กระทรวงการต่างประเทศของสหรัฐฯ เผยเพิกถอน “วีซา” (VISA) ไปมากกว่า 175,000 ฉบับ นับตั้งแต่ “โดนัลด์ ทรัมป์” กลับมานั่งเก้าอี้ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ สมัยที่ 2
วันนี้ (11 ส.ค. 69) กระทรวงการต่างประเทศของสหรัฐฯ รายงานเมื่อวานนี้ (10 ส.ค. 69) ว่า สหรัฐฯ ได้เพิกถอน “วีซา” (VISA) มากกว่า 1.75 แสนฉบับ นับตั้งแต่เดือนมกราคม 2569 ซึ่งเป็นช่วงที่ “โดนัลด์ ทรัมป์” เริ่มต้นดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ สมัยที่ 2 โดยส่วนใหญ่ถูกเพิกถอนเพราะความผิดทางอาญา อาทิ ทำร้ายร่างกาย เมาแล้วขับ ลักทรัพย์ และยาเสพติด
นอกจากนี้ กระทรวงการต่างประเทศของสหรัฐฯ ระบุว่า “วีซา” ที่ถูกเพิกถอนอีกจำนวนไม่น้อยมีสาเหตุจากการขับรถโดยประมาท การล่วงละเมิดทางเพศ การทารุณกรรมเด็ก การฉ้อโกงและยักยอกทรัพย์ รวมถึงอาชญากรรมอื่น ๆ โดยกระทรวงฯ จะยังคงใช้ทุกเครื่องมือที่มีอยู่ในการปกป้องชุมชนจากผู้ใช้ “วีซา” สหรัฐฯ ในทางที่ผิด พร้อมเสริมว่า วีซาสหรัฐฯ คืออภิสิทธิ์ ไม่ใช่สิทธิ
ทั้งนี้ตั้งแต่ “โดนัลด์ ทรัมป์” กลับมาดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ อีกสมัย รัฐบาลสหรัฐฯ ได้ดำเนินนโยบายตรวจคนเข้าเมืองอย่างเข้มงวดยิ่งขึ้น ปราบปรามผู้อพยพผิดกฎหมาย และเพิ่มการตรวจสอบผู้ถือครองวีซ่าสหรัฐฯ