หนังคนละม้วน กู้ภัย ปะทะ โชเฟอร์แท็กซี่

View icon 7
วันที่ 13 ส.ค. 2569 | 07.04 น.
สนามข่าว 7 สี
แชร์
สนามข่าว 7 สี - อีกแล้ว จากเหตุปาดหน้าบนท้องถนน บานปลายทะเลาะวิวาท ทำร้ายร่างกายกัน รอบนี้เป็นกู้ภัยกับแท็กซี่ ต่างฝ่ายต่างบอกว่าตนเองถูกกระทำก่อน แต่ที่ไม่ควรจะเกิดคือการไปทำร้ายกันหน้าช่องจำหน่ายตั๋ว สถานี MRT

เหตุเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 20 กรกฎาคมที่ผ่านมา คนขับรถแท็กซี่มีเรื่องชกต่อยกับกู้ภัย 2 คน บริเวณจุดขายตั๋ว MRT แยกไฟฉาย คดีผ่านมากว่า 20 วัน ไม่มีความชัดเจน

นายประจักษ์ คนขับรถแท็กซี่ เปิดเผยกับทีมข่าวช่อง 7HD วันเกิดเหตุประมาณ 20.00 น. ขับรถไปส่งลูกค้าที่ซอยจรัญสนิทวงศ์ 28 จากนั้นก็กำลังจะขับไปรับผู้โดยสารอีกคน เมื่อถึงใกล้ "แยกไฟฉาย" มีคนขี่รถตามมาบอกว่า ตนเองไปขับรถปาดหน้า จากนั้นก็เริ่มมีปากเสียงกัน อ้างว่าคู่กรณีชักมีดออกมาข่มขู่ จึงขับรถออกจากแยกไปถึงจุดรอรับผู้โดยสาร คู่กรณีขี่รถไล่ตาม พยายามกระชากประตู เรียกให้ตนเองลงจากรถ พร้อมใช้ด้ามมีดทุบกระจกฝั่งผู้โดยสารแตกเป็นรูโหว่ ด้วยความกลัวว่าจะไม่ปลอดภัย โทร.คุยกับเจ้าของอู่รถ และโทร.แจ้ง 191 ไม่กล้าลงจากรถ

จากนั้นเหตุการณ์เริ่มบานปลายขึ้น คู่กรณีมีพรรคพวกตามมาสมทบหลายคน ตนเองได้ยินคู่กรณีพูดข่มขู่ว่า "มึงตายแน่ กู้ภัยแถวนี้เป็นพวกกูหมด"

ขณะถูกคู่กรณีล้อมรถ พยายามจะล็อกตัวตนเองไว้ จังหวะนั้นตัวเองถูกคู่กรณีชกเข้าที่ใบหน้า 1 ครั้ง จึงชกสวนกลับไป 1 ครั้ง ก่อนวิ่งหนีไปทางสี่แยกไฟฉาย ขึ้นไปหลบบนสถานี MRT จากนั้นก็เกิดเหตุการณ์ตามในคลิป

ตนเองพยายามบอกแล้วว่า ให้รอเจ้าของอู่ หรือตำรวจมา แต่อีกฝ่ายไม่ยอม มีการใช้กำลัง จากนั้นก็ยังลากตนเองมาที่ด้านล่าง มีกู้ภัยอีกกลุ่มเข้ามาช่วยเหลือพาตนเองไปส่งที่ สน.บางขุนนนท์ แนะนำว่าให้หลบอยู่ที่โรงพักไปก่อน จากนั้นก็มีกลุ่มคนที่อ้างว่าเป็นกู้ภัยตามมาขู่ว่า "จะทำให้ขับแท็กซี่ไม่ได้อีก"

