เอกนิติ สั่งลุยมาตรการอุ้ม SME ชุดใหญ่

เอกนิติ สั่งลุยมาตรการอุ้ม SME ชุดใหญ่

View icon 26
วันที่ 10 ส.ค. 2569 | 09.44 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
"เอกนิติ" สั่งลุยมาตรการอุ้ม SME ชุดใหญ่ ให้แบงก์รัฐนำเงินนำส่งกองทุนฯ ที่ลดลงไปต่อยอดโครงการ "SME Credit Boost" และ "ปิดหนี้ไวไปต่อได้" พร้อมดึง บสย. ร่วมค้ำประกันสินเชื่อเพื่อเพิ่มโอกาสเข้าถึงแหล่งทุน ยืนยันไม่กระทบเสถียรภาพของสถาบันการเงิน มีงบประมาณพร้อมช่วยเหลืออย่างเต็มที่

ที่ทำเนียบรัฐบาล วันนี้ (10 ส.ค.69) นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยถึงความคืบหน้าของมาตรการทางการเงินเพื่อช่วยเหลือธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SME) ว่า กระทรวงการคลังมีความห่วงใยต่อสถานการณ์หนี้ของกลุ่ม SME ที่มีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้น จึงได้หารือร่วมกับผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) อย่างใกล้ชิดมาโดยตลอด พร้อมทั้งมอบโจทย์ให้ ธปท. เข้ามาช่วยดูแลปัญหาของ SME เป็นกรณีพิเศษ

นายเอกนิติ กล่าวว่า สำหรับมาตรการที่ได้ดำเนินการร่วมกับกลุ่มธนาคารพาณิชย์ไปแล้วนั้น ถือว่ามีความคืบหน้าและเริ่มต้นได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะโครงการ "SME Credit Boost" ซึ่งขณะนี้เริ่มมีเม็ดเงินสินเชื่อกระจายออกสู่ระบบ ทำให้ผู้ประกอบการสามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้มากขึ้น ซึ่งดำเนินการควบคู่ไปกับโครงการ "ปิดหนี้ไวไปต่อได้" ที่ผลักดันมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อเป็นการเติมเต็มและขยายผลการช่วยเหลือให้ครอบคลุมยิ่งขึ้น กระทรวงการคลังได้เตรียมนโยบายให้สถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐ (แบงก์รัฐ) เข้ามาดำเนินการช่วยเหลือ SME ในลักษณะคู่ขนานไปกับธนาคารพาณิชย์ โดยมีมาตรการสำคัญคือ การปรับลดเงินนำส่งเข้ากองทุนพัฒนาระบบสถาบันการเงินเฉพาะกิจ (เทียบเคียงได้กับการลดเงินนำส่ง FIDF ของธนาคารพาณิชย์)

การลดเงินนำส่งของสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐในครั้งนี้ จะทำให้แบงก์รัฐมีสภาพคล่องส่วนเหลือกลับมา ซึ่งเม็ดเงินตรงนี้จะถูกนำไปตั้งเป็นโครงการเพื่อช่วยเหลือ SME อย่างเจาะจง ไม่ว่าจะเป็นโครงการปิดหนี้ไวไปต่อได้ หรือ SME Credit Boost ในเวอร์ชันของแบงก์รัฐ โดยขอยืนยันว่าการดำเนินการดังกล่าวจะไม่ส่งผลกระทบต่อสถานะความมั่นคงของสถาบันการเงินแต่อย่างใด

นายเอกนิติ ยังได้กล่าวถึงกลไกการค้ำประกันสินเชื่อด้วยว่า จะมีการดึงบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) เข้ามาเป็นกลไกสำคัญในการสนับสนุนโครงการ SME Credit Boost เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับสถาบันการเงินในการปล่อยสินเชื่อ

สำหรับประเด็นเรื่องความเพียงพอของงบประมาณ ยืนยันว่า วงเงินสำหรับรองรับมาตรการช่วยเหลือ SME ในขณะนี้ยังมีเพียงพอ แต่จะต้องพิจารณาถึงจังหวะเวลาที่เหมาะสมในการนำเม็ดเงินออกมาใช้ เบื้องต้นจะมอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปประเมินรายละเอียดตัวเลขวงเงินที่จะได้กลับมาจากการลดเงินนำส่งของแบงก์รัฐ เพื่อนำมาออกแบบโครงการให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อผู้ประกอบการ SME ต่อไป

ข่าวที่เกี่ยวข้อง