ขยายผลยึดปืนเถื่อน ซุกเนียนในรถ

View icon 10
วันที่ 12 ส.ค. 2569 | 16.04 น.
ข่าวเย็นประเด็นร้อน
แชร์
ข่าวเย็นประเด็นร้อน - หลังมีนโยบายเรื่องการกวดขันอาวุธปืน ตำรวจก็เพ่งเล็งเรื่องนี้เป็นพิเศษ พอจับกุมผู้ต้องหาคดีเกี่ยวกับอาวุธปืนได้ของกลางจำนวนมาก ก็ไม่ปล่อยผ่านสั่งขยายผลต่อ แล้วก็ได้เรื่อง ไปเจอว่ารถที่ขนปืนมามีการแอบซุกซ่อนปืนไว้อย่างแนบเนียน กระบอกหนึ่งเป็นปืนลูกซองยาวไทยประดิษฐ์ ซุกซ่อนใต้เบาะที่นั่งด้านหลัง อีกกระบอกใส่มาในช่องวิทยุ ถ้าไม่ตรวจสอบอย่างละเอียด คงไม่เจอปืน 2 กระบอกนี้

ขยายผลยึดปืนเถื่อน ซุกเนียนในรถ
ทั้งหมดนี้เป็นการขยายผลต่อเนื่อง จากคดีเมื่อวันที่ 7 สิงหาคม ที่ผ่านมา จากการตั้งด่านตรวจค้นบริเวณทางลงมอเตอร์เวร์ขาเข้า ถนนพระราม 9 เขตสวนหลวง แล้วตำรวจไปเจอรถเก๋งต้องสงสัยขับผ่านมา พอดูในรถเห็นกระเป๋ายาว ๆ วางอยู่ระหว่างที่นั่งด้านหน้ากับด้านหลัง ก็เลยเปิดดู ปรากฎเจอปืนกึ่งอัตโนมัติ และปืนไทยประดิษฐ์ รวม 4 กระบอก มีกระสุนเกือบ 40 นัด ถูกใส่ไว้ในกระเป๋าสะพาย ตำรวจจึงพาตัว นายพิษณุ อายุ 40 ปี และหญิง อายุ 28 ปี ที่นั่งมาด้วยกันไปดำเนินคดี โดยนายพิษณุ รับว่าปืนที่เจอ ตนเองไปรับจำนำมาจากคนอื่น

ก่อนที่ตำรวจจะตรวจสอบประวัติ แล้วเจอว่ามีหมายจับคดีอาวุธปืนของศาลจังหวัดเพชรบูรณ์ และก่อนหน้านี้ปี 2564 เคยถูกจับกุมในคดียาเสพติด และครอบครองปืน เมื่อปี 2564 ที่ สภ.ชนแดง ซึ่งหลังแจ้งข้อหา ก็ส่งตัวไปขออำนาจศาลฯ ฝากขังเรียบร้อย แล้วผู้ต้องหาก็ได้ยื่นขอประกันตัวในชั้นศาลฯ

แต่เพราะตำรวจรู้สึกสะกิดใจอะไรบางอย่างจากคำให้การ จึงประสานกองพิสูจน์หลักฐานเข้าตรวจสอบภายในรถอย่างละเอียด จึงทำให้เจอปืน 2 กระบอกนี้ ก็เลยต้องประสานเรียกตัวกลับมาสอบสวน และแจ้งข้อหาเพิ่ม ซึ่ง นายพิษณุ ก็รับปากว่าจะมาพบหลังทำธุระเรื่องงานศพเรียบร้อยแล้ว

จับคนขี่รถ จยย.รับจ้าง โชว์ว่ามีปืนในชุมชน
เรื่องนี้เป็นคดีแปลก ๆ ที่ สน.ท่าเรือ ไปจับกุม คือเรื่องของเรื่องมีชาวบ้านเห็นผู้ต้องหารายนี้แล้วไม่สบายใจ ก็อยู่ดี ๆ เอาปืนออกมานั่งทำความสะอาดหน้าบ้าน ตำรวจก็เลยตามไปเจอกับ นายประสิทธิ์ อายุ 59 ปี ที่อาศัยอยู่ในชุมชนร่มเกล้า แขวงและเขตคลองเตย กรุงเทพฯ เจ้าตัวก็ยอมรับแต่โดยดีว่ามีปืนในครอบครองตามที่ชาวบ้านร้องเรียนจริง ตัวเองต้องการโชว์ว่ามีปืน ไม่ได้จะเอาไปยิงใคร ถามว่าปืนนี้ได้มาอย่างไร บอกว่าซื้อมาในราคา 2,000 บาท

เจ้าหน้าที่แจ้งข้อหามีอาวุธปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต ก่อนนำตะวพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน สน.ท่าเรือ ดำเนินคดีตามกฎหมาย

ข่าวที่เกี่ยวข้อง