ห้องข่าวภาคเที่ยง - นายกฯ เรียกรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และรอง ผบ.ตร. หารือ สั่งเร่งจัดระเบียบ เพิ่มความเข้มงวดการครอบครองอาวุธปืน หากต้องออกกฎหมายเพิ่ม ให้เสนอรัฐบาลทันที
ช่วงเช้า เวลา 08.00 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้เรียกพลโท อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เข้ามารายงานความคืบหน้าการควบคุมอาวุธปืน หลังเกิดเหตุเด็กชายใช้อาวุธปืนก่อเหตุยิงที่โรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรี หลังพูดคุยพลโท อดุลย์ ปฏิเสธให้สัมภาษณ์ ขอให้รอนายกรัฐมนตรีให้สัมภาษณ์แทน
นอกจากนี้ นายกฯ ยังเรียก พลตำรวจเอก สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร. และนายภูมิวิศาล เกษมศุข เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) มาเข้าพบด้วย
หลังหารือ นายกฯ เปิดเผยว่า เรียกรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม, รอง ผบ.ตร. และ เลขา ปปท. มาหารือหลายเรื่อง โดยให้การบ้านกับกระทรวงมหาดไทย กระทรวงกลาโหม และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ร่วมมือกันจัดระเบียบต่าง ๆ
ทั้งการครอบครอง และพกพาอาวุธปืนให้มีความเข้มงวดสูงสุด หากต้องปรับปรุงกฎหมาย ให้เร่งเสนอขึ้นมา และเพิ่มความเข้มงวดในการจับกุมดำเนินคดีผู้พกพาอาวุธปืน ขอย้ำอีกครั้งว่าไม่มีใครมีสิทธิพกพาอาวุธปืนได้ ถือว่าผิดกฎหมายและจะถูกดำเนินคดี
ขณะที่ นายวัชรพงศ์ คูวิจิตรสุวรรณ สส.สระบุรี พรรคภูมิใจไทย ประธานคณะกรรมาธิการการตำรวจ สภาผู้แทนราษฎร บอกว่า ในเร็ว ๆ นี้ กมธ. ตำรวจฯ เตรียมหารือร่วมกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และกระทรวงมหาดไทย เพื่อรื้อใหญ่ และสังคายนา พ.ร.บ.อาวุธปืนฯ
โดยจะสั่งห้ามไม่ให้ประชาชนทั่วไป หรือ แม้แต่เจ้าหน้าที่รัฐที่ไม่ได้อยู่ระหว่างการปฏิบัติหน้าที่ ห้ามพกพาอาวุธปืนออกนอกเคหสถานโดยเด็ดขาด หากผู้ใดฝ่าฝืนจะต้องถูกดำเนินคดีในข้อหาที่รุนแรงและมีโทษขั้นอุกฉกรรจ์
นอกจากนี้ กฎหมายใหม่จะกำหนดเงื่อนไขผูกมัดให้เจ้าของปืนต้องร่วมรับผิดชอบทางคดีอาญาทันที ในฐานะผู้ต้องหาร่วม หากอาวุธปืนที่มีทะเบียนถูกขโมยหรือถูกบุคคลอื่นนำไปก่อเหตุ เว้นแต่แจ้งความลงบันทึกประจำวันว่าปืนสูญหายไว้ก่อนเกิดเหตุเท่านั้น