สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี ทรงติดตามความก้าวหน้าการเสริมสร้างความมั่นคงตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา เพื่อปกป้องอธิปไตยของชาติ และดูแลความปลอดภัยของประชาชน ภายใต้การขับเคลื่อนของ "กองทุนหทัยทิพย์" มูลนิธิจุฬาภรณ์
เวลา 13.54 น. วันนี้ สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี เสด็จไปยังห้องประชุมคอนเวนชัน ฮอลล์ ศูนย์ประชุมสถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ ทรงติดตามความก้าวหน้าการเสริมสร้างความมั่นคงตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา ภายใต้การขับเคลื่อนของ "กองทุนหทัยทิพย์" มูลนิธิจุฬาภรณ์ ด้วยทรงมีพระปณิธานอันมุ่งมั่นในการปกป้องอธิปไตยของชาติอย่างเข้มแข็ง พร้อมกับดูแลความปลอดภัยของประชาชนจากภัยอันตรายในสถานการณ์ความไม่สงบตามแนวชายแดนที่ไม่อาจคาดเดาได้ รวมทั้งยังต้องเผชิญกับความเสี่ยงในชีวิตและทรัพย์สินอยู่ตลอดเวลา ซึ่งปัจจุบัน กองบัญชาการกองทัพไทย และกองบัญชาการกองทัพบก ได้ร่วมกันสนองพระปณิธาน ในการทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมพลังความรักและความสามัคคีจากประชาชน สู่การเสริมสร้างความมั่นคงด้านขวัญกำลังใจและความปลอดภัยของประเทศชาติอย่างเต็มกำลัง
ในการนี้ พลเอก อุกฤษฎ์ บุญตานนท์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด เฝ้า กราบทูลรายงานความก้าวหน้าการสร้างความมั่นคงตามแนวชายแดนในความรับผิดชอบของกองบัญชาการกองทัพไทย ซึ่งได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากกองทุนหทัยทิพย์ จำนวน 69,275,700 บาท
โดยที่ผ่านมา ได้นำไปจัดสร้างถนนตรวจการณ์และรั้วชายแดน บริเวณตำบลเทพนิมิต อำเภอโป่งน้ำร้อน จังหวัดจันทบุรี เริ่มตั้งแต่เส้นทางลำเลียงจากฐานปฏิบัติการที่ 6 เข้าสู่หลักเขตแดนที่ 52 เป็นระยะทาง 1.23 กิโลเมตร พร้อมทั้งก่อสร้างถนนตรวจการณ์ตั้งแต่หลักเขตแดนที่ 52-59 แล้วเสร็จไปแล้ว 4.76 กิโลเมตร คิดเป็นความคืบหน้าร้อยละ 56 จากเป้าหมาย 8.38 กิโลเมตร
ในส่วนของรั้วชายแดน ซึ่งเป็นคอนกรีตเสริมเหล็กความสูงรวมลวดหนาม 3.35 เมตร ได้ดำเนินการก่อสร้างคู่ขนานกับถนนตรวจการณ์ ตั้งแต่หลักเขตแดนที่ 52-54 ระยะทาง 1.31 กิโลเมตร เสร็จสมบูรณ์แล้ว และเตรียมขยายการก่อสร้างเพิ่มเติมตามแผนที่กำหนด ตั้งแต่หลักเขตแดนที่ 54-55 อีก 3.45 กิโลเมตร อย่างต่อเนื่อง ขณะที่บังเกอร์ทหาร จำนวน 100 หลัง สำหรับคุ้มครองกำลังพลปฏิบัติหน้าที่ ตลอดจนหลุมหลบภัยประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัย จำนวน 40 หลัง ก็ได้ก่อสร้างและติดตั้งเสร็จสิ้นทั้งหมดแล้ว
จากนั้น พลเอก พนา แคล้วปลอดทุกข์ ผู้บัญชาการทหารบก เฝ้า กราบทูลรายงานความก้าวหน้าการสร้างความมั่นคงตามแนวชายแดนในความรับผิดชอบของกองบัญชาการกองทัพบก ซึ่งได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากกองทุนหทัยทิพย์ จำนวน 51,813,600 บาท
โดยกองทัพบก ได้นำไปดำเนินการก่อสร้างบังเกอร์ (หลุมบุคคลคู่) สำหรับกำลังพล 328 แห่ง และหลุมหลบภัยสำหรับประชาชน ขนาดรองรับ 40 คน 10 แห่ง กระจายตามพื้นที่ต่าง ๆ บริเวณชายแดนจังหวัดศรีสะเกษ สุรินทร์ สระแก้ว จันทบุรี และตราด เพื่อใช้เป็นที่พักพิงในกรณีเกิดเหตุฉุกเฉิน หรือภัยพิบัติในพื้นที่เสี่ยง โดยงานก่อสร้างทั้งหมดนี้เป็นไปตามหลักวิชาการและวิศวกรรม พร้อมผ่านการทดสอบมาตรฐานความปลอดภัยสูงสุด ซึ่งปัจจุบันการดำเนินงานแล้วเสร็จครบถ้วนตามเป้าหมายที่กำหนด
โอกาสนี้ สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก โปรดให้เชิญปัจจัยมาถวาย เพื่อทรงร่วมโดยเสด็จพระกุศล ในการนี้ด้วย
จากนั้น พระราชทานพระวโรกาสให้ คุณหญิง จรัสศรี ทีปิรัช กรรมการและเลขานุการคณะกรรมการบริหารกองทุนหทัยทิพย์ นำผู้บริหารและผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชนผู้มีจิตศรัทธา เฝ้า ถวายเงินโดยเสด็จพระกุศลสมทบ "กองทุนหทัยทิพย์" จำนวน 112 คน
สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี มีพระดำริให้มูลนิธิจุฬาภรณ์ จัดตั้งกองทุนหทัยทิพย์ ขึ้นอย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2568 พร้อมกับพระราชทานเงินตั้งต้น จำนวน 1 ล้านบาท เพื่อสนับสนุนภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน ในการป้องกันและแก้ไขปัญหาอันเกิดจากเหตุการณ์ความไม่สงบ ความขัดแย้ง และภัยพิบัติต่าง ๆ ซึ่งส่งผลกระทบต่อความมั่นคงปลอดภัยและคุณภาพชีวิตของประชาชน ตลอดจนผู้ปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่เสี่ยงภัยบริเวณชายแดนของประเทศอย่างเป็นรูปธรรม ด้วยพระกรุณาธิคุณประกอบกับพระวิสัยทัศน์ที่กว้างไกลในการเสริมสร้างความสงบสุขให้กับบ้านเมืองอย่างยั่งยืน ส่งผลให้ประชาชนทุกหมู่เหล่าต่างเห็นความสำคัญของการปกป้องอธิปไตยของชาติ และพร้อมให้การสนับสนุนพระปณิธานในทุกมิติ ซึ่งขณะนี้มียอดเงินร่วมโดยเสด็จพระกุศลสมทบกองทุนหทัยทิพย์อย่างต่อเนื่อง รวม 252,840,253.28 บาท
โอกาสนี้ มีพระดำรัสแก่ผู้มีจิตศรัทธาที่ให้การสนับสนุนการดำเนินงานของกองทุนหทัยทิพย์ ให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ
ก่อนเสด็จกลับ พระราชทานพระวโรกาสให้พระภิกษุ เฝ้า ถวายปัจจัยร่วมโดยเสด็จพระกุศลสมทบ "กองทุนหทัยทิพย์" จำนวน 26 รูป ซึ่งเป็นที่ประจักษ์ถึงความร่วมมือร่วมใจและความสามัคคีของทุกฝ่ายที่ร่วมกันช่วยเหลือปกป้องแผ่นดินไทย โดยเงินบริจาคนี้ นอกจากจะนำไปสร้างสิ่งป้องกันภัยแล้ว ยังสามารถนำไปต่อยอดและเป็นประโยชน์แก่ประชาชนที่ได้รับผลกระทบตามแนวชายแดน ทั้งด้านการบรรเทาสาธารณภัยและการส่งเสริมด้านสาธารณสุขในอนาคต ด้วย
ผู้มีจิตศรัทธาร่วมสมทบทุน 'กองทุนหทัยทิพย์' เพื่อสนับสนุนการสร้างรั้วชายแดนและสิ่งป้องกันภัยได้อย่างต่อเนื่อง ตามช่องทางและรายละเอียดที่ปรากฏบนหน้าจอ โดยยอดบริจาคสามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้ 2 เท่า หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมในวันและเวลาทำการ ได้ที่สำนักงานกองทุนหทัยทิพย์ ชั้น 1 อาคารอเนกประสงค์ สถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ โทร. 0-2553-8616-19