“สุรศักดิ์” คาดสรุปรายละเอียด “ไทยเที่ยวไทยพลัส” ไม่เกินสัปดาห์หน้า ด้าน ปลัดท่องเที่ยวฯ เผย เน้นช่วยรายย่อย เล็งจ่ายเงินอุดหนุนแบบคงที่ แก้เผ็ด รร.ฉวยโอกาสอัปราคา คาดเริ่มใช้ภายใน ต.ค.นี้
วันนี้ (10 ส.ค.69) นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เผยถึงแนวทางการช่วยเหลือและกระตุ้นการท่องเที่ยวภายในประเทศของภาครัฐว่า เบื้องต้นอยู่ระหว่างพิจารณาว่า จะสามารถนำเงินจากส่วนใดมาใช้สนับสนุนโครงการได้บ้าง โดยนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาส รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง จะพิจารณาแหล่งงเงิน เนื่องจากยังต้องพิจารณารายละเอียด และระบบหลังบ้านของแอปพลิเคชันที่จะรองรับการลงทะเบียน ทั้งในส่วนของประชาชนที่จะเข้าร่วมโครงการและผู้ประกอบการ ซึ่งทั้ง 2 ส่วนจำเป็นต้องใช้เวลาในการดำเนินการอีกระยะหนึ่ง เมื่อสามารถสรุปรายละเอียดของโครงการ ระบบหลังบ้านแล้วเสร็จ รวมถึงได้ข้อสรุปเรื่องแหล่งเงินที่จะนำมาใช้ และกำหนดระยะเวลาที่เหมาะสมแล้ว จะนำกลับมาหารือกันอีกครั้ง
ส่วนกรอบเวลาการดำเนินโครงการ หากสามารถออกโครงการได้เร็วและทันในช่วงกรีนซีซัน ทุกฝ่ายเห็นตรงกันว่าจะเป็นประโยชน์ต่อการกระตุ้นการท่องเที่ยว แต่หากโครงการสามารถออกได้ในช่วงไฮซีซัน ก็จำเป็นต้องรับฟังความคิดเห็นจากผู้ประกอบการเพิ่มเติมว่า มีความเหมาะสมหรือไม่ เนื่องจากแต่ละพื้นที่อาจมีสถานการณ์และความแตกต่างกัน ทั้งนี้ คาดว่า ภายในสัปดาห์นี้หรือสัปดาห์หน้า จะสามารถได้ข้อสรุปเกี่ยวกับรายละเอียดของโครงการ “ไทยเที่ยวไทยพลัส” ก่อนพิจารณาขั้นตอนการดำเนินการต่อไป
ด้าน น.ส.นัทรียา ทวีวงศ์ ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยว่า รัฐบาลมีนโยบายมุ่งเป้าไปที่การช่วยเหลือผู้ประกอบการรายย่อยเป็นหลัก เนื่องจากโรงแรมระดับ 5 ดาว หรือโรงแรมขนาดใหญ่ (Chain Hotels) มักจะมียอดจองเต็มจากนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติอยู่แล้วในช่วงฤดูกาลท่องเที่ยว ในขณะที่โรงแรมขนาดเล็กยังคงต้องการแรงกระตุ้นเพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวไทย
สำหรับรูปแบบการสนับสนุนค่าที่พัก มีแนวคิดที่จะปรับเปลี่ยนการจ่ายเงินอุดหนุนเป็นแบบอัตราคงที่ (Flat Rate) ต่อคืน เช่น 2,000 หรือ 3,000 บาทต่อคืนต่อสิทธิ์ เพื่อให้ประชาชนเป็นผู้เลือกโรงแรมที่ต้องการพักเองตามงบประมาณ วิธีนี้จะช่วยแก้ปัญหาที่เคยเกิดขึ้นในอดีตที่โรงแรมบางแห่งฉวยโอกาสปรับราคาสูงขึ้นเมื่อรัฐบาลเข้ามาช่วยสนับสนุน ทั้งนี้ โรงแรมที่จะเข้าร่วมโครงการต้องเป็นโรงแรมที่จดทะเบียนอย่างถูกต้องกับทางหน่วยงานรัฐเท่านั้น
นอกจากมาตรการค่าที่พักแล้ว ยังมีการพิจารณาเพิ่มวงเงินสำหรับการใช้จ่าย (Pocket Money) จากเดิม 500 บาท ให้สูงขึ้น เพื่อส่งเสริมให้เกิดการกระจายรายได้ไปสู่ภาคส่วนอื่น ๆ เช่น ร้านอาหารในชุมชน สินค้าท้องถิ่น รวมถึงบริการด้านสุขภาพอย่างสปาและการนวดแผนไทย
ในส่วนของกรอบระยะเวลาดำเนินงาน คาดว่าจะเริ่มต้นในช่วงต้นปีงบประมาณใหม่ หรือเดือน ต.ค.นี้ ซึ่งเป็นช่วงเริ่มต้นฤดูกาลท่องเที่ยวพอดี โดยเบื้องต้นกำหนดระยะเวลาโครงการไว้ที่ 3 เดือน (ต.ค.– ธ.ค.) อย่างไรก็ตาม หากพบว่ามีการใช้สิทธิ์ไม่ครบตามจำนวนภายในเวลาที่กำหนด ก็อาจมีการพิจารณาขยายระยะเวลาโครงการออกไปอีก
ขณะนี้มาตรการดังกล่าวกำลังอยู่ระหว่างการสรุปรายละเอียดและพิจารณาแหล่งเงินงบประมาณที่จะนำมาใช้ คาดว่าจะสามารถนำเสนอเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อขออนุมัติอย่างเป็นทางการได้ภายในเดือน ส.ค.นี้