“จุลพันธ์” เผยเตรียมนำ MOU ความร่วมมือด้านแรงงานไทย-เมียนมา ให้ครม. เห็นชอบ เพื่อลงทะเบียนแรงงานตาม MOU ฉบับใหม่ ขยายเวลาเป็น 5 ปี

“จุลพันธ์” เผยเตรียมนำ MOU ความร่วมมือด้านแรงงานไทย-เมียนมา ให้ครม. เห็นชอบ เพื่อลงทะเบียนแรงงานตาม MOU ฉบับใหม่ ขยายเวลาเป็น 5 ปี

View icon 44
วันที่ 6 ส.ค. 2569 | 14.58 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
“จุลพันธ์” เผยเตรียมนำ MOU ความร่วมมือด้านแรงงานไทย-เมียนมา ให้ครม. เห็นชอบ เพื่อลงทะเบียนแรงงานตาม MOU ฉบับใหม่ ขยายเวลาเป็น 5 ปี รองรับความต้องการภาคอุตสาหกรรม ให้อาชีพนอกภาคเกษตรทำสัญญาอยู่ได้ 2 ปี จ่อนำแรงงานเมียนมาเข้าระบบประกันสังคมทั้งหมด

วันนี้ (6 ส.ค.69) นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เปิดเผยถึงการลงนาม MOU ด้านแรงงานกับเมียนมา ว่าเป็นที่ MOU เคยลงนามไว้เมื่อปี 2559 ซึ่งเราก็ใช้ฉบับเก่ามาโดยตลอด หลังเมียนมามีการเลือกตั้ง ได้มีกระบวนการเจรจา เพื่อทำ MOU ฉบับใหม่ระหว่างไทยกับเมียนมา    ซึ่งข้อเท็จจริงมีการพูดคุยกันมาโดยตลอด เมียนมาก็เร่งประสานเพื่อดำเนินการทำความตกลง  ประเทศไทย เพราะต้องดูแลแรงงานเมียนมาที่อยู่ในประเทศไทยตามหลักมนุษยชน ตามอนุสัญญาองค์การแรงงานระหว่างประเทศ  หรือ ILO  ซึ่งรัฐบาลไทยดำเนินการรายละเอียดปลีกย่อยเท่านั้น เช่น ชื่อกระทรวงของเมียนมาที่มีการเปลี่ยนแปลง และส่วนสำคัญบางเรื่อง เช่น   กรอบระยะเวลา MOU ที่เพิ่มระยะเวลาเป็น 5 ปี ให้สามารถขึ้นทะเบียนแรงงานให้เป็นไปตามกฎหมายอย่างครบถ้วน ให้ทุกคนมาเป็นรายงานที่ถูกต้อง และกรอบสัญญานอกภาคเกษตร   บางครั้งอาจจะมีสัญญาที่สั้นกว่า เช่น 1 ปี ที่ตรงกับความต้องการของภาคอุตสาหกรรมไทย ซึ่งแรงงานที่อยู่นอกภาคการเกษตรสามารถทำสัญญาอยู่ได้ถึง  2 ปี ขั้นตอนหลังจากนี้จะมีการดำเนินการตามกฏหมาย และนำเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเพื่อให้เพื่อให้สามารถลงทะเบียน ให้ถูกต้องอีกรอบนึงสำหรับแรงงานที่ยังไม่ได้ลงทะเบียน และแรงงานที่จะหมดอายุ โดยน่าจะนำเข้า ครม.ภายในเดือนสิงหาคมนี้    

นายจุลพันธ์ กล่าวด้วยว่า แรงงานเมียนมาในประเทศไทย มีทั้งหมดประมาณ 4 ล้านคน    ต้องยอมรับข้อเท็จจริง ว่าแรงงานเหล่านี้เป็นหนึ่งในกำลังหลัก ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ จึงต้องดูแลเรื่องของสวัสดิภาพให้เป็นไปตามมาตรฐานเดียวกับกระทรวงแรงงานที่ดูแลคนไทย ซึ่งเป็นหลักการสากล และต้องการดึงแรงงานเหล่านี้เข้าสู้ระบบสวัสดิการ เช่น การให้แรงงานเมียนมาเข้าสู่ระบบประกันสังคม กรณีเจ็บป่วย   ออกจากงาน และการรักษาพยาบาล  ซึ่งเป็นไปตามหลักสากล  วันนี้ต้องบอกว่ามีแรงงานบางกลุ่มที่  เช่นกลุ่มงานแม่บ้าน ไม่มีโอกาสเข้าสู่ระบบประกันสังคม แต่กระทรวงแรงงานได้ยกร่าง   เพื่อเอาแรงงานกลุ่มอิสระ เข้าสู่ประกันสังคมอย่างมีคุณภาพ ไม่ใช่คุ้มครองดูแลต่ำกว่ามาตรา 40 เราต้องการให้ทุกคนสามารถเข้าสู่กระบวนการได้ รวมถึงแรงงานต่างด้าวด้วยเช่นกัน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง