ศาลฎีกา สั่ง ตร.ชดใช้เงิน 4.3 ล้าน ซ้อมทรมานให้รับสารภาพคดีวิ่งราวทรัพย์

ศาลฎีกา สั่ง ตร.ชดใช้เงิน 4.3 ล้าน ซ้อมทรมานให้รับสารภาพคดีวิ่งราวทรัพย์

View icon 24
วันที่ 31 ส.ค. 2569 | 16.21 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
สู้มา 17 ปี ศาลฎีกา พิพากษา สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ชดใช้เงิน 4.3 ล้านบาทให้ “ฤทธิรงค์” ผู้เสียหายถูกซ้อมทรมาน ให้รับสารภาพคดีวิ่งราวทรัพย์ เมื่อปี 52 พร้อมถอนประวัติอาชญากรรม

วันนี้ (31 ส.ค.69) ศาลแพ่งกรุงเทพใต้ ถ.เจริญกรุง ศาลนัดฟังคำพิพากษาศาลฎีกา คดีที่นายฤทธิรงค์ ชื่นจิตร ผู้เสียหายจากการถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจซ้อมทรมานให้รับสารภาพในคดีวิ่งราวทรัพย์เมื่อปี 2552 ได้ยื่นฟ้องสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) เรียกค่าเสียหาย ตามพระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่รัฐ พ.ศ. 2539

ในวันนี้ทนายความมูลนิธิผสานวัฒนธรรม (CrCF) ร่วมเข้าฟังคำพิพากษาในคดีดังกล่าว โดยศาลฎีกา มีคำพิพากษาให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติชดใช้เงิน 4,380,000 บาท และให้เพิกถอนประวัติอาชญากรและลายพิมพ์นิ้วมือของนายฤทธิรงค์ในคดีวิ่งราวทรัพย์ ออกจากฐานข้อมูลทะเบียนอาชญากรรม โดยในวันนี้ถือว่าคดีถึงที่สุดแล้ว

สำหรับคดีดังกล่าว เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 28 ม.ค.52 นายฤทธิรงค์ ขณะนั้นมีอายุเพียง 18 ปี ศึกษาอยู่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ถูกตำรวจกองกำกับการสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดปราจีนบุรีจับกุมและซ้อมทรมาน ทำร้ายร่างกาย โดยใช้ถุงดำคลุมศีรษะให้ขาดอากาศหายใจ เพื่อบังคับให้รับสารภาพในคดีวิ่งราวทรัพย์ ซึ่งต่อมาตำรวจและอัยการสืบสวนในภายหลังพบว่าได้ดำเนินคดีผิดตัว นายฤทธิรงค์จึงฟ้องดำเนินคดีอาญาต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจผู้กระทำการซ้อมทรมานดังกล่าวที่ศาลจังหวัดปราจีนบุรี ซึ่งคดีอาญาดังกล่าว ศาลมีคำพิพากษาถึงที่สุดให้ลงโทษจำคุกเจ้าหน้าที่ตำรวจ 1 ปี 4 เดือน และปรับ 8,000 บาท แต่ให้รอลงอาญา 2 ปี

หลังจากนั้นนายฤทธิรงค์ ได้ยื่นฟ้องเรียกค่าเสียหายจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ หน่วยงานต้นสังกัดของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ซ้อมทรมาน ตาม พ.ร.บ.ความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่รัฐ พ.ศ. 2539 ต่อศาลแพ่งกรุงเทพใต้  ซึ่งศาลแพ่งกรุงเทพใต้ซึ่งเป็นศาลชั้นต้นได้มีคำพิพากษาให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ชดใช้ค่าเสียหายให้แก่นายฤทธิรงค์ เป็นจำนวนเงิน 3.38 ล้านบาท

ต่อมาฤทธิรงค์ได้ยื่นอุทธรณ์และศาลอุทธรณ์ได้พิพากษาแก้คำพิพากษาของศาลชั้นต้น โดยพิพากษาให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติชดใช้ค่าเสียหายเหลือเพียง 3.8 แสนบาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันที่ 28 ม.ค.52 ถึงวันที่ 10 เม.ย.64 และอัตราร้อยละ 5 ต่อปี นับแต่วันที่ 11 เม.ย.64