ข่าวเย็นประเด็นร้อน - จากเหตุความรุนแรง ที่มีการยิงครู และนักเรียน โรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรี บาดเจ็บ และเสียชีวิต ผ่านมาถึงวันนี้ ยังคงมีประชาชน และนักเรียน ผลัดกันไปวางช่อดอกไม้ เพื่อแสดงความอาลัยต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
เป็นความเห็นของ นักเรียนชายชั้น ม.5 อายุ 17 ปี ที่นำดอกไม้ไปวางเพื่อไว้อาลัยให้กับผู้เสียชีวิต ยอมรับว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นยังสร้างความสะเทือนใจ และคิดว่าทุกคนก็รู้สึกไม่ต่างกัน เชื่อว่าเมื่อถึงวันที่ 17 สิงหาคม ที่เป็นวันเปิดเรียน ก็อาจจะยังมีคนไม่กล้ากลับมาเรียน ส่วนตัวอยากให้โรงเรียนมีความปลอดภัยมากกว่านี้ และยังไม่คิดที่จะย้ายไปเรียนที่อื่น เพราะโรงเรียนแห่งนี้มอบความทรงจำดี ๆ ให้กับตนเองไว้มากมาย
ส่วนหญิงคนนี้ ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องอะไรกับทางโรงเรียน แต่เพราะต้องขับรถผ่านหน้าโรงเรียนทุกวัน จึงเกิดความผูกพัน และรู้สึกหดหู่ใจ ไม่คาดคิดจะเกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นในสถานศึกษา เธออยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาดูแลสภาพจิตใจของน้อง ๆ และคณะอาจารย์ที่ยังต้องใช้ชีวิตต่อ และอยากให้สถานศึกษาปลอดภัยกว่านี้
มีข้อมูลจากนักเรียนที่มาวางดอกไม้ พูดถึงการให้คะแนน 0 ในวิชาภาษาไทย ว่าเท่าที่ทราบข้อเท็จจริง คือมีการแก้ไขคะแนนหลังการสอบแก้ไขแล้ว เพียงแค่ยังไม่ได้โชว์ขึ้นในระบบ และเท่าที่เคยสัมผัส เชื่อว่าครูที่สอนวิชาภาษาไทย เป็นครูที่ค่อนข้างใส่ใจ ไม่เคยมีปัญหากับนักเรียนมาก่อน
ทั้งนี้จากการสังเกตการณ์ของทีมข่าว พบว่าวันนี้ในโรงเรียน ก็ยังคงมีครู และบุคลากรบางส่วนมาที่โรงเรียนเพื่อร่วมกันประชุมวางแผนภายใน ยังมีนักเรียนบางส่วนมาพร้อมผู้ปกครอง เพื่อติดต่อขอเข้าไปรับสัมภาระ และทรัพย์สิน ที่ทิ้งไว้ในวันเกิดเหตุ ส่วนอาคาร 4 และ 5 ปัจจุบัน ก็ยังคงปิดกั้นไว้ชั่วคราว เพื่อรักษาสถานที่เกิดเหตุไว้ ระหว่างการทำคดีของตำรวจ
ส่วนที่โรงพัก สภ.ปลายบาง จังหวัดนนทบุรี วันนี้ก็ยังมีการเชิญตัวพยาน เช่น เพื่อนของผู้ก่อเหตุ เข้าให้ปากคำ เพราะจนถึงตอนนี้ยังสอบปากคำพยานไม่ครบ และตำรวจก็ให้ความเห็นว่า การก่อเหตุที่เกิดขึ้น มาจากหลายปัจจัยประกอบกัน
ด้าน ภรรยาของ "ครูพงศ์" เปิดใจถึงการเตรียมรับมือกับความสูญเสียที่เกิดขึ้นอย่างกระทันหัน ว่าก่อนหน้านี้ พ่อของ "ครูพงศ์" ได้ประกาศขายขาดทุนวัวไปแล้ว 12 ตัว แต่ก็ยอมรับว่า ครอบครัวยังมีภาระหนี้สินก้อนใหญ่ ซึ่งก็คือบ้าน ที่น่าจะเหลือหนี้อีกกว่า 2.9 ล้านบาท ตัวเธอไม่มีอาชีพอะไร จึงตัดสินใจว่าจะพาลูก ๆ กลับมาอยู่บ้านเกิด ส่วนบ้านที่ จังหวัดนนทบุรี จะขอดูอีกครั้ง ว่าจะยังพอรักษาไว้ได้หรือไม่ เพราะส่วนตัวยังไม่อยากขาย อยากเก็บไว้เป็นความทรงจำของครอบครัว
มีข้อมูลจากกระทรวงสาธารณสุข ที่ได้จัดทีม MCATT เข้าไปติดตามสภาพจิตใจนักเรียน ครู บุคลากรทางการศึกษา และครอบครัวที่ได้รับผลประทบ รวมถึงครอบครัวของผู้บาดเจ็บ ผู้สูญเสีย พบว่ามี นักเรียน ครู และผู้ปกครอง 79 คน ที่อยู่ในข่ายต้องเฝ้าระวัง ในจำนวนนี้มี "ผู้ใหญ่" ที่มีความเสี่ยงสูง 30 คน ส่วน "เด็กนักเรียน" มีความเสี่ยงสูง 12 คน ในจำนวนนี้ ได้ส่งต่อไปพบจิตแพทย์แล้ว 3 คน