ห้องข่าวภาคเที่ยง - หน่วยปฏิบัติการพิเศษ และตำรวจฝ่ายสืบสวนภูธร ภาค 1 พร้อมอาวุธครบมือ คุมตัว นายฉลอง อดีต สส.นนทบุรี ไปขออำนาจศาลที่ศาลจังหวัดนนทบุรี
เป็นภาพ นายฉลอง นายฉลอง เรี่ยวแรง อดีต สส.นนทบุรี ผู้ต้องหาก่อเหตุใช้อาวุธปืนยิง พันตำรวจเอก ธงชัย เย็นประเสริฐ นายก อบจ.นนทบุรี เสียชีวิต ถูกนักข่าวรุมถาม ระหว่างพาตัวไปขึ้นรถขออำนาจศาลจังหวัดนนทบุรี เพื่อฝากขัง
นักข่าวถามว่า มีอะไรอยากจะพูดหรือไม่ เจ้าตัวไม่ตอบคำถามและส่ายหน้า เมื่อถามว่าเครียดและเป็นห่วงลูกสาวหรือไม่ นายฉลองไม่ตอบ แต่พยักหน้ารับทั้ง 2 คำถาม ด้วยสีหน้าลักษณะฝืนยิ้ม ส่วนแววตาแสดงความกังวล ก่อนถูกควบคุมตัวขึ้นรถไป
ทั้งนี้ระหว่างการคุมตัวใช้กำลังตำรวจหน่วยปฏิบัติการพิเศษ และชุดสืบสวน กว่า 10 นาย พร้อมอาวุธครบมือ จัดขบวนรถยนต์ 4 คัน และรถจักรยานยนต์ 2 คัน ปิดหัว-ท้ายขบวน ส่วนรถที่ใช้ควบคุมตัว นายฉลอง เป็นรถกันกันกระสุน
คดีนี้พนักงานสอบสวนคัดค้านการประกันตัว เพราะเป็นคดีอุกฉกรรจ์สะเทือนขวัญ และเป็นคดีที่อยู่ในความสนใจของประชาชน
เมื่อคืนที่ผ่านมา มีรายงานว่าตำรวจภูธร ภาค 1 สั่งหน่วยเฉพาะกิจ 20 นาย พร้อมอาวุธครบมือ คุ้มกัน นายฉลอง ในห้องควบคุมตลอดทั้งคืน เพื่อป้องกันเหตุไม่คาดฝัน
ผลตรวจค้นบ้านพักส่วนตัวของ นายฉลอง ซอยวัดบางแพรกใต้ ตำบลสวนใหญ่อำเภอเมืองนนทบุรี เบื้องต้น พบกระสุนปืน ขนาด 11 มม. 30 นัด ไม่พบปืนกระบอกอื่น ก่อนจะทราบว่า ปืนของนายฉลองที่มีอยู่ 9 กระบอก ปัจจุบันได้ขายไปหมดแล้ว ในลักษณะของการโอนลอย เหลือเพียงกระบอกเดียว คือ ขนาด 9 มม. ที่ใช้ก่อเหตุ ส่วนผลการตรวจตู้เซฟ พบเพียงเอกสารทั่วไป ไม่เกี่ยวข้องกับคดี
สำหรับ นายฉลอง ถูกตำรวจแจ้งข้อหาดำเนินคดี 4 ข้อหา คือ ฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน, พยายามฆ่าผู้อื่น, พกพาอาวุธปืนไปในที่สาธารณะฯ และยิงปืนโดยไม่มีเหตุอันควรฯ
ส่วนคำให้การของ นายฉลอง ในชั้นจับกุม ที่อ้างว่าป้องกันตัว เพราะเวลานั้นคนขับรถของ นายก อบจ.นนทบุรี ใช้อาวุธปืนจ่อมาที่ตนเอง
ประเด็นนี้ทีมข่าว 7HD สอบถาม พลตำรวจโท วัฒนา ยี่จีน ผู้บัญชาการตำรวจภูธร ภาค 1 ยืนยันว่า เป็นเพียงคำกล่าวอ้างของ นายฉลอง
เนื่องจากเวลานั้นภายในรถของ นายก อบจ.นนทบุรี มีอาวุธปืนทั้งหมด 2 กระบอก กระบอกแรกเสียบอยู่เบาะนั่งฝั่งซ้ายมือคนขับรถ กระบอกสองเสียบอยู่เบาะนั่งด้านขวามือของ นายก อบจ.นนทบุรี โดยทั้งสองกระบอกอยู่ในซองอาวุธปืนไม่พร้อมใช้งาน
ส่วนประเด็นโซเชียลฯ ที่หลายคนมองว่าการจับกุม นายฉลอง ซึ่งเป็นผู้ต้องหาคดีอุจฉกรรจ์ มีการจับกุมที่แตกต่างจากผู้ต้องหาทั่วไป ลักษณะเป็นผู้มีอิทธิพลตำรวจถึงต้องยกมือไหว้
ผู้บัญชาการตำรวจภูธร ภาค 1 ยอมรับว่า 1 ในชุดจับกุมรู้จักเป็นการส่วนตัวกับ นายฉลอง จริง แต่ตำรวจทั้งหมดที่เข้าจับกุมมีความตั้งใจที่จะเข้าจับจริง ๆ สังเกตได้จากการแต่งตัว มีการสวมเสื้อเกราะป้องกันเหตุไม่คาดฝัน และขณะเข้าจับกุมพบว่า นายฉลอง อยู่ในอารมณ์คุกกรุ่น ซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์มุ่งหน้าไปที่ใดก็ไม่รู้ ชุดจับกุมจึงเลือกที่จะเข้าพูดคุยเจรจา สุดท้ายจึงสามารถจับกุมได้โดยละม่อมโดยไม่มีใครบาดเจ็บ
แต่กรณี นายฉลอง ที่นั่งสูบบุหรี่ต่อหน้าตำรวจขณะสอบสวนภายในห้อง ล่าสุด เช้าวันนี้เจ้าหน้าที่กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข เข้าดำเนินคดีปรับกับ นายฉลอง ที่ สภ.รัตนาธิเบศร์ ในความผิดฐานสูบบุหรี่ในสถานที่ราชการ ชำระค่าปรับไม่เกิน 5,000 บาท ซึ่งได้ชำระค่าปรับเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
ล่าสุด พลตำรวจเอก กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ สั่งการทุกหน่วยทั่วประเทศ กำชับมาตรการเกี่ยวกับอาวุธปืนและยกระดับมาตรการรักษาความปลอดภัยในที่สาธารณะ เช่น โรงเรียน ห้างสรรพสินค้า สวนสาธารณะ เนื่องจากผู้ก่อเหตุนำอาวุธปืนและวัตถุระเบิดมาใช้ก่อเหตุหลายพื้นที่
ทั้งนี้คดียิงในโรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรี และคดีอื่น ๆ เกี่ยวกับเด็กที่ปัจจุบันพบว่าผู้ก่อเหตุเริ่มใช้ความรุนแรงมากยิ่งขึ้น จึงสั่งให้ทุกหน่วยตรวจสอบและควบคุมอาวุธปืนของทางราชการให้เป็นไปตามระเบียบ และ ดำเนินการมาตรการระดมกวาดล้างความผิดเกี่ยวกับอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน และวัตถุระเบิด อย่างเคร่งครัด