ห้องข่าวภาคเที่ยง - ทายาทเจ้าของที่ดิน ซึ่งบริจาคที่ดินให้วัด พากลุ่มชายฉกรรจ์นำท่อระบายน้ำ ปิดกั้นทางเข้า-ออก วัด พร้อมติดป้ายห้ามบุกรุก และให้รื้อออกจากพื้นที่ภายใน 15 วัน ทั้งที่ที่ดินผืนนี้ ถูกบริจาคให้วัดมานานร่วม 30 ปี
เป็นคลิปวิดีโอที่ญาติโยมภายในวัดป่าอดุลยาราม ตำบลในเมือง อำเภอเมืองขอนแก่น จังหวัดขอนแก่น บันทึกภาพขณะที่ชายฉกรรจ์หลายคน กำลังขนท่อระบายน้ำลงจากรถกระบะ เพื่อนำมาขวางประตูเข้าวัด ฝั่งริมถนนกัลปพฤกษ์ ก่อนจะมีผู้หญิงเดินเข้ามาภายในวัด พร้อมกับชายฉกรรจ์ที่สวมใส่เสื้อลายพรางคล้ายทหาร และสั่งห้ามถ่ายรูปและบันทึกคลิปวีดีโอ จนทำให้เกิดการปะทะคารมกัน โดยเหตุการณ์เกิดขึ้น เมื่อเวลาประมาณ 12.00น. ของวันที่ 10 สิงหาคม 2569
จากนั้นมีการนำป้ายข้อความห้ามบุกรุกพื้นที่มาติดไว้หน้าวัด เร่งรัดให้วัดออกจากที่ดินผืนนี้ โดยระบุว่า "พื้นที่นี้เป็นกรรมสิทธิ์ของผู้อื่น ผู้ใดฝ่าฝืนมีความผิดทางกฏหมาย และประกาศแจ้งเตือนว่า ที่ดินผืนนี้เป็นทรัพย์สินส่วนบุคคล โฉนดเลขที่ 61945 ห้ามผู้ใดบุกรุก หรือเข้ามาทำประโยชน์โดยไม่ได้รับอนุญาต ขอให้ผู้บุกรุกขนย้ายสิ่งปลูกสร้าง ทรัพย์สิน ทั้งหมดออกจากพื้นที่ ภายใน 15 วัน หลังจากที่ติดประกาศนี้ หากพ้นกำหนดเจ้าของที่ดิน จะดำเนินคดีตามกฎหมาย ทั้งทางแพ่งและทางอาญาให้ถึงที่สุด โดยไม่มีการแจ้งเตือนซ้ำอีก
พระลูกวัดป่าอดุลยาราม เปิดเผยว่า กลุ่มที่มาปิดประตู ร้องบอกว่า พระเข้ามาสร้างวัดที่ดินผืนนี้นานกว่า 30 ปี โดยไม่ละอายใจ แต่จากนี้อีก 15 วัน จะให้เวลาต้องออกจากพื้นที่นี้ หากไม่ยอมย้ายออกจากวัด จะนำรถเครนเข้ามาปรับพื้นที่ทันที ซึ่งทราบว่า ที่ดินผืนนี้ เจ้าของที่ดินเดิม บริจาคให้วัด แต่ต่อมาลูกหลานของเจ้าของที่ดิน กลับมาทวงสิทธิ์ที่ดินบริจาคคืน
พระลูกวัด ยังเปิดเผยว่า เมื่อปี 2533 วัดแห่งนี้ยังเป็นสำนักสงฆ์ ต่อมานายเฮียง มอบที่ดิน 21 ไร่ เพื่อทำวัด ซึ่งวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ดำเนินการตามขั้นตอนของทางราชการอย่างถูกต้อง จากนั้น ในปี 2541 วัดได้รับการขึ้นทะเบียนอย่างถูกต้อง จากกระทรวงศึกษาธิการในขณะนั้น
กระทั่ง ปี 2547 โจทก์คือ ภรรยาของนายเฮียง ฟ้องขับไล่วัด เพื่อขอคืนที่ดินของวัด 2 แปลง แปลงแรกจำนวน 21 ไร่ 3 งาน 61 ตารางวา และอีกแปลง 5 ไร่ ซึ่งขณะนั้นที่ดิน 21 ไร่กว่า มีโฉนดที่ดินชัดเจนและเป็นที่ตั้งของวัด ส่วนอีก 5 ไร่ ยังไม่ออกโฉนด แต่เป็นที่ตั้งของสำนักชี
ปัจจุบันกระบวนการฟ้องร้อง ในศาลชั้นต้น ศาลอุทธรณ์ และศาลฎีกา มีคำสั่งยกคำร้อง ศาลฎีกา ให้เหตุผลว่าโจทก์เป็นเจ้าของผู้ครอบครองที่ดินพิพาทนั้น เห็นว่าเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ซึ่งศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ได้วินิจฉัยไว้โดยชอบด้วยเหตุผลแล้ว ไม่มีเหตุที่จะเปลี่ยนแปลงคำวินิจฉัยอีก ทั้งฎีกาของโจทก์จึงไม่เป็นสาระอันควรแก่การพิจารณา จึงมีคำสั่งให้จำหน่ายคดีออกจากสารบบความศาลฏีกา
ต่อมาโจทก์ได้ยื่นฟ้องเจ้าพนักงานที่ดินขอนแก่น ต่อศาลปกครอง ก่อนที่ศาลปกครองจะส่งต่อศาลแพ่ง ตามที่โจทก์ฟ้องจำเลยที่ 1 คือเจ้าพนักงานที่ดินขอนแก่น จำเลยที่ 2 คือเทศบาลนครขอนแก่น และจำเลยที่ 3 คือวัดป่าอดุลยาราม เมื่อวันที่ 8 มีนาคม 2567 ข้อหาใช้ที่ดิน เพิกถอนนิติกรรม ขอแสดงกรรมสิทธิ์ที่ดิน ซึ่งศาลชั้นต้นยกคำร้องและปัจจุบันโจทก์ได้ยื่นอุทธรณ์คดี