชาติ แก้ปัญหาข้ามแดนต้องประสานความร่วมมือระหว่างกัน

วันนี้ (10 ส.ค.69) นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่พรรคประชาชนกังวลต่อการดำเนินความสัมพันธ์ระหว่างรัฐบาลไทยกับเมียนมา และแสดงความไม่เห็นด้วยกับท่าทีของรัฐบาลไทยในการให้การต้อนรับนายมิน ออง ไลง์ ประธานาธิบดีเมียนมา ว่า รัฐบาลเข้าใจดีว่าอาจมีการแสดงความคิดเห็นที่แตกต่างกันได้  อย่างไรก็ตาม เรื่องความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับประเทศเพื่อนบ้านที่มีพรมแดนติดกันนั้น จำเป็นต้องพิจารณาอย่างรอบด้านและทุกมิติ ทั้งด้านความมั่นคง เศรษฐกิจ สังคม และผลที่มีต่อชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชน โดยไม่ควรพิจารณาเฉพาะมิติทางการเมือง เนื่องจากหลายปัญหาที่ส่งผลกระทบต่อประชาชนไทย เป็นปัญหาข้ามพรมแดน ซึ่งประเทศไทยไม่สามารถแก้ไขได้โดยลำพัง จึงจำเป็นต้องมีช่องทางการพูดคุย การประสานงาน และความร่วมมือระหว่างกัน

โดยประเทศไทยมีพรมแดนติดกับเมียนมายาวกว่า 2,400 กิโลเมตร ทำให้ทั้งสองประเทศจำเป็นต้องร่วมมือกันอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ทั้งการปราบปรามยาเสพติด การกวาดล้างสแกมเมอร์และอาชญากรรมข้ามชาติ การแก้ไขปัญหามลพิษข้ามแดน ไม่ว่าจะเป็นไฟป่า หมอกควัน ฝุ่น PM 2.5 และปัญหาสารปนเปื้อนในแม่น้ำที่ไหลข้ามพรมแดน หากไทยและเมียนมาไม่พูดคุยหรือสร้างความร่วมมือระหว่างกัน ก็ยากที่จะผลักดันให้แก้ไขปัญหาเหล่านี้ได้อย่างเป็นรูปธรรม ขณะเดียวกัน การดำเนินความสัมพันธ์กับเมียนมายังมีมิติด้านเศรษฐกิจและพลังงาน โดยเมียนมาเป็นหนึ่งในแหล่งก๊าซธรรมชาติสำคัญของไทย ปัจจุบันทั้งสองประเทศมีการหารือถึงการต่ออายุสัญญาแหล่งก๊าซธรรมชาติที่ใกล้สิ้นสุด ซึ่งเกี่ยวข้องกับความมั่นคงด้านพลังงาน ต้นทุนการผลิต และค่าครองชีพของประชาชน

นางสาวรัชดา ระบุ การรักษาความสัมพันธ์กับเมียนมาไม่ได้หมายความว่าไทยจะต้องเห็นด้วยกับทุกเรื่อง หรือยอมรับทุกท่าทีของอีกฝ่าย แต่หมายถึงการรักษาช่องทางและกลไกที่ทำให้ประเทศไทยสามารถเจรจา ผลักดันประเด็นที่เป็นประโยชน์ แก้ไขปัญหาที่ส่งผลกระทบกับประชาชน โดยรัฐบาลดำเนินความสัมพันธ์กับเมียนมาโดยยึดผลประโยชน์ของประเทศไทยและประชาชนเป็นหลัก โดยจะร่วมมือในเรื่องที่เป็นประโยชน์ เจรจาในเรื่องที่เป็นปัญหา และยืนยันหลักการของไทยในเรื่องที่มีความเห็นต่าง

“การรักษาความสัมพันธ์ที่ดีกับประเทศเพื่อนบ้านถือเป็นเครื่องมือในการสร้างความมั่นคง ความปลอดภัย และคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นให้กับประชาชนไทย ขณะเดียวกัน การเมืองที่มีความรับผิดชอบ ควรทำให้ประชาชนเห็นข้อเท็จจริงอย่างรอบด้าน การเห็นต่างสามารถเกิดขึ้นได้ แต่ควรทำให้สังคมได้เห็นทั้งปัญหา ประโยชน์ และโอกาสของประเทศ มิฉะนั้นก็จะพูดเพียงด้านเดียว ด้านที่เห็นต่าง จนมองข้ามด้านที่เป็นประโยชน์”