จนเหตุการณ์สงบ ตำรวจแนะนำให้ตนเองรีบไปโรงพยาบาล รักษาและนำผลการรักษามาประกอบการดำเนินคดี แพทย์ตรวจพบว่ากระดูกซี่โครงซ้ายซี่ที่ 5 หัก กระดูกสันจมูกหัก มีภาวะเลือดกำเดาไหล รถที่ได้รับความเสียหาย ทางอู่ซ่อมรถประเมินแล้ว ค่าซ่อมอยู่ที่ประมาณ 17,000 บาท

ไปฟัง นายสุพจน์ กู้ภัยต้นเหตุ เล่ารายละเอียดตรงกัน แต่เนื้อหาส่วนใหญ่เกือบจะเป็นหนังคนละม้วน นายสุพจน์ เล่าว่า กำลังจะขี่รถกลับบ้าน จู่ ๆ แท็กซี่ขับจี้หลัง เร่งเครื่องแซง ตนเองจึงเร่งความเร็วแซงไปตะโกนถามว่า "ขับรถแบบนี้ได้อย่างไง มันอันตราย" จากนั้นพยายามดึงประตูรถ แต่อีกฝ่ายไม่เปิดแถมเร่งเครื่องหนีไปด้วยความเร็ว จากนั้นพยายามเบรกใส่ตนเองอยู่หลายครั้ง

จนรถมาจอดที่หน้าร้านอาหาร บริเวณถนนพรานนก พุทธมณฑลสาย 4 ตัดใหม่ ตอนนั้นยอมรับว่าโมโห ใช้มือทุบกระจกบานแรกแตก คู่กรณีพยายามขับหลบหนีรถเฉี่ยวชนหัวเข่า ทำให้โมโหกว่าเดิม ยอมรับว่า ตอนนั้นได้เรียกรถกู้ภัยคนอื่นมาจริง แต่เรียกมาทำแผล ไม่ได้เรียกมาหาเรื่องคู่กรณี

จากนั้นตนเองก็ไปขวางรถของคู่กรณีไว้ พยายามเคาะกระโปรงรถด้านหน้า ใช้มือทุบกระจกรถอีก 4 บาน ไม่ได้ใช้มีดข่มขู่ เมื่อคู่กรณีลงจากรถ ยอมรับว่าได้ใช้มือตบหน้า แต่ก็โดนคู่กรณีต่อยสวนคืน จากนั้นคู่กรณีวิ่งหนี ตนเองจึงตะโกนว่า "ชนแล้วหนี" ไม่รู้ว่ากู้ภัยที่วิ่งไล่ตามขึ้นไปบน MRT เป็นใคร เพราะตอนนั้นตนเองทำแผลอยู่

ส่วนเรื่องคดี ผู้กำกับการ สน.บางขุนนนท์ บอกว่า ต้องใช้เวลา เพราะต่างฝ่ายต่างแจ้งความเอาผิดกัน คดีนี้มีผู้ร้องทุกข์ทั้งหมด 4 คน ต้องรอผลตรวจร่างกาย ผลการรวบรวมพยานหลักฐาน เพื่อให้ได้ข้อเท็จจริงที่ครบถ้วน เป็นธรรมกับทุกฝ่าย

ต้นสังกัดของกู้ภัย บอกว่า ก่อนหน้านี้ได้พูดคุยกับทั้ง 2 ฝ่าย แล้วครั้งหนึ่ง คิดว่าเรื่องจะจบ จนเห็นคลิปโพสต์ลงโซเซียลฯ ได้ถามกู้ภัยทราบว่ายังไม่ได้เยียวยาค่าเสียหาย รอตำรวจพิจารณาเอาผิด

เรื่องที่เกิดขึ้นแม้จะเป็นความผิดส่วนตัว แต่ได้สั่งพักงาน และจะพิจารณาให้ออกจากมูลนิธิ เพราะมองว่าเป็นต้นเหตุทำให้เกิดเรื่อง ส่วนกู้ภัยคนอื่น ๆ ที่ร่วมก่อเหตุจะพิจารณาโทษตามที่เหมาะสมต่อไป

ข่าวที่เกี่ยวข้อง