เกิดเหตุแผ่นดินไหวรุนแรงขนาด 7.4 เขย่าพื้นที่ทางตะวันตกของโคลอมเบีย อาคารบ้านเรือนพังเสียหายอย่างหนัก เสียชีวิตนับร้อยคน
(10 ส.ค.69) เกิดเหตุแผ่นดินไหวรุนแรงทางตะวันตกของโคลอมเบีย ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตแล้วมากกว่า 111 คน อาคารถล่ม โรงพยาบาลและโครงสร้างพื้นฐานได้รับความเสียหายอย่างหนัก มีผู้ติดอยู่ใต้ซากปรักหักพังเป็นจำนวนมาก
สำนักงานสำรวจทางธรณีวิทยาแห่งสหรัฐอเมริกา (USGS) ระบุว่า แผ่นดินไหวขนาด 7.4 มีศูนย์กลางลึกลงไปใต้ดิน 107 กิโลเมตร ด้านสถาบันธรณีวิทยาแห่งโคลอมเบียระบุว่า นี่เป็นแผ่นดินไหวครั้งรุนแรงที่สุดที่มีการบันทึกไว้ในประเทศ สถาบันธรณีวิทยาแห่งโคลอมเบียระบุว่า ได้บันทึกเหตุอาฟเตอร์ช็อกแล้ว 21 ครั้ง และเตือนว่ามีแนวโน้มที่จะเกิดแรงสั่นสะเทือนตามมาอีก
ในเมืองเปเรรา (Pereira) ซึ่งเป็นหนึ่งในพื้นที่ที่ได้รับความเสียหายหนัก อาคารสูง 4 ชั้นหลังหนึ่งในเมืองเปเรราพังถล่มลงมาในระหว่างเกิดแผ่นดินไหว ขณะที่ภาพจากเมืองมานิซาเลสแสดงให้เห็นหอคอยแห่งหนึ่งของมหาวิหารสไตล์นีโอโกธิก ซึ่งเป็นแลนด์มาร์กของเมืองพังลงมา เศษอิฐหินกระจัดกระจายเกลื่อนถนนใกล้เคียง
นอกจากนี้อาคารที่พักอาศัยและศูนย์บริการฉุกเฉิน ก็พังถล่ม เศษซากปรักหักพังร่วงลงมาทับรถพยาบาลที่จอดอยู่ด้านล่าง เจ้าหน้าที่กู้ภัย ตำรวจ และอาสาสมัครใช้พลั่วขุดซากอิฐปูนด้วยมือและขนเศษหินขึ้นรถบรรทุกขณะค้นหาผู้รอดชีวิตที่ติดอยู่ใต้ซากอาคาร
สำนักงานการบินพลเรือนโคลอมเบียได้สั่งระงับการให้บริการที่สนามบินหลายแห่งในภูมิภาค รวมถึงเปเรรา มานิซาเลส กิบโด อาร์เมเนีย การ์ตาโก และบวยนาเบนตูรา ในระหว่างที่วิศวกรทำการตรวจสอบโครงสร้างอาคาร
ทางการเมืองกาลี อาร์เมเนีย และมานิซาเลส ได้ประกาศเคอร์ฟิว โดยนายกเทศมนตรีเมืองกาลี ระบุว่า อาจเกิดเหตุลักขโมย ทำให้เขาต้องส่งกำลังตำรวจและทหารลงพื้นที่ ขณะที่ ประธานาธิบดีอาเบลาร์โด เด ลา เอสปรีเอลลา สัญญาว่าจะส่งกำลังรักษาความปลอดภัยเพิ่มเติมอีก 1,000 นายไปยังเมืองดังกล่าว
ประเทศโคลอมเบียตั้งอยู่บนแนว "วงแหวนแห่งไฟ" (Pacific Ring of Fire) ที่ยังคงมีความเคลื่อนไหวทางธรณีวิทยา และมีการบันทึกเหตุแผ่นดินไหวขนาดเล็กนับพันครั้งในแต่ละเดือน เมื่อปี พ.ศ. 2542 เขตปลูกกาแฟของโคลอมเบียเคยได้รับความเสียหายอย่างหนักจากแผ่นดินไหวขนาด 6.2 ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตมากกว่า 1,000 คน โดยเฉพาะในพื้นที่รอบเมืองอาร์เมเนียและเปเรรา